"เรียนตามตรงนะครับท่านหัวหน้ากอง... ผลผลิตทางการเกษตรของที่นี่ ไม่เพียงแต่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับสูงของเมืองหลวงเท่านั้น แต่รสชาติและคุณประโยชน์ทางโภชนาการยังเหนือกว่าแปลงทดลองหลวงถึงสามเท่าด้วยซ้ำ"
น้ำเสียงของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม ซึ่งติดเข็มกลัดเกียรติยศของกระทรวงเกษตรส่วนกลาง ดังสะท้อนก้องท่ามกลางโรงเรือนเพาะปลูกอัจฉริยะ ลู่เฉิงหยวนยืนตัวตรงในชุดนายทหารเต็มยศ สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาฉายแววระแวดระวังตามสัญชาตญาณทหารอาชีพ เขากวาดตามองกลุ่มข้าราชการระดับสูงจากเมืองหลวงสี่คนที่เดินตรวจแปลงผักและสมุนไพรของภรรยาอย่างละเอียดลออ
หลินว่านจินก้าวออกมาจากห้องคัดแยกผลผลิต รอยยิ้มบางเบาประดับบนใบหน้าเรียวสวย นางสวมเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดทับด้วยผ้ากันเปื้อนลินินสีครีม มือเรียวบางกำลังเช็ดคราบละอองดินจางๆ ออกจากปลายนิ้วด้วยผ้าสะอาด ท่าทีสง่างามและไร้ความหวาดหวั่นต่อหน้าผู้มีอำนาจจากส่วนกลาง ทำให้เจ้าหน้าที่อาวุโสท่านนั้นต้องชะงักฝีเท้า
"คุณหลินว่านจินสินะครับ" หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่จากเมืองหลวงนามว่า 'ส Mย' หรือสหายเผิง ใช้นิ้วดันกรอบแว่นโลหะขึ้นเล็กน้อย ดวงตาหลังเลนส์คู่นั้นกวาดมองแปลงกะหล่ำปลีและโสมตังกุยที่เติบโตอย่างงดงามราวกับต้องมนต์ "ผมได้อ่านรายงานการจัดสรรที่ดินและตัวเลขผลผลิตของสหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านหง Hsing แล้ว... สารภาพตามตรงว่าตอนแรกพวกเราคิดว่าเป็นตัวเลขที่ตกแต่งเกินจริง"
หลินว่านจินวางถาดไม้ที่บรรจุชาสมุนไพรกลิ่นหอมกรุ่นลงบนโต๊ะไม้ไผ่ข้างทางเดิน นางรินน้ำชาใส่จอกดินเผาอย่างใจเย็น กลิ่นหอมละมุนของดอกเบญจมาศป่าผสมผสานกับรากโสมชั้นดีลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ดับกลิ่นอายความตึงเครียดของข้าราชการระดับสูงลงได้ชะงัด
"ความจริงมักพูดได้ด้วยตัวของมันเองเสมอครับสหายเผิง" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของลู่เฉิงหยวนดังขึ้น พร้อมกับที่เขาก้าวเข้ามาโอบไหล่ภรรยาไว้หลวมๆ การกระทำนี้ไม่ได้แสดงถึงความไร้มารยาทต่อหน้าผู้ใหญ่ แต่เป็นการประกาศอาณาเขตและปกป้องภรรยาอย่างเปิดเผย "ภรรยาผมใช้ทั้งหยาดเหงื่อและองค์ความรู้เฉพาะทาง หากท่านผู้ตรวจการต้องการตัวเลขที่เป็นเท็จ เกรงว่าคงต้องไปหาจากแปลงเกษตรอื่น"
สหายเผิงหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะของเขาทุ้มต่ำและกังวาน บ่งบอกถึงความพึงพอใจอย่างยิ่ง ไม่มีความโกรธเคืองในแววตาคู่นั้นแม้แต่น้อย กลับกัน เขากลับมองสามีภรรยาคู่นี้ด้วยความชื่นชม
"ฮ่าๆๆ! สมคำร่ำลือจริงๆ สหายลู่เฉิงหยวน นายทหารผู้ซื่อตรงแห่งกองพลที่เจ็ด และภรรยาผู้พลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้งให้กลายเป็นขุมทอง... วันนี้ผมไม่ได้มาเพื่อจับผิดหรอกครับ แต่ผมมาพร้อมกับ 'ข้อเสนอ' จากส่วนกลาง"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ ลู่เฉิงหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย กล้ามเนื้อบริเวณสันรามกกระตุกเกร็ง ส่วนหลินว่านจินยังคงรอยยิ้มราบเรียบ ทว่าในใจเริ่มคำนวณความเป็นไปได้ต่างๆ นานາ
ในยุคปีแปดสิบเช่นนี้ ข้อเสนอจากส่วนกลางมักมาพร้อมกับภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง หรือไม่ก็ผลประโยชน์ก้อนโตที่แลกมาด้วยอิสรภาพที่ลดลง
"เชิญนั่งก่อนเถอะครับสหายเผิง" หลินว่านจินผายมือเชิญด้วยท่าทีสุภาพ "เรื่องสำคัญระดับกระทรวง คงต้องคุยกันยาว... เป่าเป่า ลูกชายตัวน้อยของฉันคงกำลังเตรียมของว่างอยู่พอดี"
พูดถึงเป่าเป่า เด็กชายวัยสี่ขวบก็วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในโรงเรือน มือเล็กๆ ถาดไม้ใส่ซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมร้อนๆ ที่เพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ๆ กลิ่นหอมเย้ายวนของแป้งนุ่มๆ และน้ำซุปชุ่มฉ่ำกระจายตัวทันทีที่ฝาเข่งไม้ไผ่ถูกเปิดออก เด็กน้อยฉีกยิ้มตาหยี โค้งตัวคารวะแขกผู้ใหญ่ตามที่มารดาพร่ำสอน
"คุณลุงทานซซาลาเปาก่อนนะครับ ฝีมือคุณแม่ อร่อยที่สุดในสามโลกเลยครับ!"
ความน่ารักไร้เดียงสาแต่ฉลาดเฉลียวของเด็กชาย ทำให้เหล่าข้าราชการจากเมืองหลวงที่เคร่งเครียดมาตลอดทางถึงกับหลุดยิ้มออกมา สหายเผิงหยิบซาลาเปาขึ้นมาลูกหนึ่ง กัดเข้าไปคำหนึ่ง แป้งนุ่มละมุนลิ้นระเบิดรสชาติความกลมกล่อมของไส้หมูและเห็ดหอมป่าอย่างลงตัว ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นด้วยความทึ่ง
"นี่มัน... ฝีมือระดับเชฟภัตตาคารหลวง! ไม่สิ อร่อยกว่าเสียอีก!"
ขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับอาหารว่าง ลู่เฉิงหยวนโน้มตัวกระซิบข้างหูภรรยาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่จริงจัง "ระวังตัวด้วยนะว่านจิน สายตาของตาแก่เผิงนั่น... เหมือนหมาป่าเจอเนื้อชิ้นโต"
หลินว่านจินเหลือบมองสามี แววตาพราวระยับด้วยความขบขัน "เขาก็แค่ทึ่งในผลผลิตของเราเท่านั้นแหละคุณ... ว่าแต่คุณเถอะ เตรียมใจรับมือกับคำสั่งย้ายหรือยัง?"
"ถ้าคำสั่งนั้นทำให้ฉันต้องห่างจากเธอและลูก... ต่อให้เป็นคำสั่งจากท่านประธานาธิบดี ฉันก็กล้าปฏิเสธ" ลู่เฉิงหยวนตอบกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นจริงจังไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางลมหนาวปลายฤดู
สหายเผิงวางจานซาลาเปาลง ใช้ผ้าเช็ดปากอย่างเรียบร้อย ก่อนจะประสานมือวางบนตักแล้วมองตรงมาที่หลินว่านจินและลู่เฉิงหยวน สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทันตา
"เอาล่ะครับ ในเมื่อบรรยากาศเป็นกันเองแล้ว ผมขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน" สหายเผิงกวาดตามองฟาร์มขนาดใหญ่รอบกาย "ทางส่วนกลางมีโครงการ 'พลิกฟื้นเกษตรกรรมแห่งชาติ' เราต้องการโมเดลต้นแบบที่พึ่งพาตนเองได้ 100% โดยไม่ต้องพึ่งพิงสารเคมีหรือการนำเข้าจากต่างประเทศ และฟาร์ม 'ว่านหยวน' ของพวกคุณ... ผ่านเกณฑ์ทุกข้ออย่างสมบูรณ์แบบ"
หลินว่านจินนิ่งฟัง นางไม่ได้แสดงอาการดีใจจนเนื้อเต้น เพราะรู้ดีว่าลาภก้อนโตมักมีเงื่อนไขซ่อนอยู่เสมอ "ท่านหมายความว่า...?"
"เราต้องการแต่งตั้งให้ฟาร์มแห่งนี้ เป็น 'ศูนย์วิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรส่วนภูมิภาค' โดยมีคุณหลินว่านจินเป็นผู้อำนวยการศูนย์ และสหายลู่เฉิงหยวน... จะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นนายพัน พร้อมกับตำแหน่งที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงประจำโครงการ" สหายเผิงหยุดเว้นจังหวะ เพื่อดูปฏิกิริยาของคนทั้งคู่ "งบประมาณสนับสนุนประจำปีห้าแสนหยวน และสิทธิ์ขาดในการบริหารจัดการพื้นที่สามตำบล"
ตัวเลขห้าแสนหยวนในยุคปีแปดสิบ... คือทรัพย์มหาศาลที่คนธรรมดาทำงานทั้งชาติก็ไม่มีทางหาได้!
ทว่า ลู่เฉิงหยวนกลับขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณทหารบอกเขาว่าผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ ย่อมแลกมาด้วยภาระที่ใหญ่ยิ่งกว่า
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือตอบรับ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงโวยวายดังลั่นก็แว่วมาจากทางหน้าประตูฟาร์ม
"หลบไปนะ! ฉันเป็นถึงแม่สะใภ้ของที่นี่ ทำไมฉันจะเข้าไปไม่ได้! นังตัวดี หลินว่านจิน! แกแอบซ่อนอะไรไว้ ทำไมพวกข้าราชการจากเมืองหลวงถึงมาหาแกได้!"
เสียงแหลมสูงคุ้นหูที่เต็มไปด้วยความโลภและความอิจฉาริษยาตะโกนโวกเวกโวยวาย นางจาง (แม่สามีจอมสูบ) พยายามฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามา โดยมีร่างอ้วนท้วมของสะใภ้รองคอยดึงแขนเสื้อไว้ไม่ให้เสียหน้า แต่ดูเหมือนความโลภจะบังตาจนนางไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอีกต่อไปแล้ว
สหายเผิงขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ หันไปมองหน้าลู่เฉิงหยวนที่บัดนี้ใบหน้าคมเข้มมืดมนลงสนิท ประกายตาทมิฬวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธ
หลินว่านจินผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางปัดมือบนผ้ากันเปื้อนเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังจนทุกคนต้องเงียบกริบ
"ดูท่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญของฉัน จะมาได้ 'จังหวะเวลา' เสียเหลือเกินนะคะ"
ดวงตาคู่คมของนางกวาดมองไปทางประตูฟาร์มที่นางจางกำลังพังประตูเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสหายเผิงด้วยแววตานิ่งสงบที่ซ่อนคลื่นพายุเอาไว้
"ท่านหัวหน้าเผิง... เกี่ยวกับข้อเสนอเมื่อครู่ ฉันมีเงื่อนไขข้อเดียวเท่านั้น... หากท่านเคลียร์ปัญหา 'ปลิงดูดเลือด' ในครอบครัวนี้ให้ฉันไม่ได้ เกรงว่าฟาร์มแห่งนี้... คงต้อนรับคนจากส่วนกลางไม่ได้เช่นกันครับ/ค่ะ" (อ๊ะ ห้ามใช้ ค่ะ!) -> "คงต้อนรับคนจากส่วนกลางไม่ได้เช่นกันครับ"
สหายเผิงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความอึ้งระคนทึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะเสียงดังลั่นออกมาอีกครั้งอย่างชอบใจ
"น่าสนใจ! ช่างเป็นภรรยาค่ายทหารที่ดุดันทรงพลังเสียจริง! จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แล้วเราค่อยเซ็นสัญญากัน... สหายลู่ ไปจัดการแม่นายคนนั้นซะ อย่าให้มารบกวนการเจรจาระดับชาติของเรา"
ลู่เฉิงหยวนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีความกดดันแผ่ซ่ายรอบกายจนคนรอบข้างต้องถอยกรูด เขาหันไปมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและสนับสนุนอย่างเต็มที่
ทว่า ในวินาทีที่ลู่เฉิงหยวนกำลังจะก้าวเท้าออกไปจัดการมารดาจอมสร้างปัญหา ประตูห้องคลังสินค้าด้านหลังที่ควรจะปิดตาย กลับส่งเสียง 'คลิก' เบาๆ พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมกับเอกสารลับปึกหนึ่งในมือ...
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มาโดยตลอดนะครับ*
คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 28
ข้อเสนอจากส่วนกลาง
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!