"ท่านเก่งครับ... ถ้าท่านยังปล่อยให้เจ้าสัตว์ประหลาดระดับตำนานตัวนี้มันคายมุกแป้กใส่หูผมอีกประโยคเดียว ผมจะขออนุญาตควักตับมันออกมากินสดๆ แทนมาม่ารสหมูสับที่หมดอายุไปเมื่อวานนี้แล้วนะครับ"
เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนข้างขมับของเทพแอรีส ดังลอดผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันจนแน่น บรรยากาศรอบตัวของอดีตเทพสงครามผู้ตกอับกำลังสั่นระริกด้วยจิตสังหารสีแดงฉาน ทว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขากลับไม่ใช่กองทัพปีศาจติดอาวุธครบมือ หรือเวทมนตร์บทโบราณที่จะฉีกร่างพวกเขาออกเป็นชิ้นๆ แต่มันคือ "คิงคองเงาอัสนี" อสูรกายร่างยักษ์สูงสามเมตรที่มีเกราะพลังงานสีดำทมิฬ หุ้มรอบตัวหนาเตอะจนแม้แต่ดาบเทพเจ้าของแอรีสฟันลงไปก็ยังเป็นแค่รอยขีดข่วน
ทว่าสิ่งที่ทำให้เก่ง—พนักงานออฟฟิศผู้มีหนี้สินท่วมหัวและดวงชะตาอัปมงคลยิ่งกว่าซื้อหวยแล้วถูกกินทุกงวด—ต้องเหงื่อตกพลั่ก ไม่ใช่พละกำลังของมัน แต่มันคือ "เสียง" ที่หลุดออกมาจากปากของอสุรกายตัวนั้น
*ครืนนน...*
"เอ่อ... ขอถามหน่อยนะครับว่า... ทำไมปลากัดถึงว่ายน้ำไม่ได้รู้ไหมครับ?"
เสียงทุ้มต่ำราวกับหินบดกันดังขึ้นจากลำคอของคิงคองเงาอัสนี มันกะพริบตาวิ๊บวับ ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองมาที่เก่งด้วยความคาดหวังบางอย่าง ร่างกายมหึมาหยุดนิ่งจากการทำลายล้าง สำนักงานร้างแห่งนี้ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจฮึดฮัดของแอรีสที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์
เก่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอันน้อยนิดพยายามคำนวณความเสี่ยง สมมติฐานแรกคือ ถ้าตอบผิด หัวอาจจะหลุดจากบ่า สมมติฐานที่สองคือ ถ้าไม่ตอบ หัวก็อาจจะหลุดจากบ่าเช่นกัน ในฐานะหัวหน้าทีมกู้โลกผู้ขี้เกรงใจเป็นนิสัย เก่งจึงเลือกที่จะตอบด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ตามมารยาททางสังคม
"เอ่อ... เพราะว่า... มันโดนขังไว้ในโหลแก้วเหรอครับ?" เก่งลองเดา
คิงคองเงาอัสนีส่ายหัวเบาๆ ท่าทางน่ารักขัดกับรูปร่างราวกับหลุดออกมาจากการ์ตูนตาหวาน ก่อนจะเฉลยด้วยน้ำเสียงภูมิใจ
"ผิดครับ! เพราะว่ามัน 'ปลา' ตายแล้วต่างหากล่ะครับ! แฮ่!"
*กริบ...*
ลมหนาวประหลาดพัดผ่านกลางตึกร้าง ทั้งเก่งและแอรีสยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน มุกตลกฝืดเคาระดับตำนานที่แม้แต่เด็กอนุบาลยังเมินหนี ถูกปล่อยออกมาจากปากปีศาจระดับภัยพิบัติ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น... ประเด็นคือ ทันทีที่มุกแป้กสนิทนี้ลอยเข้าสู่บรรยากาศ เกราะพลังงานสีดำทมิฬที่หนาเตอะราวกับเหล็กกล้าของคิงคองตัวนั้น กลับเกิดรอยร้าวขึ้นเล็กๆ "เป๊าะ" บริเวณหน้าอกของมัน
แอรีสเบิกตากว้างจนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้า อดีตเทพสงครามผู้มองเห็นพลังงานมานาและออร่ามานับไม่ถ้วนเอามือขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ท่านเก่ง... ท่านเห็นเหมือนที่ผมเห็นใช่ไหมครับ?" แอรีสละมือจากการจับด้ามดาบ หันมามองหน้ามนุษย์เงินเดือนข้างกายด้วยสีหน้าเหมือนคนเจอผีหลอกกลางวันแสกๆ "เกราะป้องกันความเสียหายทางกายภาพและเวทมนตร์ระดับตำนาน... มันกำลังร้าวเพราะมุกฝืดเมื่อกี้เหรอครับเนี่ย?!"
เก่งเองก็อ้าปากค้างไม่แพ้กัน เขามองรอยร้าวขนาดเท่าเหรียญบาทบนเกราะของปีศาจ ก่อนจะก้มลงมองสติปัญญาอันน้อยนิดของตัวเอง สมองที่ผ่านการโดนเจ้านายด่าเรื่องส่งรายงานช้ามานับครั้งไม่ถ้วน เริ่มประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
ในโลกใบนี้ ปีศาจและอสูรกายถูกสร้างขึ้นมาจากความสิ้นหวังและความเครียดสะสมของมนุษย์ พลังงานด้านลบคืออาหารอันโอชะของพวกมัน เกราะของพวกมันหล่อเลี้ยงด้วยความตึงเครียด ความหวาดกลัว และความจริงจังของผู้คนที่ต้องเผชิญหน้ากับความวิกฤต... แต่มุกแป้ก มุกตลกฝืดๆ ชนิดที่ฟังแล้วชวนให้รู้สึกอึดอัดจนอยากเอาหัวโขกฝาผนัง มันคือสิ่งแปลกปลอม เป็นสสารขั้วตรงข้ามที่ทำลาย "ความจริงจัง" ของความชั่วร้ายลงทีละน้อย!
"หรือว่า..." เก่งพึมพำกับตัวเอง ดวงตาหลังแว่นหนาเตอะเริ่มเปล่งประกายความหวังอันริบหรี่ "ความแป้ก... คือคริปโตไนต์ของพวกมันสินะครับ?"
คิงคองเงาอัสนีเห็นเหยื่อยังไม่หัวเราะ มันจึงเตรียมปล่อยมุกดอกที่สองทันทีเพื่อเผด็จศึก
"ถ้าอย่างนั้น ฟังมุกนี้ต่อนะครับ! ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน... ไม่รู้หรอกครับ แต่ที่รู้ๆ คือ 'ต้มยำไก่' เกิดก่อนแน่นอน เพราะผมเพิ่งสั่งมากินเมื่อกี้เองครับ! โฮะๆๆๆ!"
*เป๊าะ! แคร็ก!*
คราวนี้เสียงร้าวชัดเจนยิ่งขึ้น รอยร้าวลามเลียไปทั่วแขนซ้ายของปีศาจยักษ์ เกราะทมิฬที่เคยไร้เทียมทานเริ่มหลุดร่อนออกเป็นชิ้นๆ คิงคองเงาอัสนีแสดงสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด มันส่งเสียงคำรามด้วยความสับสน เพราะปกติแล้ว ยิ่งมันเล่นมุก มนุษย์ควรจะเครียดและหมดแรง แต่นี่ทำไมยิ่งเล่น เกราะของมันกลับยิ่งแตกสลายวะเนี่ย?!
แอรีสหัวเราะร่าออกมาเสียงดังลั่นตึก ความตึงเครียดก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น อดีตเทพสงครามตบไหล่เก่งฉาดใหญ่จนเก่งเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น
"ฮ่าๆๆๆ! ยอดเยี่ยมมากครับท่านเก่ง! ในที่สุดเราก็เจอจุดอ่อนของพวกมันแล้ว! แบบนี้ต้องเจอไม้ตายของผมบ้าง... เอานี่ไปกินครับเจ้าปีศาจ!"
แอรีสสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับจะประกาศสงครามล้างโลก
"ถามจริงนะครับ... ทำไมเวลาผมเดินไปซื้อมาม่าที่ร้านสะดวกซื้อ พนักงานถึงชอบถามว่า 'รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหมคะ' ทั้งๆที่ผมถือมาม่าแค่ห่อเดียวในมือ... มันเป็นปัญหาระดับจักรวาลที่ผมยังหาคำตอบไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ครับ!"
*เปรี๊ยะ! ตู้ม!*
มุกตลกในชีวิตประจำวันของคนตกงานที่เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ พุ่งชนเข้ากับเกราะพลังงานของคิงคองเงาอัสนีอย่างจัง แรงกระแทกจากความแป้กขั้นสุดยอดส่งผลให้เกราะทมิฬบริเวณลำตัวแตกละเอียดเป็นผุยผง แรงอัดอากาศจากการปลดปล่อยความไร้สาระทำเอาฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
คิงคองเงาอัสนีก้าวถอยหลังไปสามก้าว มันทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหมดแรง ดวงตาสสีแดงฉานเริ่มหรี่ลง ความน่าเกรงขามเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความรู้สึก "อิหลักอิเหลื่อ" ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวมัน
เก่งมองภาพตรงหน้าด้วยความทึ่งผสมกับความเหนื่อยหน่ายในโชคชะตาของตัวเอง ใครจะไปคิดว่าบริษัทรับจ้างกู้โลกที่เกือบจะเจ๊งมาหลายรอบ จะรอดตายมาได้ด้วยการมานั่งเล่นมุกฝืดแข่งกับปีศาจกลางตึกร้าง
"เหลือเชื่อ..." เก่งพึมพำขณะปรับแว่นตา "นี่ผมเป็นพนักงานออฟฟิศ หรือเป็นดาวคณะตลกคาเฟ่กันแน่ครับเนี่ย"
ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะตายใจและคิดว่าสถานการณ์ทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุม เสียงปรบมือช้าๆ และน่าขนลุก ก็ดังขึ้นจากความมืดมิดบริเวณมุมอับของชั้นบนสุด
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ช่างเป็นการต่อสู้ที่ไร้สาระ และน่ารังเกียจสิ้นดี..."
เสียงทุ้มต่ำอันเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น พร้อมกับร่างเงาสูงโปร่งในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่เดินก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกสวมทับด้วยหน้ากากโลหิตครึ่งซีก ดวงตาข้างที่เหลือมองมาที่เก่งและแอรีสด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองขยะเปียกที่ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งในห้องรับแขก
เก่งรู้สึกได้ถึงสันหลังที่เย็นวาบ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของพนักงานเงินเดือนที่ถูกใช้งานมาหนักหน่วงส่งเสียงร้องเตือนภัยดังลั่น ประตูลิฟต์ด้านหลังที่ควรจะใช้งานไม่ได้ กลับค่อยๆ เปิดออกเองช้าๆ เผยให้เห็นกองทัพปีศาจระดับสูงนับร้อยชีวิตที่ยืนรออยู่เบื้องล่าง และก่อนที่เก่งจะได้อ้าปากพูดอะไร ชายในชุดสูทสีขาวก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเหี้ยมเกรียม แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเก่งและแอรีสแข็งค้าง
"ในเมื่อพวกแกชอบเล่นมุกนัก... งั้นฉันจะให้พวกแกได้ลองฟังมุกสุดท้ายในชีวิต ก่อนที่โลกใบนี้จะกลายเป็นสุสานของจริง... เชิญพบกับ 'จุดจบของมนุษยชาติ' ได้ ณ บัดนี้ครับ"
ฮาไม่จำกัด ครับ
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 24
มุกตลกที่ฆ่าปีศาจได้
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!