คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 6

ซาลาเปาสูตรลับสะท้านโลกันตร์

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"ถ้ากล้าหยิบแป้งแม้แต่ก้อนเดียวออกจากครัวนี้อีก ฉันจะหักขาแกให้เหมือนขาเก้าอี้ตัวนั้น!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนเศษฝุ่นร่วงกราว นางจางยืนเท้าสะเอวใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาขุ่นคลักระriกจ้องมองหลินว่านจินด้วยแววตาดุจดั่งจะกินเลือดกินเนื้อ หล่อนเหลือบมองเข่งไม้ไผ่ที่เรียงรายไปด้วยซาลาเปาลูกอ้วนกลมผิวเนียนละเอียดสีขาวนวล ส่งกลิ่นหอมยวนใจคละคลุ้งไปทั่วบริเวณห้องครัวคับแคบ นี่คือทรัพย์สินที่นังสะใภ้ตัวดีแอบซุกซ่อนทำขึ้นมาโดยไม่ขออนุญาต ความอิจฉาริษยาและสัญชาตญาณความเห็นแก่ตัวพุ่งพล่านจนสมองแทบระเบิด หล่อนคิดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่เคยโง่เขลาเบาปัญญาและขี้เกียจสันหลังยาวคนนี้ จะตื่นขึ้นมาหยิบฉวยแป้งและเนื้อหมูชั้นดีไปทำอาหารหน้าตาประหลาดเหล่านี้ลับหลังทุกคน หลินว่านจินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางลูกกลิ้งแป้งลงบนโต๊ะไม้เก่าอย่างใจเย็น เช็ดมือที่เปื้อนแป้งบางเบาด้วยผ้าสะอาดอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่สามีจอมสูบด้วยรอยยิ้มบางเบาที่แฝงแววตาท้าทายอย่างเยือกเย็น "คุณแม่ครับ ถ้าท่านอยากหักขาใครสักคน ลองก้มลงมองพื้นแล้วสำรวจดูให้ดีเสียก่อนดีกว่าไหมครับว่า ขาเก้าอี้ตัวที่ท่านพูดถึงน่ะ มันผุพังมาตั้งแต่ก่อนที่ผมจะก้าวเท้าเข้ามาในตระกูลลู่เสียอีก ฝืนนั่งต่อไปมีแต่จะก้นกระแทกพื้นเจ็บตัวเปล่าๆ นะครับ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้จางซื่อถึงกับสะอึกจนหน้าดำหน้าแดง หล่อนอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ มือที่ชี้หน้าลูกสะใภ้สั่นเทาด้วยความแค้นเคือง "นัง... นังสะใภ้ตัวดี! แกกล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับฉัน! ของพวกนี้เอามาจากไหน! แป้งสาลีขาวสะอาดกับเนื้อหมูติดมันเยิ้มขนาดนี้ แกแอบขโมยเงินก้นหีบของบ้านเราไปซื้อมาใช่ไหม!" เป่าเป่าในวัยสี่ขวบสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัว เด็กน้อยวิ่งเตาะแตะเข้าไปซุกซบอยู่หลังเรียวขาของมารดา มือเล็กๆ กำชายเสื้อผ้าของหลินว่านจินแน่น ดวงตากลมโตคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตา ใบหน้าจิ้มลิ้มฉายแววหวาดผวาต่อท่าทีเกรี้ยวกราดของผู้เป็นย่า หลินว่านจินย่อกายลงโอบกอดบุตรชายตัวน้อยเข้าสู่อ้อมอกอย่างทะนุถนอม นางลูบศีรษะเล็กเบาๆ พลางส่งกระแสจิตสื่อสารผ่านมิติฟาร์มเพื่อดึงเอาความอบอุ่นบริสุทธิ์มาชะล้างความตื่นตระหนกในจิตใจของเด็กน้อยอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาแม่สามีตรงๆ ไม่มีรอยความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "เงินก้นหีบของตระกูลลู่? คุณแม่พูดเกินไปแล้วกระมังครับ ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็รู้กันทั่วว่า สามีของผมส่งเงินเดือนกลับมาให้บ้านนี้เท่าไหร่ และพวกเราสองแม่ลูกเคยได้รับความเมตตาแบ่งปันมาใช้สอยสักกี่หยวนกันเชียว? แป้งเหล่านี้และหมูชิ้นโตพวกนี้ คือสิ่งที่ผมหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเอง และ... จากความสามารถพิเศษที่ฟ้าประทานมาให้ต่างหากล่ะครับ" นางพูดพลางใช้มือเรียวสวยเปิดผ้าขาวบางที่คลุมเข่งซาลาเปาออก กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูหมักเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะจากศตวรรษที่ 21 ผสมผสานกับกลิ่นแป้งสาลียีสต์หมักได้ที่ พวยพุ่งกระจายตัวออกไปอบอวลทั่วทั้งห้องครัวทันที กลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้นรุนแรงเสียจนกระทั่งนางจางที่กำลังอ้าปากเตรียมด่าทอต่อ ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว นี่ไม่ใช่ซาลาเปาธรรมดา... ในยุคปี 1980 ที่ความอดอยากยังคงปกคลุมผู้คน อาหารการกินฝืดเคือง แป้งสาลีขัดขาวยังเป็นของหายาก นับประสาอะไรกับเนื้อหมูชิ้นโตที่อัดแน่นอยู่ภายในแป้งนุ่มฟู ซาลาเปาสูตรของแพทย์หญิงอัจฉริยะผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและการแพทย์แผนโบราณ ถูกปรับสูตรด้วยสมุนไพรจีนบางเบาที่ช่วยบำรุงกำลังและกระตุ้นความอยากอาหาร เพียงแค่สูดดมกลิ่นก็ทำให้กระเพาะอาหารสั่นสะเทือนแล้ว "แก... แกจะเอาไปไหน!" นางจางละโมบขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นปริมาณซาลาเปากว่าสามสิบลูกในเข่ง หล่อนพุ่งตัวเข้ามาหมายจะคว้าเข่งไม้ไผ่มาครอบครองเป็นของตนเอง "ของพวกนี้อยู่ในบ้านฉัน แกเป็นสะใภ้บ้านนี้ ทุกอย่างที่แกทำก็ต้องเป็นของตระกูลลู่! เอามานี่!" *ฟรึ่บ!* หลินว่านจินขยับตัวหลบอย่างรวดเรวราวกับปลาไหล นางยกเข่งซาลาเปาหลบรัศมีการคว้ามือของแม่สามีได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตาคู่คมฉายประกายเยียบเย็น "คุณแม่ครับ อย่าทำตัวเป็นโจรปล้นกลางวันเลยครับ สิ่งนี้ผมจะนำไปขายที่ตัวอำเภอเพื่อหาทุนรอนมาต่อยอดชีวิตครอบครัวของเรา เงินที่จะได้มา ผมจะเก็บไว้เป็นค่าเล่าเรียนของเป่าเป่า และซื้อยาบำรุงให้สามีของผมที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่เอามาปรนเปรอความโลภของใครบางคนในบ้านหลังนี้ที่เอาแต่กินแรงคนอื่นหรอกนะครับ" "แก... นังเด็กปากดี!" นางจางกรีดร้องด้วยความโกรธจัดที่ถูกขัดใจ หล่อนยกมือขึ้นหมายจะตบหน้าลูกสะใภ้ให้หายแค้น ทว่า ในจังหวะนั้นเอง... *ปัง!* เสียงประตูห้องครัวถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยพละกำลังมหาศาล ร่างสูงใหญ่ของบุรุษในเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางตรงกลางระหว่างมารดาและภรรยา ลู่เฉิงหยวนใบหน้าเคร่งขรึมดุดัน ดวงตาคมกริบกวาดตามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตานิ่งสนิท แต่แผ่รังสีความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจนรอบบริเวณเงียบกริบลงทันที "แม่กำลังทำอะไรอยู่ครับ?" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยถามขึ้น นิ่งเรียบแต่น่าเกรงขามจนนางจางถึงกับชะงักค้างมือที่กำลังเงื้อมขึ้นกลางอากาศ "เฉิงหยวน! แก... ลูกอกตัญญู! แกดูเมียตัวดีของแกสิ มันกล้าต่อปากต่อคำฉันแถมยังแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินกันเองสองแม่ลูก ไม่ยอมแบ่งให้ครอบครัวเราเลยสักนิด แกจะเข้าข้างมันรึไง!" นางจางรีบเปลี่ยนท่าที ฟ้องบุตรชายด้วยน้ำเสียงตัดพ้อและบีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสารทันทีตามความคุ้นเคย ลู่เฉิงหยวนไม่แม้แต่จะชายตามองมารดา เขาหันกลับมามองภรรยาและบุตรชายตัวน้อยที่หลบอยู่ด้านหลัง ร่องรอยความเย็นชาบนใบหน้าพลันละลายหายวับไปราวกับหิมะกระทบแสงแดด ดวงตาคู่นั้นทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด เขายื่นมือหนาออกไปแตะบ่าบางของหลินว่านจินเบาๆ สำรวจร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยบนใบหน้านวลด้วยความรู้สึกปวดใจระคนชื่นชม "เหนื่อยมากไหมครับ" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนคนละคนกับที่ใช้พูดกับมารดา หลินว่านจินส่ายหน้าเบาๆ ส่งยิ้มละมุนให้สามี "ไม่เหนื่อยเลยครับ ผมแค่อยากทำอะไรให้ครอบครัวเราดีขึ้น... คุณจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าผมจะเอาซาลาเปาเหล่านี้ไปลองขายที่ตลาดในตัวอำเภอบ่ายนี้" ลู่เฉิงหยวนมองเข่งซาลาเปาส่งกลิ่นหอมกรุ่นตรงหน้า แววตาฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาหันกลับไปมองมารดาด้วยสายตาที่ทำให้จางซื่อต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "เรื่องซาลาเปานี้ ว่านจินเป็นคนลงทุนและลงแรงทำเองทั้งหมด วัตถุดิบก็เป็นส่วนที่เธอหามาได้ด้วยความสามารถของเธอเอง ไม่มีส่วนไหนที่เกี่ยวข้องกับเสบียงของบ้านเราสักนิด ดังนั้น... มันเป็นสิทธิ์ของเธอที่จะจัดการครับ" ลู่เฉิงหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความลังเลใจ "แก... แกมันลูกไม่รักดี! ไอ้งัวเอ้ย เมียเป่าหูจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วใช่ไหม!" นางจางกรีดร้องด้วยความเหลืออด ลู่เฉิงหยวนไม่สนใจเสียงโวยวายของมารดา เขาหันมาคว้าเข่งซาลาเปามาถือไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันไปเอ่ยกับภรรยาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ถ้าคุณอยากไปขายที่ตัวอำเภอ เดี๋ยวผมจะสะพายเข่งนี่แล้วเดินไปเป็นเพื่อนคุณเองครับ ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น" หัวใจของหลินว่านจินกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่กระจายไปทั่วอก นี่คือสามีที่คอยซัพพอร์ตเธออย่างไม่มีเงื่อนไขในยุคสมัยที่โหดร้ายเช่นนี้ สองสามีภรรยาจูงมือลูกน้อยเตรียมก้าวเท้าออกจากบ้าน ทิ้งให้นางจางยืนหน้าเขียวคล้ำด้วยความแค้นเคืองอยู่เบื้องหลัง ทว่า เมื่อทั้งสามคนก้าวพ้นประตูรั้วบ้านออกมาสู่ถนนดินลูกรังในหมู่บ้าน สายตาของชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างก็ต้องหยุดชะงัก จมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ลอยมาจากเข่งไม้ไผ่ในมือของนายทหารหนุ่ม ในวินาทีนั้นเอง... เสียงรถจักรยานยนต์กระแทกพื้นดังปัง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยในชุดสูทจีนสีเทา บุคคลที่หลินว่านจินจำได้แม่นยำว่าเป็นพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดประจำตำบล ที่เคยเข้ามาขูดรีดตระกูลลู่เมื่อชาติภพก่อน กำลังจอดรถขวางทางเดินของพวกเขาไว้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "โอ้โห... กลิ่นหอมนี่มันอะไรกันเนี่ย? สะใภ้ตระกูลลู่... ได้ยินว่าเธอทำซาลาเปาสูตรพิเศษขายงั้นรึ? สนใจจะขายสูตรนี้ให้ฉันทั้งหมดในราคาห้าหยวนไหมล่ะ?" ดวงตาของลู่เฉิงหยวนหรี่แคบลงทันที ส่วนหลินว่านจินกลับยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างท้าทาย **ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ**
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%