"ถ้าผมจะบอกว่าที่เห็นจระเข้ใส่สูทกำลังดีดกีตาร์ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้เจ้านายเก่าผมอยู่นั่นน่ะ คือเรื่องปกติของวันอังคาร คุณจะเชื่อไหมครับ?"
เก่งเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้วงมิติที่บิดเบี้ยว เขากำลังพยายามยืนทรงตัวบนพื้นผิวที่เป็นเยลลี่สีรุ้งดึ๋งดั๋ง ขณะที่ข้างกายเขามีเทพแอรีสในชุดบ็อกเซอร์ลายหมีพูห์—ซึ่งเทพสงครามยืนยันว่านี่คือชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์รุ่นลิมิเต็ด—กำลังถือดาบเลเซอร์ที่ทำจากก้านมะยมเหวี่ยงไปมาเพื่อปัดเป่าฝูงบินโดรนที่เป็นรูปทรงก้อนเมฆ
"อย่าถามหาความสมเหตุสมผลในที่แบบนี้เลยเจ้ามนุษย์" แอรีสพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหยิบซองมาม่าดิบในกระเป๋าบ็อกเซอร์ขึ้นมาเคี้ยวกร้วม "นี่มันคือ 'ความฝันร่วม' ของประชากรโลกเจ็ดพันล้านคน เวลานี้คนทั้งโลกหลับใหล และจิตใต้สำนึกของพวกเขาก็ระเบิดออกมาปนเปกันเหมือนถังขยะรวมมิตรในร้านสะดวกซื้อช่วงปลายเดือนนั่นแหละ"
"แล้วเราจะกู้โลกยังไงครับท่านเทพ ในเมื่อโลกที่เราต้องกู้มันดันกลายเป็นละครเวทีแบบเซอร์เรียลที่ไม่มีบทกำกับแบบนี้?" เก่งกุมขมับ พยายามหลบเลี่ยงมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่กำลังวิ่งผ่านไปพร้อมกับปีกนกกระจอกเทศ
"ก็ต้องหา 'ศูนย์กลางของความฝัน' ให้เจอไง" แอรีสชี้ไปที่ยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่ทำจากกองเอกสารภาษีที่ค้างชำระ "ตรงนั้นคือจุดที่ใครบางคนกำลังฝันว่าตัวเองเป็นใหญ่ที่สุดในโลก ถ้าเรากระชากตัวมันออกมาจากวงจรหลับใหลนี้ได้ โลกแห่งความจริงก็น่าจะรีบูตระบบใหม่... อย่างน้อยก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ"
เก่งถอนหายใจยาวเหยียด ชีวิตพนักงานออฟฟิศธรรมดาที่แค่หวังจะผ่านโปรฯ ไปวันๆ กลับกลายเป็นต้องมาผจญภัยในแดนสนธยาที่กฎฟิสิกส์ถูกโยนทิ้งถังขยะไปพร้อมกับตรรกะมนุษย์ เขาเดินตามเทพแอรีสไปตามทางเดินที่ทำจากบันทึกรายรับ-รายจ่ายที่ไม่มีวันสิ้นสุด ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศก็ยิ่งกดดันมากขึ้น เสียงกระซิบจากความกังวลของคนทั้งโลกดังระงมไปทั่วอากาศ เหมือนเสียงวิทยุที่หาคลื่นไม่เจอ
"ท่านแอรีสครับ ดูนั่น..." เก่งหยุดชะงัก
เบื้องหน้าของพวกเขาคือภาพฉายขนาดมหึมา เป็นภาพของ 'โต๊ะทำงาน' ของเก่งเอง แต่สิ่งที่ผิดปกติคือ บนโต๊ะตัวนั้นกลับมีร่างของเก่งอีกคนนั่งอยู่ ทว่าร่างนั้นกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างบ้าคลั่ง โดยมีหัวหน้างานยืนค้ำหัวอยู่ ทั้งที่ความจริงหัวหน้าคนนั้นลาออกไปนานแล้ว
"นั่นคือภาพสะท้อนความกลัวที่ลึกที่สุดของแก" แอรีสลดดาบก้านมะยมลง สายตาของเทพสงครามดูอ่อนโยนขึ้นชั่วครู่ "แกไม่ได้กลัวการกู้โลกหรอกเก่ง แกกลัวที่จะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ... ชีวิตที่ไม่มีความหมายและต้องคอยเกรงใจใครต่อใครไปตลอดกาล"
เก่งนิ่งอึ้ง หัวใจของเขาสั่นไหว ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะความจริงที่ถูกตีแสกหน้า เขาเพิ่งตระหนักว่า 'โลกแห่งความฝัน' นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อขังคนอื่น แต่มันกำลังดึงเอาปมในใจของเขามาล้อเล่น
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวผ่านภาพหลอนนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ใช่เสียงเท้าของคนทั่วไป แต่เป็นเสียงเหล็กกระทบพื้นดังกึกก้องสลับกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนคนบ้า
ทั้งเก่งและแอรีสหันไปมองพร้อมกัน สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ ทว่าใบหน้าของเขากลับเลือนลางเหมือนถูกลบด้วยยางลบ แต่นัยน์ตาของเขากลับส่องประกายด้วยสีแดงฉานประหนึ่งลาวา
"พวกแกมาถึงเร็วกว่าที่คิดนะ... แต่ก็นะ ในความฝันของฉัน เวลาเป็นแค่เรื่องสมมติ" ชายผู้นั้นกล่าว น้ำเสียงนั้นช่างคุ้นหูอย่างประหลาด ราวกับเป็นเสียงของเก่งเองเมื่อหลายปีก่อน
แอรีสยกดาบขึ้นเตรียมพร้อม "แกคือใคร? ไอ้คนที่จะล่มโลกด้วยความเพ้อฝันของตัวเองงั้นเรอะ?"
ชายไร้หน้ายิ้มกว้างจนมุมปากฉีกไปถึงใบหู "ฉันไม่ใช่ใครอื่นหรอก ฉันคือ 'เก่ง' อีกเวอร์ชันหนึ่ง... เวอร์ชันที่เลือกจะไม่เกรงใจใครเลยสักครั้งในชีวิต และตอนนี้ ฉันกำลังจะทำให้โลกนี้กลายเป็นความฝันที่ฉันเป็นพระเจ้าเพียงผู้เดียว!"
มือของชายคนนั้นยกขึ้น พื้นที่รอบข้างเริ่มแตกสลายกลายเป็นเศษเสี้ยวของความว่างเปล่า เก่งรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลที่พยายามกระชากวิญญาณของเขาออกจากร่าง
"ถ้าแกอยากหยุดฉัน แกต้องเลือกนะเก่ง" ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้จนเก่งสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบ "จะยอมเป็นหัวหน้าทีมกู้โลกที่ล้มเหลว หรือจะยอมปล่อยให้โลกนี้หลับไหลไปตลอดกาลเพื่อแลกกับการที่ไม่ต้องเจอหน้าหัวหน้าเฮงซวยนั่นอีก?"
เก่งกำหมัดแน่น ความลังเลซัดสาดเข้ามาในใจเหมือนคลื่นยักษ์ เขาหันไปมองแอรีสที่ตอนนี้เริ่มเลือนรางกลายเป็นแสงสีทอง ทันใดนั้น เงาของชายไร้หน้าก็เปลี่ยนรูปร่างไป มันกลายเป็นร่างของแม่เขาที่กำลังถือนามบัตรใบหนึ่งไว้ในมือ พร้อมกับกระซิบคำตอบสุดท้ายที่ทำให้หัวใจของเก่งแทบหยุดเต้น
"ลูกเลือกเองนะว่าจะให้ชีวิตนี้จบลงแบบไหน..."
ทว่าก่อนที่เก่งจะทันได้คว้ามือแม่ไว้ ท้องฟ้าแห่งความฝันก็ฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นดวงตาขนาดมหึมาที่จ้องมองลงมาจากนอกขอบมิติ ดวงตาที่เขาจำได้ดีว่าเป็นดวงตาของคนที่เขา 'แอบรัก' มาตลอดสิบปี และเธอกำลังถือปืนจ่อมาที่หัวของเขา พร้อมกับคำถามที่ไม่มีใครตอบได้!
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับจินตนาการสุดกาวในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ฮาไม่จำกัด ครับ
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 23
การผจญภัยในโลกแห่งความฝัน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!