บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 14

การประลองทำอาหารกู้โลก

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"เอาออกไป! เอาวัตถุดิบเน่าๆ นี่ออกไปจากสายตาข้าเดี๋ยวนี้!" เสียงคำรามกึกก้องจนผนังมิติด้านหลังสั่นสะเทือนทำเอาผมแทบหูดับ นี่ไม่ใช่สนามรบที่เต็มไปด้วยหอกดาบอย่างที่ผมจินตนาการไว้ตอนตกลงเซ็นสัญญา แต่เป็นห้องครัวขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่ในความว่างเปล่า ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศแปลกประหลาดจนฉุนกึกไปถึงจมูก เทพแอรีสในชุดผ้ากันเปื้อนลายหมีพูห์—ซึ่งผมไม่รู้ว่าพี่แกไปสรรหามาจากไหน—กำลังยืนถือตะหลิวเหล็กกล้าที่ดูเหมือนจะพร้อมหั่นได้แม้กระทั่งวิญญาณคนบาป กำลังชี้หน้า "กัสโต้" เทพเจ้าแห่งการทำอาหารที่ดูจะเอาแต่ใจพอๆ กับมาตรฐานรสชาติของพี่แก "คุณเก่งครับ ช่วยหยิบขวดเครื่องปรุงสีม่วงนั่นมาให้ผมหน่อย ถ้าเราทำ 'ผัดกะเพราอเวจี' นี้ไม่สำเร็จตามมาตรฐานของเจ้าบ้านขี้หงุดหงิดนี่ เราทั้งคู่ไม่ได้แค่ตกงานหรอกนะครับ แต่อาจจะกลายเป็นมื้อเย็นของมันแทน" แอรีสกระซิบผ่านไรฟัน แม้จะดูเกรี้ยวกราดแต่แววตาพี่แกสั่นระริก ผมกลืนน้ำลายลงคอ พยายามหยิบขวดเครื่องปรุงตามสั่ง มือผมสั่นจนแทบทำขวดหล่น "นี่มันตลกสิ้นดีครับคุณแอรีส... เราเป็นทีมกู้โลกนะ ไม่ใช่เชฟกระทะเหล็ก ทำไมเราต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย?" "จำคำพูดไอ้คนจ้างได้ไหมครับ?" แอรีสแสยะยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก "ภัยพิบัติที่ใหญ่กว่าเดิมสิบเท่าคือ 'ความหิวโหยของเทพเจ้าแห่งการทำลายล้าง' ถ้าท่านอิ่มท่านจะสงบ ถ้าท่านไม่อิ่ม ท่านจะกวาดล้างจักรวาลนี้ทิ้งเพราะอาหารไม่อร่อย... นี่คือภารกิจกู้โลกที่ส้นตีนที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมาเลยครับ" ผมมองไปที่วัตถุดิบตรงหน้า... มันคือเนื้อของสัตว์ประหลาดที่หน้าตาเหมือนปลาไหลผสมกับไดโนเสาร์ แถมมีตาสามดวงที่ยังคงกะพริบปริบๆ อยู่บนเขียง นี่มันไม่ใช่การทำอาหารแล้ว นี่มันคือการฆาตกรรมชัดๆ ผมหยิบมีดเชฟขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา พยายามรวบรวมสมาธิในขณะที่เทพกัสโต้จ้องมองมาด้วยสายตาเย็นชา "เจ้ามนุษย์ เจ้ามีเวลาอีกแค่สามนาที" กัสโต้กล่าวเสียงเรียบ "ถ้ากะเพราจานนี้ไม่มีรสชาติของ 'ความสิ้นหวัง' และ 'ความหวัง' ผสมกันอย่างลงตัว ข้าจะย่อยสลายวิญญาณเจ้าให้กลายเป็นเพียงกากขยะในเตาอบของข้า" ผมสูดหายใจลึก กลิ่นเครื่องเทศที่ฉุนจัดเริ่มทำให้ผมน้ำตาไหล ไม่ใช่เพราะความเศร้า แต่เพราะมันฉุนจนแทบจะหยุดหายใจ ผมหันไปมองแอรีสที่ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาตำพริกด้วยความรุนแรงจนครกแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ "คุณเก่งครับ! ใส่จิตวิญญาณลงไป! นึกถึงตอนที่โดนหัวหน้าด่าตอนเช้าสิครับ! นึกถึงตอนที่จ่ายค่าบัตรเครดิตไม่ไหวสิ! นั่นแหละคือรสชาติของความสิ้นหวังที่มันต้องการ!" แอรีสตะโกนสั่ง ผมหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นรกในออฟฟิศเริ่มถาโถมเข้ามา ทั้งเสียงเจ้านายจอมเนี้ยบ งานที่ค้างค้าง และสัญญาบ้าบอนี่ที่มัดคอผมไว้ ผมเทเครื่องปรุงสีม่วงลงไปในกระทะที่ไฟกำลังลุกโชน เสียงซู่ดังสนั่นหวั่นไหว กลิ่นหอมประหลาดโชยออกมา มันไม่ใช่กลิ่นอาหารทั่วไป แต่มันเป็นกลิ่นที่บอกไม่ถูกว่าหอมหรือเหม็นกันแน่ "เสร็จแล้ว!" ผมตะโกนพลางตักอาหารลงจานกระเบื้องทองคำที่วางอยู่ตรงหน้าเทพกัสโต้ กัสโต้เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นกายของเทพเจ้าองค์นี้เหมือนซอสหมักหมมมานับล้านปี เขามองจานอาหารด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะใช้ช้อนทองคำตักเนื้อสีม่วงเข้าปาก... ทั่วทั้งห้องครัวเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจของผมที่เต้นรัวเหมือนกลองชุด เขาเคี้ยว... ช้าๆ... ดวงตาสามดวงของเขาค่อยๆ ปิดลง ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนเดิม แต่มันดู... สับสน? "รสชาตินี้..." กัสโต้เอ่ยขึ้นเบาๆ "มันคือ... รสชาติของพนักงานออฟฟิศที่ไม่มีทางเลือกงั้นหรือ? รสชาติของการยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่ยังแอบหวังว่าจะได้รับโบนัสตอนสิ้นปี..." เขาวางช้อนลง เสียงกระทบจานดังชัดเจนในความเงียบ "เจ้าทำได้ดีมาก มนุษย์" กัสโต้หันมามองผม แต่แล้วเขาก็ขมวดคิ้วแน่นจนหน้าผากย่น "แต่มีปัญหาอยู่อย่างเดียว... อาหารจานนี้อร่อยเกินไป จนข้าตัดสินใจได้แล้วว่า ข้าจะปล่อยให้โลกนี้อยู่รอดต่อไป... จนกว่าข้าจะหิวอีกครั้ง" ผมถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เกือบจะล้มทั้งยืน แต่แล้วจู่ๆ รอยยิ้มที่น่าขนลุกก็ปรากฏบนใบหน้าของกัสโต้ เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง และพื้นที่ห้องครัวก็หายไป กลายเป็นความมืดมิดที่ลอยอยู่กลางห้วงอวกาศ ผมกับแอรีสยืนเคว้งคว้างอยู่บนแผ่นหินเล็กๆ "เดี๋ยวสิครับ! แล้วงานของผมล่ะ!" ผมตะโกนถาม แต่ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากเงามืดด้านหลัง "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... เก่ง" เสียงที่คุ้นเคยนั้นทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ ผมค่อยๆ หันกลับไปมองเจ้าของเสียงนั้น และสิ่งที่เห็นก็ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ ชายคนนั้นยืนอยู่ในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ ใบหน้าที่ผมเห็นในกระจกทุกเช้า... ยืนอยู่ตรงหน้าผมจริงๆ แต่เขากำลังถือสัญญาฉบับที่สองที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในมือ "ยินดีด้วยที่คุณผ่านด่านทำอาหารมาได้" ร่างนั้นแสยะยิ้ม พลางชูสัญญาขึ้น "แต่ลืมบอกไปนะ ว่าในฐานะตัวตายตัวแทน... คุณต้องทำหน้าที่แทนผมในอีกบทบาทหนึ่ง... บทบาทที่แม้แต่เทพแอรีสก็ยังไม่กล้าก้าวเข้ามา" ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการผจญภัยของพนักงานออฟฟิศผู้โชคร้ายกับเทพตกอับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ! ฮาไม่จำกัด ครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%