"ถ้าคุณยังกล้าส่งเสียงโวยวายไล่ภรรยาผมออกจากบ้านอีกแม้แต่คำเดียว ผมจะทำเรื่องย้ายสำมะโนครัวตัดขาดตระกูลลู่เสียตั้งแต่วันนี้!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่แฝงไอสังหารของนายทหารผ่านศึกดังสะท้านเรือนไม้เก่าๆ ทำให้แม่จางที่อ้าปากค้างเตรียมจะแผדเสียงด่าทอต้องกลืนคำพูดลงคอไปทันที นางลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองบุตรชายคนรองที่บัดนี้แววตาไม่ได้มีความเคารพเชื่อฟังหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวเยือกเย็นราวกับพร้อมจะหักสะบั้นสายสัมพันธ์แม่ลูกได้ทุกเมื่อหากใครกล้าแตะต้องภรรยาและบุตร
หลินว่านจินยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่อุ่นวาบขึ้นในทรวงอก นางปรายตามองสามีหนุ่มที่ยืดอกยืนบังร่างของนางและเป่าเป่าไว้มิดชิด ความรู้สึกแปลกปลอมเมื่อแรกทะลุมิติมาสู่ยุค 1980 อันยากลำบาก บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความมั่นคงปลอดภัยอย่างแท้จริง มือเรียวบางเอื้อมไปสัมผัสชายเสื้อสีเขียวทหารของลู่เฉิงหยวนเบาๆ เป็นเชิงบอกว่านางไม่เป็นไร
"ท่านพี่... อย่าไปมีปากมีเสียงกับแม่เลยครับ เป่าเป่ากลัวแล้ว" เสียงเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้นพร้อมกับมือป้อมๆ ที่กำชายกางเกงของบิดาแน่น ลู่เฉิงหยวนรีบปรับสีหน้าท่าทีที่แข็งกร้าวลงในพริบตา เขานั่งยลงโอบกอดบุตรชายเข้าสู่อ้อมอกอย่างอ่อนโยนผิดกับเมื่อครู่ราวกับคนละคน
"เป่าเป่าไม่ต้องกลัว พ่ออยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีใครกล้าทำอะไรแม่กับลูกได้อีก" ลู่เฉิงหยวนเอ่ยปลอบโยนพลางลูบศีรษะเล็กอย่างรักใคร่ ก่อนจะหันมาสบตากับภรรยา แววตาคมกริบที่เคยใช้สั่งการในกองทัพแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นละมุนละไมจนน่าประหลาด "ว่านจิน วันนี้ผมจะพาคุณกับลูกเข้าเมือง ไปซื้อหาเสื้อผ้าชุดใหม่และกินอาหารอร่อยๆ กัน เป็นการชดเชยที่ผ่านมาคุณต้องลำบากมามาก"
การเดินทางสู่ตัวอำเภอในยุคแปดสิบไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่แพทย์หญิงจากศตวรรษที่ 21 คุ้นเคย รถโดยสารประจำทางคันโยกเยែកส่งเสียงคำรามไอควันดำโขมงตลอดทาง ทางเกวียนลูกรังที่ขรุขระทำให้รถโยกเยกไปมาจนเป่าเป่าเริ่มมีอาการเวียนหัว ลู่เฉิงหยวนรีบดึงร่างเล็กมานั่งตัก ประคองศีรษะทุยให้อยู่ในตำแหน่งที่นิ่งที่สุด พร้อมกับหยิบลูกอมรสนมกระต่ายขาวที่แอบซื้อเก็บไว้ออกมาแกะป้อนให้ลูกชายอมแก้คลื่นไส้
หลินว่านจินมองการกระทำของสามีด้วยรอยยิ้มจางๆ นางแอบดึงน้ำผึ้งทิพย์จากมิติฟาร์มผสมลงในกระติกน้ำพกพา ยื่นให้สามีนำไปให้ลูกดื่ม ลู่เฉิงหยวนรับมาโดยไม่ซักถาม แม้เขาจะแปลกใจว่าเหตุใดน้ำใสๆ รสชาติหวานหอมชื่นใจนี้จึงมีฤทธิ์วิเศษเพียงชั่วพริบตาที่ทำให้เด็กชายเป่าเป่าหายจากอาการวิียนหัวและกลับมาสดใสได้ทันที แต่ความไว้วางใจที่เขามีต่อภรรยาทำให้เขาเลือกที่จะเก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจ
เมื่อรถโดยสารจอดเทียบท่าหน้าสถานีรถประจำชาติตัวอำเภอ กลิ่นอายความเจริญแบบกึ่งชนบตกึ่งเมืองก็ปะทะเข้าจมูก เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเร่ขายของ เสียงระฆังจักรยาน และผู้คนแต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าสีหม่นเดินขวักไขว่สร้างความมีชีวิตชีวาไม่น้อย
"จับมือผมไว้ให้แน่นนะครับ คนที่นี่ค่อนข้างพลุกพล่าน" ลู่เฉิงหยวนเอ่ยเตือนด้วยความห่วงใย พร้อมกับยื่นมือหนาหยาบกร้านจากการฝึกหนักมาประสานเข้ากับมือเรียวบางของหลินว่านจิน ฝ่ามือที่อบอุ่นและแข็งแกร่งคู่นั้นส่งผ่านความมั่นคงมาสู่จิตใจของหญิงสาวอย่างบอกไม่ถูก ส่วนมืออีกข้างหนึ่งของชายหนุ่มก็อุ้มเป่าเป่าไว้แนบอก ภาพครอบครัวสามคนในชุดเรียบง่ายแต่ดูสะอาดสะอ้านและหน้าตาโดดเด่นสะดุดตาผู้คนริมถนนยิ่งนัก
เป่าเป่าตื่นตาตื่นใจกับสิ่งรอบตัว เด็กน้อยชี้ชวนให้ดูร้านขายขนมแป้งทอดและของเล่นไม้ริมทาง ลู่เฉิงหยวนย่อมไม่ปฏิเสธบุตรชาย เขาพาเดินตรงไปยังร้านขายเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในย่านการค้าทันที
"คุณลองเลือกดูสิครับว่าชอบแบบไหน" ลู่เฉิงหยวนกวาดสายตามองราวตากผ้าที่มีเสื้อผ้าแขวนอยู่หลากหลายแบบ แม้ส่วนใหญ่จะเป็นโทนสีพื้นอย่างกรมท่า เทา หรือเขียวเข้ม แต่นางเอกของเราผู้มีรสนิยมจากโลกอนาคตย่อมมองหาความแตกต่าง
หลินว่านจินเดินสำรวจเนื้อผ้าอย่างพินิจพิเคราะห์ นางเลือกหยิบเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนละมุนตาตัวหนึ่งขึ้นมาทาบกับลำตัว พลางหันไปยิ้มให้สามี "ชุดนี้ดูสะอาดตาดี คุณว่าเหมาะกับฉันไหมครับ?"
คำว่า "ครับ" ที่หลุดออกจากปากภรรยาทำให้ลู่เฉิงหยวนชะงักไปเล็กน้อยด้วยความคุ้นชิน แต่เมื่อสายตาคมกริบมองสำรวจร่างระหงในชุดสีฟ้าอ่อนนั้น หัวใจของนายทหารหนุ่มก็เต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ สีฟ้าอ่อนขับผิวของนางให้ผุดผ่องเปล่งประกาย ราวกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์หลุดออกมาจากภาพวาด ความงดงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างทำให้เขาเผลอจ้องมองจนลืมหายใจ
"มะ... เหมาะมากครับ สวยมาก" ลู่เฉิงหยวนเอ่ยเสียงแหบพร่า ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดจนหลินว่านจินต้องแอบอมยิ้มด้วยความเอ็นดู ชายร่าง ใหญ่นายทหารผู้กล้าหาญในในสนามรบ แต่เวลานี้กลับเขินอายภรรยาจนทำตัวไม่ถูก
"พนักงานครับ ห่อชุดนี้ให้ด้วยครับ แล้วก็ตัดชุดแบบเดียวกันนี้ให้เด็กชายไซส์สี่ขวบหนึ่งชุด และเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายเนื้อดีสำหรับผมอีกสองตัวด้วย" ลู่เฉิงหยวนหันไปสั่งการพนักงานร้านด้วยน้ำหนักเสียงหนักแน่น ควักกระเป๋าหยิบบัตรปันส่วนและธนบัตรออกมาจ่ายเงินอย่างไม่ลังเล สร้างความประหลาดใจแกพนักงานร้านที่มักเห็นสามีภาระหนักหน่วงบ่นเรื่องราคา แต่นายทหารผู้นี้กลับเปย์ภรรยาและลูกอย่างใจป้ำ
หลังจากจัดการเรื่องเสื้อผ้าเสร็จสรรพ ท้องน้อยๆ ของเป่าเป่าก็ส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเบาๆ ทำให้สองสามีภรรยาหัวเราะออกมาพร้อมกัน
"ได้เวลาเติมพลังแล้วครับ วันนี้ผมจะพาไปกินบะหมี่เนื้อตุ๋นร้านดังประจำอำเภอ ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มและน้ำซุปเข้มข้น" ลู่เฉิงหยวนจูงมือภรรยาเดินลัดเลาะเข้าสู่ตรอกซอกซอยที่มีกลิ่นหอมเครื่องเทศลอยโชورเตะจมูก
ร้านอาหารกึ่งเปิดโล่งเนืองแน่นไปด้วยผู้คน แต่ด้วยบารมีและความน่าเกรงขามของนายทหารหนุ่ม ทำให้โต๊ะตัวมุมร้านที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวว่างลงทันทีเมื่อเขาเดินเข้าไปจัดการ ลู่เฉิงหยวนบรรจงเช็ดเก้าอี้และโต๊ะให้สะอาดเรียบร้อยก่อนจะผายมือให้ภรรยานั่งลง
ไม่นานนัก ชามกระเบื้องเคลือบใบใหญ่ส่งควันฉุยพร้อมกลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำซุปกระดูกวัวเคี่ยวเคี่ยวกับสมุนไพรจีนนานาชนิดก็ถูกนำมาวางตรงหน้า เส้นบะหมี่ทำมือเหนียวนุ่มโปะหน้าด้วยเนื้อวัวตุ๋นเปื่อยชิ้นโต โรยหน้าด้วยต้นหอมซิกและผักชีสดสีเขียวขจี หลินว่านจินสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ ในฐานะแพทย์หญิงและเชฟมือฉมัง นางรู้ทันทีว่าน้ำซุปชามนี้ผ่านการเคี่ยวมาไม่ต่ำกว่าหกชั่วโมงอย่างแน่นอน
"ทานให้อร่อยนะครับ" ลู่เฉิงหยวนคีบชิ้นเนื้อที่นุ่มที่สุดใส่ลงในชามของภรรยา และอีกชิ้นให้บุตรชาย ก่อนที่เขาจะลงมือทานของตนเอง
บรรยากาศความอบอุ่นภายในครอบครัวดำเนินไปท่ามกลางเสียงพูดคุยและรอยยิ้ม หลินว่านจินรู้สึกมีความสุขอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ข้ามมิติมา การมีสามีที่คอยปกป้องและเอาใจใส่ ประกอบกับลูกชายที่น่ารัก ทำให้ชีวิตในยุค 80 นี้ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด
ทว่า ในขณะที่ตะเกียบในมือของนางกำลังจะคีบเส้นบะหมี่คำสุดท้ายเข้าปาก สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยคู่หนึ่งกำลังเดินก้าวเข้ามาในร้านอาหารแห่งนี้
ร่างนั้นคือ "จางซิ่วอิง" หญิงสาวลูกสาวผู้ใหญ่บ้านที่เคยหมายปองลู่เฉิงหยวน และเป็นหนึ่งในตัวการคอยปล่อยข่าวลือเสียหายใส่ร้ายนางในหมู่บ้าน ข้างกายของนางมีชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานสวมแว่นตากรอบทอง ซึ่งหลินว่านจินจำได้ทันทีว่าเป็น "เฉินกั๋วเฉียง" นายสถานีรถไฟอำเภอผู้ทรงอิทธิพลและมีเบื้องหลังไม่สะอาดสะอ้าน
จางซิ่วอิงกวาดสายตามาเห็นครอบครัวของลู่เฉิงหยวนเข้าพอดี ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความริษยา ทว่าทันใดนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาดุจงูพิษก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง
"อุ๊ยตาย! นั่นพี่เฉิงหยวนไม่ใช่หรือคะ? พาภรรยาขี้เกียจกับลูกติดท้องมาเดินเที่ยวในเมืองด้วย ช่างกล้าใช้เงินเดือนทหารหมดไปกับเรื่องไร้สาระเสียจริง ระวังเถอะค่ะ... เงินที่ได้มาอาจจะไม่ใช่เงินสะอาดก็ได้นะเพคะ" เสียงแหลมสูงจงใจเปล่งออกมาให้คนทั้งร้านได้ยิน
บรรยากาศในร้านบะหมี่ที่เคยอบอุ่นพลันเงียบกริบลงทันตา ทุกสายตาหันมาจับจ้องที่โต๊ะของหลินว่านจินเป็นตาเดียว ลู่เฉิงหยวนวางตะเกียบคงในมือลงช้าๆ แววตาสีเข้มฉายแววอันตรายขึ้นมาวูบหนึ่ง กล้ามเนื้อสันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
แต่ก่อนที่สามีจะทันได้ลุกขึ้นไปจัดการสะสาง หญิงสาวผู้เป็นภรรยา1กลับวางตะเกียบลงอย่างใจเย็น นางใช้ผ้าเช็ดปากเช็ดริมฝีปากอย่างช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับจางซิ่วอิงด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้อีกฝ่ายผวาเฮือก
"เงินสามีฉันหามาด้วยหยาดเหงื่อและความเสี่ยงภัยในกองทัพ จะใช้ปรนเปรอฉันกับลูกแล้วมันหนักส่วนไหนของเธอไม่ทราบ แม่สาวปากเปราะ?" หลินว่านจินเอ่ยเสียงใสแต่กังวานก้องไปทั่วร้าน "หรือว่า... ที่เธอต้องคอยเกาะแขนผู้ชายแปลกหน้าเที่ยวในเมืองแบบนี้ เป็นเพราะไม่มีใครเขาชายตามองคนจิตใจคับแคบอย่างเธอเสียแล้วล่ะ?"
คำพูดเจ็บแสบที่แทงใจดำทำเอาจางซิ่วอิงหน้าชาดิกจนเขียวคล้ำ เฉินกั๋วเฉียงที่ยืนข้างๆ หน้าตาบูดบึ้งขึ้นทันที เขาขยับแว่นตาพร้อมกับก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะด้วยท่าทีคุกคาม
"ปากกล้านักนะนังสะใภ้ตระกูลลู่ เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!" เฉินกั๋วเฉียงเค้นเสียงต่ำขู่ขวัญ
ลู่เฉิงหยวนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นพายุย่อมๆ จนเฉินกั๋วเฉียงต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากด้านนอกร้าน
กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกว่าสิบคนวิ่งกรูเข้ามาล้อมร้านบะหมี่ไว้ทุกด้าน โดยมีชายวัยกลางคนติดยศนายพันผู้หนึ่งเดินนำหน้าตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะของลู่เฉิงหยวน สีหน้าของนายพันผู้นั้นเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความตระหนก
"ผู้กองลู่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! หน่วยข่าวกรองเพิ่งได้รับรายงานด่วน... สายลับฝ่ายตรงข้ามที่คุณตามล่าตัวอยู่ ปรากฏตัวขึ้นที่สถานีรถไฟในอำเภอนี้เมื่อครู่ และเป้าหมายสำคัญของมัน คือการลอบสังหารครอบครัวของคุณ!"
หลินว่านจินชะงักค้าง ตะเกียบในมือเกือบหลุดร่วง ขณะที่ลู่เฉิงหยวนหันขวับไปมองหน้าเฉินกั๋วเฉียงที่บัดนี้ใบซีดเผือดไร้สีเลือด เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้าของนายสถานีรถไฟผู้ทรงอิทธิพลอย่างเห็นได้ชัด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มาโดยตลอดนะครับ
คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 27
ทริปออกเดทในตัวเมือง
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!