"ถ้านายกล้าแตะ 'หม้อก๋วยเตี๋ยวระดับตำนาน' ของพิพิธภัณฑ์สวรรค์นั่นแม้แต่นิดเดียว ฉันสาบานเลยว่าฉันจะลาออก แล้วไปสมัครงานเป็นพนักงานล้างจานในนรกแทน!"
ผมตะโกนก้องในใจ ขณะที่สายตามองผ่านกล้องส่องทางไกลไปที่อาคารทรงโดมแก้วที่ลอยละล่องอยู่เหนือเมฆหมอกนั่น นี่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ธรรมดา แต่มันคือ 'พิพิธภัณฑ์สวรรค์' สถานที่ที่รวบรวมของล้ำค่าที่เทพเจ้าทำหายไว้ด้วยกัน และภารกิจในวันนี้คือการเข้าไป 'หยิบยืม' ของสำคัญเพื่อปลดล็อกพลังให้ไอ้เทพสงครามตกงานข้างๆ ผมนี่แหละ
"เก่ง นายจะเกร็งทำไมขนาดนั้น? แค่เข้าไปฉกไอเทมระดับตำนานท่ามกลางระบบรักษาความปลอดภัยที่โหดที่สุดในสามโลกเองนะ" แอรีสในชุดฮู้ดสีเทาดูหมองหม่น เอ่ยพลางเคี้ยวมาม่าดิบกร้วมๆ ในปาก กลิ่นผงปรุงรสรสหมูสับลอยมาแตะจมูกผมจนอยากจะเอาหน้าฟาดกำแพง
"นั่นแหละครับปัญหา! โหดที่สุด! นายคิดว่าผมเป็นใคร? พนักงานออฟฟิศที่เคยทำแค่ส่งเอกสารผิดตึกกับโดนหัวหน้าด่าเรื่องพิมพ์ผิดนะเว้ย ไม่ใช่นักย่องเบาระดับโลก!" ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่เขา
"ก็เพราะนายเป็นพนักงานออฟฟิศไง เราถึงต้องใช้ความ 'กาว' ให้เป็นประโยชน์" แอรีสหยิบถุงมาม่าถุงที่สามขึ้นมา "ระบบตรวจจับที่นี่น่ะ มันตรวจจับสิ่งมีชีวิตที่คิดจะ 'ขโมย' แต่ถ้าเราเดินเข้าไปในฐานะ 'คนตรวจสต็อกสินค้า' ที่มีความมั่นใจสูงส่งจนน่าหมั่นไส้ล่ะ? ระบบมันจะรวน... เพราะมันไม่เคยเจอคนทำงานแบบไม่สนโลกไงล่ะ"
ผมมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า นี่คือเหตุผลที่เขาโดนไล่ออกจากสภาเทพสินะ ตรรกะแบบคนมีชีวิตอยู่ไปวันๆ นี่มันช่าง... น่าปวดหัวชะมัด
เราก้าวเข้าสู่เขตพิพิธภัณฑ์ผ่านประตูมิติที่แอบซ่อนอยู่หลังก้อนเมฆ บรรยากาศด้านในเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวเหมือนกลองชุด แสงสีฟ้าอ่อนจากเลเซอร์ตรวจจับพาดผ่านไปมาตามทางเดิน แอรีสเดินเชิดหน้าเหมือนเจ้าของที่ ส่วนผมเดินก้มหน้าก้มตาเกร็งจนไหล่แทบจะชนใบหู
"หยุดครับ!" เสียงหุ่นยนต์ยามเฝ้าประตูที่สูงสามเมตรดังขึ้น "กรุณาระบุวัตถุประสงค์ในการเข้าชม"
วินาทีนั้น ผมรู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง แต่แอรีสกลับตบไหล่ผมแรงๆ แล้วดันออกไปข้างหน้า
"พนักงานตรวจสอบคุณภาพสินค้าครับ" แอรีสพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "นี่คือพนักงานฝึกหัดที่ได้รับมอบหมายมาตรวจเช็ก 'หม้อเทพเจ้า' ว่ายังมีคราบไขมันติดอยู่ไหม ถ้าผลออกมาว่ามี... มีหวังโดนไล่ออกทั้งพิพิธภัณฑ์แน่!"
หุ่นยนต์ยามชะงักไป กลไกในหัวมันหมุนติ้วเหมือนคอมพิวเตอร์สมัยวินโดวส์ 95 ค้างอยู่หลายวินาที ก่อนที่มันจะก้มหัวลงต่ำ "อภัยให้ด้วยครับ... เชิญปฏิบัติหน้าที่ได้ หากตรวจพบความผิดปกติ ทางเราจะน้อมรับความผิดครับ"
ผมเดินตัวแข็งทื่อผ่านหุ่นยนต์ยักษ์ไปได้สำเร็จ เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมเต็มแผ่นหลัง "นาย... นายทำได้ยังไง?" ผมกระซิบถาม
"กฎของออฟฟิศน่ะเก่ง ถ้าเราทำตัวให้ดูเหมือน 'คนที่มีสิทธิ์ทำผิด' ระบบจะเกรงใจเราเอง" แอรีสหัวเราะหึๆ ในลำคอ
เราเดินมาจนถึงห้องโถงกลาง ที่นั่นตั้งตระหง่านอยู่บนแท่นแก้ว... 'ตะเกียบเทพแอรีส' อาวุธชิ้นสำคัญที่ต้องใช้เพื่อปลดล็อกพลังสงคราม แต่มันไม่ได้วางอยู่เฉยๆ มันถูกล็อกด้วยสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าที่รุนแรงพอจะย่างสดใครก็ตามที่แตะต้อง
"เอาล่ะ ถึงเวลากาวทำงาน" แอรีสหยิบขวดน้ำมันพืชที่ติดตัวมาด้วย "สาดมันลงไปที่สนามพลังนั่น"
"ห๊ะ? น้ำมันพืชเนี่ยนะ?" ผมเบิกตากว้าง
"เออน่า! ระบบพวกนี้มันขี้เหนียวพลังงาน พอเจอความลื่นปรื๊ดเข้าไป มันจะเกิดอาการ 'Error ประสาทหลอน' แล้วระบบป้องกันจะรีเซตตัวเองภายใน 3 วินาที ช่วงนั้นแหละที่เราจะหยิบมันมา!"
ผมไม่รู้จะเถียงยังไงแล้ว ผมสาดน้ำมันลงไปบนอากาศว่างเปล่าที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ทันใดนั้นก็เกิดเสียง 'เปรี๊ยะ!' ดังสนั่น ประกายไฟแลบแปลบปลาบ สนามพลังเริ่มบิดเบี้ยวเหมือนหนังที่สะดุด
"สาม! สอง! หนึ่ง! เก่ง! เอาเลย!"
ผมพุ่งตัวไปคว้าตะเกียบนั้นด้วยความเร็วเท่าที่ชีวิตมนุษย์ออฟฟิศคนหนึ่งจะทำได้ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลตีกลับมาที่มือจนผมรู้สึกชาไปทั้งแขน ทันทีที่ของในมือถูกดึงออกมา เสียงไซเรนดังลั่นไปทั่วพิพิธภัณฑ์ แสงสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วทุกทิศทาง!
"ชิบหายแล้ว! วิ่งสิครับจะรออะไร!" แอรีสตะโกนแล้วหันหลังโกยแนบ
เราวิ่งฝ่าโถงทางเดินที่ตอนนี้หุ่นยนต์ยามทุกตัวเริ่มเปลี่ยนโหมดเป็น 'โหมดสังหาร' ลูกกระสุนพลังงานยิงไล่หลังเรามาติดๆ ผมหอบหายใจจนปอดแทบฉีก วิ่งไปพลางนึกในใจว่าถ้าวันนี้รอดไปได้ ผมจะขอลาออกจากงานกู้โลกไปนอนดูซีรีส์อยู่บ้านเฉยๆ ให้รู้แล้วรู้รอด!
ทว่า ทันทีที่เราวิ่งมาถึงประตูทางออก แสงสว่างจ้าก็ขวางหน้าเราไว้ ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากแสงนั้น... เป็นชายในชุดสูทสีขาวเนี้ยบกริบ ใบหน้าที่ผมคุ้นเคยดีจากการดูข่าวเศรษฐกิจทุกเช้า... หัวหน้าเก่าของผมที่บริษัทนั่นเอง!
เขายืนกอดอก มองมาที่เราด้วยสายตาเย็นชาเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก พร้อมกับชูเอกสารปึกหนึ่งขึ้นมา "เก่ง... นี่คือใบลาออกที่คุณยังไม่ได้เซ็น แต่ผมเซ็นอนุมัติไล่ออกให้คุณไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วินาทีนี้... เพราะฉะนั้น การขโมยของหลวงครั้งนี้ ถือเป็นการกระทำส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับบริษัท"
ผมชะงักกึก เท้าแทบทรุดลงกับพื้น นี่มันฝันร้ายยิ่งกว่าการทำโปรเจกต์งานไม่เสร็จอีก! แล้วใครจะไปคิดว่า 'บอส' ของผม... จะมายืนถือดาบแสงเลเซอร์ขวางทางหนีอยู่ตรงนี้!
ฮาไม่จำกัดขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 21 นี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 21
ภารกิจฉกของในพิพิธภัณฑ์สวรรค์
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!