"เซ็นชื่อตรงนี้ครับคุณเก่ง... แค่ลายเซ็นเดียว ชีวิตคุณจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากพนักงานออฟฟิศที่กินมาม่าสิ้นเดือน กลายเป็นซีอีโอเบอร์ต้นๆ ของอุตสาหกรรมกู้โลกเลยนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกของ 'ดร.กิตติ' ชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเก่ง ขณะที่เขากำลังมองปากกาด้ามทองคำที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊คราคาแพงลิบลิ่ว ในห้องทำงานหรูหราของ 'บริษัท สตาร์ไลท์ โซลูชันส์' คู่แข่งตัวฉกาจของบริษัทเขานั่นเอง
เก่งกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางขยับเนกไทที่เริ่มรัดคอจนหายใจไม่ออก สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ที่เห็นวิวเมืองหลวงชัดเจน แต่ในใจกลับคิดถึงโต๊ะทำงานเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยกองเอกสารและเทพแอรีสที่ชอบนั่งกินมาม่าถ้วยอยู่บนโต๊ะทำงาน
"คือ... ผมว่ามันเร็วไปนะครับดร." เก่งตอบเสียงตะกุกตะกัก "พวกเราเพิ่งจะคุยเรื่อง... เอ้อ... เรื่องงบประมาณการกู้โลกค้างไว้ที่บริษัทเก่า แล้วจู่ๆ จะให้ผมย้ายมาเลยแบบนี้ มันเหมือนหักหลังตัวเองยังไงไม่รู้ครับ"
ดร.กิตติหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาหยิบแฟ้มเอกสารหนาเตอะขึ้นมาวางตรงหน้าเก่ง "ความเกรงใจคือพรสวรรค์ แต่ในโลกธุรกิจที่ความหายนะรออยู่หน้าประตูบ้าน ความเกรงใจมักจะเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้านะครับคุณเก่ง คุณคิดว่าที่นั่นเห็นค่าคุณจริงๆ เหรอ? เทพสงครามที่ตกงานคนนั้นน่ะหรือคือเจ้านายที่คุณควรฝากชีวิตไว้?"
ประโยคสุดท้ายจี้จุดเก่งเข้าอย่างจัง ภาพเทพแอรีสที่กำลังพยายามใช้ดาบยักษ์ตัดแบ่งครึ่งไส้กรอกอีสานมาม่าในตอนเช้าแวบเข้ามาในหัว เก่งถอนหายใจยาว พลางเหลือบมองซองเงินเดือนที่วางอยู่ข้างปากกา มันคือตัวเลขที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต... หกหลักปลายๆ
"ผมขอเวลาตัดสินใจถึงเย็นนี้นะครับ" เก่งผุดลุกขึ้นยืน
"เชิญครับ แต่จำไว้ว่าโอกาสนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ ยิ่งในวันที่โลกกำลังจะแตกแบบนี้ การมีนายทุนที่แข็งแกร่งน่ะ สำคัญกว่าความซื่อสัตย์แบบเดิมๆ นะครับคุณเก่ง" ดร.กิตติยิ้มมุมปาก ทิ้งทวนด้วยคำพูดที่เหมือนคำสาป
เก่งเดินโซซัดโซเซออกมาจากตึกสตาร์ไลท์ ความรู้สึกเหมือนคนทรยศกำลังกัดกินหัวใจเขา เขาเดินเข้าสู่บริษัทกู้โลกของตัวเองด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป กลิ่นน้ำซุปมาม่ารสหมูสับก็โชยมาปะทะจมูก พร้อมกับภาพเทพแอรีสที่กำลังใช้เท้าข้างหนึ่งพาดบนโต๊ะทำงาน ในมือถือรีโมทคอนโทรลทีวีที่เปิดช่องข่าวพยากรณ์อากาศที่เต็มไปด้วยไอคอนเตือนภัยพิบัติ
"ไอ้เก่ง! กลับมาแล้วเหรอวะ" แอรีสตะโกนทักโดยไม่หันมามอง "ไปดูตัวกับบริษัทคู่แข่งมาเป็นไงบ้างวะ? พวกมันมีเนื้อย่างเลี้ยงหรือเปล่า? ถ้ามีมื้อหน้าพาข้าไปด้วยนะเว้ย ข้าเบื่อเส้นหมี่เหลืองเต็มทนแล้ว"
เก่งทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนตัวเก่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด "แอรีส... ถ้าวันหนึ่งผมไม่อยู่ที่นี่แล้ว นายจะทำยังไง?"
แอรีสชะงักรีโมทในมือ เขาหันขวับมามองเก่งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความกะล่อนกลายเป็นแววตาของนักรบที่ผ่านสมรภูมิมานับพันปี "คำถามนั้นมันหมายความว่าไง? เจ้าคิดจะทิ้งหน้าที่ หรือเจ้าคิดจะทิ้งข้า?"
"มันไม่ใช่หน้าที่หรอก แต่มันคือ... ผมอาจจะต้องการชีวิตที่ดีกว่านี้" เก่งพูดพลางมองไปที่เอกสารสัญญาที่แอบหยิบติดมือมาด้วย
บรรยากาศในห้องเงียบกริบ เสียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อยๆ ดังขึ้นอย่างผิดสังเกต เก่งรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของแอรีส แม้เขาจะเป็นเทพตกงานที่ดูไม่ได้เรื่อง แต่เมื่อใดที่พูดถึงความซื่อสัตย์และเกียรติยศ แอรีสก็ยังคงเป็นเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่เสมอ
"ถ้าเจ้าคิดว่าเงินทองซื้อเกียรติของเจ้าได้ ก็เซ็นซะ" แอรีสวางรีโมทลงช้าๆ "แต่บอกไว้ก่อนนะไอ้เก่ง ว่าบริษัทที่เจ้ากำลังจะไปน่ะ พวกมันไม่ได้ต้องการ 'พนักงานดีเด่น' แต่มันต้องการ 'แพะรับบาป' ในวันที่พวกมันทำโครงการกู้โลกพลาด... เจ้าฉลาดพอจะดูออกนี่นา ว่าทำไมพวกมันถึงยอมทุ่มเงินมหาศาลขนาดนั้น"
เก่งนิ่งอึ้ง หัวใจของเขาเต้นรัว ข้อมูลในเอกสารที่เขาอ่านผ่านๆ เมื่อครู่เริ่มประมวลผลใหม่... ข้อสัญญาจ้างระบุว่า 'ความรับผิดชอบทั้งหมดในกรณีโครงการล้มเหลว จะตกอยู่กับหัวหน้าทีมปฏิบัติการ' ซึ่งก็คือตัวเขาเอง
ทว่าในขณะที่เก่งกำลังจะเอ่ยปากพูด เสียงเตือนภัยจากคอมพิวเตอร์หลักของบริษัทก็ดังสนั่น หน้าจอแสดงภาพดาวเทียมที่กำลังจับภาพวัตถุประหลาดพุ่งตรงมายังชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วเหนือเสียง และที่น่าตกใจที่สุดคือ... สัญลักษณ์ที่ปรากฏบนวัตถุนั้น ไม่ใช่ของเอเลี่ยนหรือภัยพิบัติจากธรรมชาติ แต่เป็นโลโก้ของ 'บริษัท สตาร์ไลท์ โซลูชันส์'
"แอรีส... นั่นมัน..." เก่งหน้าซีดเผือด
"ดูเหมือนเจ้าจะไปสมัครงานกับบริษัทที่กำลังจะทำโลกแตกเองกับมือนะไอ้หนู" แอรีสลุกขึ้นยืน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยแรงออร่าสีแดงเพลิงที่เริ่มปะทุออกมา "และดูเหมือนว่าสัญญาจ้างฉบับนั้น... จะไม่ได้ต้องการแค่ลายเซ็น แต่มันต้องการ 'วิญญาณ' ของเจ้าด้วย"
ก่อนที่เก่งจะได้ทันตั้งตัว ประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกกระแทกเปิดออกโดยชายในชุดสูทสีดำกลุ่มใหญ่ที่ตามมาด้วย ดร.กิตติเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ไร้ซึ่งรอยยิ้มเดิม เขากดปุ่มรีโมทในมือ ส่งผลให้กำแพงห้องทำงานของเก่งกลายเป็นจอภาพขนาดใหญ่ที่แสดงภาพถ่ายลับของเก่งในมุมต่างๆ ที่ไม่ควรจะมีใครเห็น... รวมถึงภาพที่เขากำลังแอบเข้าถึงฐานข้อมูลลับของบริษัท
"เราไม่ได้มาเชิญคุณไปร่วมงานหรอกนะครับคุณเก่ง" ดร.กิตติกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "เรามาเพื่อยืนยันว่า... คุณไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องเป็นเครื่องมือให้กับเราในสงครามครั้งนี้ หรือไม่... คุณก็ต้องตายในฐานะผู้ก่อการร้ายที่ขโมยข้อมูลความมั่นคงไปเอง"
เก่งมองไปที่แอรีสที่ตอนนี้กระชับดาบในมือแน่น แล้วมองไปที่ทางออกที่ถูกปิดตายด้วยพลังงานไฟฟ้าสีน้ำเงิน
"แอรีส... เรากู้โลกครั้งนี้ยากกว่ากู้เงินที่ติดหนี้ไว้เยอะเลยนะว่าไหม?" เก่งถามเสียงสั่น แต่ในมือเขากลับหยิบปากกาของดร.กิตติขึ้นมา... ไม่ใช่เพื่อเซ็นสัญญา แต่เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ปลดล็อกระบบความปลอดภัยที่เขาแอบติดตั้งไว้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันวุ่นวายของเก่งและแอรีสเสมอมานะครับ!
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 25
สงครามแย่งชิงพนักงานดีเด่น
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!