“ไอ้เก่ง! อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนคนเพิ่งโดนหวยแดกสิโว้ย ตั้งสติหน่อย!”
เสียงตะคอกของเทพแอรีสไม่ได้ช่วยให้ความดันโลหิตของผมลดลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะกระโดดออกมาเต้นระบำนอกอก มือที่สั่นเทาของผมยังคงค้างอยู่ที่พื้น สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ ‘รอยแยก’ บนพรมเช็ดเท้าใต้โต๊ะทำงานของ ดร.กิตติ
มันไม่ใช่รอยขาดธรรมดา แต่มันคือช่องว่างมิติที่บิดเบี้ยวเหมือนกระจกเงาแตกละเอียด มองทะลุเข้าไปเห็นท้องฟ้าสีม่วงคล้ำและภูเขาลอยฟ้าที่ดูยังไงก็ไม่ใช่เมืองกรุงเทพมหานคร
“มิติไหนเหรอ?” แอรีสถามพลางเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง เขาโน้มตัวลงมามองรอยแยกนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนคนกำลังมองกองขยะ “ถ้าให้เดาจากกลิ่นอายคาวเลือดและลมร้อนที่พัดออกมานี่... น่าจะเป็นขุมนรกชั้นที่แปดเศษสามส่วนสี่ที่ข้าเคยไปเตะบอลเล่นตอนสมัยวัยรุ่นว่ะ”
“เตะบอล?” ผมหันไปมองเทพสงครามที่อยู่ในชุดสูทมือสองสภาพยับเยิน “นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายนะแอรีส! ดร.กิตติแกทำงานอะไรกันแน่ ทำไมใต้โต๊ะทำงานแกถึงมีประตูไปนรกอยู่!”
ผมรีบคว้าถังขยะมาครอบรอยแยกนั้นไว้ด้วยความลนลาน แต่มันกลับทะลุผ่านถังขยะลงไปเหมือนมันไม่มีตัวตนเสียอย่างนั้น แอรีสหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มลงไปในรอยแยกนั้นเหมือนกำลังเช็กอุณหภูมิน้ำแกง
“อย่าจิ้ม! เดี๋ยวไอ้นั่นก็งับนิ้วขาดหรอก!” ผมหวีดร้องด้วยความสติแตก
“เจ้ากังวลเกินไปแล้วไอ้พนักงานออฟฟิศ” แอรีสพูดพลางดึงนิ้วออกมา นิ้วเขายังอยู่ครบ แต่เล็บของเขากลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม “ที่นี่ไม่ได้มีแค่นรกหรอก ดูกลไกพวกนี้สิ... นี่มันไม่ใช่แค่รูโหว่ แต่มันคือ 'ตู้จดหมายข้ามมิติ' ที่ถูกวางระบบไว้ห่วยแตกสุดๆ”
แอรีสเอื้อมมือไปกดปุ่มใต้โต๊ะของ ดร.กิตติ ที่ผมไม่เคยสังเกตมาก่อน มันเป็นปุ่มสีแดงที่ซ่อนอยู่หลังลิ้นชักที่เปิดไม่ได้มาสามปี พลันเสียงเครื่องจักรกลที่ฟังดูเหมือนเสียงนาฬิกาปลุกดังสนั่นลั่นออฟฟิศ พร้อมกับโต๊ะทำงานของ ดร.กิตติ ที่แยกตัวออกจากกันเป็นสองซีกราวกับแยกทวีป ลึกเข้าไปใต้พื้นออฟฟิศที่ควรจะเป็นแผ่นคอนกรีต กลับกลายเป็นอุโมงค์เรืองแสงที่ทอดยาวลงไปในความว่างเปล่า
“เอาล่ะเก่ง” แอรีสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขากระชับเนคไทที่เบี้ยวให้เข้าที่ “ดูเหมือนภารกิจกู้โลกประจำเดือนนี้ จะไม่ต้องใช้ใบลาป่วยแล้วล่ะ เตรียมตัวให้ดี เพราะดูท่าทางเจ้าของโต๊ะคนนี้... จะไม่ได้แค่กู้สถานการณ์ แต่เขากำลัง 'ขายสถานการณ์' ให้กับต่างมิติอยู่”
ผมมองลงไปในอุโมงค์นั้น ลมเย็นเฉียบพัดปะทะหน้าจนขนลุกซู่ ในใจผมอยากจะลาออกแล้วไปขายน้ำเต้าหู้หน้าปากซอยเสียเดี๋ยวนี้ แต่สัญชาตญาณของการเป็นหัวหน้าทีมกู้โลก (ที่จับพลัดจับผลูมาเป็น) บอกให้ผมก้าวตามเขาไป
เราเดินลงไปตามบันไดวนที่ทำจากแสงเลเซอร์ บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง กระทั่งเราเดินมาถึงสุดทาง ที่นั่นไม่ใช่ห้องใต้ดิน แต่มันคือห้องโถงกว้างใหญ่ที่มีหน้าจอโฮโลแกรมลอยคว้างอยู่เต็มไปหมด บนหน้าจอเหล่านั้นคือภาพของพวกเราเองในอิริยาบถต่างๆ ทั้งตอนที่ผมแอบหลับ ตอนที่แอรีสกำลังแย่งมาม่าเพื่อนร่วมงานกิน และตอนที่ ดร.กิตติ กำลังนั่งหัวเราะร่าอยู่กับชายชุดดำในมิติอื่น
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ผมรีบหันขวับไปมอง เห็น ดร.กิตติ ยืนถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลด้วยรอยยิ้มที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่รอยยิ้มใจดีของเจ้านายที่ผมรู้จัก แต่มันเป็นรอยยิ้มของ 'นักธุรกิจ' ที่กำลังมองเหยื่อ
“ดูเหมือนพวกเธอจะพบ 'โปรเจกต์ลับ' ของบริษัทเข้าแล้วสินะ” ดร.กิตติพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “เอาล่ะ... ในเมื่อรู้ความลับนี้แล้ว ก็มีอยู่สองทางเลือก คือจะเป็นพนักงานดีเด่นต่อ หรือจะลองกลายเป็นวัตถุดิบในการส่งออกมิติถัดไปดูดีล่ะ?”
เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังปัง ก่อนจะกดรีโมทบางอย่างในมือ บานประตูเหล็กกล้าที่อยู่ข้างหลังเขาก็เปิดออก เผยให้เห็นบางสิ่งที่ทำให้ผมเข่าอ่อนจนแทบทรงตัวไม่อยู่ เพราะสิ่งที่อยู่หลังประตูนั่น... คือร่างของตัวผมเองอีกคนหนึ่งที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ในแคปซูลแก้ว พร้อมกับป้ายชื่อที่เขียนว่า ‘ต้นแบบฉบับที่ 001’
“เก่ง... นายว่าไอ้ร่างในตู้กับนาย ใครคือตัวจริงกันแน่ล่ะ?” แอรีสถามด้วยน้ำเสียงที่ลดความกวนลงเหลือเพียงความสงสัย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมผจญภัยไปกับความกาวในครั้งนี้ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าครับ
ฮาไม่จำกัด
บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์•ตอนที่ 27
ความลับใต้โต๊ะทำงาน
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บริษัทรับจ้างกู้โลก(ด้วยความกาว): กู้เงินยังยากกว่ากู้สถานการณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!