"ถ้าพวกท่านคิดว่าข้าวสารกระสอบนั้นเป็นของสมนาคุณที่บ้านรองจะต้องกราบกรานขอทานจากบ้านใหญ่ไปชั่วชีวิต ก็เตรียมตัวเอาใบหย่ามาให้ฉันเซ็นแล้วไปโรงพักคุยกันเรื่องคดีลັກทรัพย์ของหลวงได้เลยครับ!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชามเซรามิกบนโต๊ะอาหารบ้านตระกูลลู่สั่นระริก หลินว่านจินยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถง ใบหน้ารูปไข่ปราศจากรอยยิ้ม ดวงตากลมโตคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษ กวาดสายตามองหน้าสมาชิกบ้านใหญ่ทีละคนด้วยความเยือกเย็น แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอเหมือนสะใภ้คนเก่าอีกต่อไป มีเพียงความเด็ดเดี่ยวของแพทย์หญิงมือหนึ่งจากศตวรรษที่ 21 ที่พร้อมจะผ่าตัดเนื้องอกความโลภในตระกูลนี้ให้สิ้นซาก
นางจาง แม่สามีตัวแสบที่กำลังคีบเนื้อหมูติดมันเข้าปากถึงกับชะงักค้าง ตะเกียบในมือร่วงหล่นกระทบจานเสียงดังเคร้ง ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางกระแทกชามข้าวลงบนโต๊ะจนน้ำแกงกระฉอก เลือดขึ้นหน้าจนตาเหลือก
"นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีในบ้านฉัน! ข้าวสารห้าสิบจินนั่นน่ะเหรอที่แกบอกว่าเป็นของบ้านรอง? อย่าลืมนะว่าสามีแกคือลู่เฉิงหยวน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของฉัน ส่งเงินเดือนทหารกลับมาบ้านนี้ตั้งเท่าไหร่ ข้าวแค่นี้ฉันจะเอามาเก็บไว้ที่เรือนใหญ่แล้วมันทำไม! แกมันก็แค่สะใภ้ขี้เกียจสันหลังยาว วันๆ เอาแต่นอนผลาญเงินผลาญข้าว วันนี้กล้าปีนเกลียวถึงบ้านใหญ่ คิดจะมาแย่งข้าวของฉันคืนเหรอ ฝันไปเถอะ!"
นางจางแผดเสียงแหลมสูงจนสุนัขข้างบ้านเห่ารับเกรียวกราว สมาชิกบ้านใหญ่คนอื่นๆ ทั้งพี่สะใภ้ใหญ่และน้องสามต่างทำหน้าเยาะเย้ยถากถาง พวกเขารู้สึกเสมอว่าบ้านรองไม่มีอำนาจต่อรอง เพราะลู่เฉิงหยวนเป็นคนซื่อสัตย์ กตัญญูจนโง่ เงินเดือนทุกหยาดหยดส่งเข้ากระเป๋าแม่สามีหมด บ้านรองจึงยากจนข้นแค้นและต้องก้มหัวให้บ้านใหญ่มาตลอด
ทว่า... นั่นมันคือเรื่องของอดีต
ว่านจินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวingต่ำๆ นั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอาหารทีละก้าว กลิ่นอายกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนนางจางถึงกับเผลอถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
"เงินเดือนทหารของพี่เฉิงหยวนเหรอครับ?" ว่านจินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "คุณแม่จางครับ ท่านความจำเสื่อมหรือว่าแกล้งโง่กันแน่? ในสมุดบัญชีของกองทัพ ระบุชัดเจนว่าเงินเดือนครึ่งหนึ่งถูกหักเข้ากองทุนสวัสดิการ อีกครึ่งหนึ่งส่งตรงมาที่ตระกูลลู่ โดยมีเงื่อนไขว่าเป็น 'เบี้ยเลี้ยงชีพของพลทหารลู่เฉิงหยวนและครอบครัว' แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา พวกท่านเคยแบ่งข้าวสารหรือเงินสักเหมาเดียวให้บ้านรองบ้างไหม? ลูกชายฉัน เป่าเป่า เด็กอายุสี่ขวบ ต้องกินข้าวต้มเจือจางจนแทบจะเห็นเงาตัวเองในชาม ผอมแห้งจนกระดูกขึ้นโครง ผิดกับลูกชายของพี่สะใภ้ใหญ่ที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ นี่คือความกตัญญูที่พวกท่านปลูกฝัง หรือนี่คือการปล้นสะดมภ์เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองกันแน่!"
ประโยคคำถามนี้พุ่งตรงเข้ากลางใจดำของทุกคน บรรยากาศในห้องโถงพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น ชาวบ้านที่มุงดูอยู่หน้าประตูกเริ่มซุบซิบและชี้ไม้ชี้มือเข้ามา สายตาที่มองนางจางเปลี่ยนจากความอยากรู้อยากเห็นกลายเป็นความรังเกียจ
พี่สะใภ้ใหญ่หน้าถอดสี รีบโพล่งขึ้นมาเพื่อแก้ตัว "น...นั่นมันก็เพราะบ้านรองใช้เงินไม่เป็นต่างหาก! แม่เก็บไว้บริหารจัดการให้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของครอบครัว..."
"หุบปาก!" ว่านจินหันขวับไปมองพี่สะใภ้ใหญ่ด้วยแววตาคมกริบจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก "บริหารจัดการเหรอ? บริหารจนข้าวสารในยุ้งฉางบ้านใหญ่เต็มปรี่ แต่ข้าวสารบ้านรองไม่มีแม้แต่เมล็ดเดียวเนี่ยนะ? ถ้าพวกท่านคิดว่านี่คือการบริหารจัดการ งั้นวันนี้ฉัน ในฐานะสะใภ้รอง จะขอเป็นคน 'บริหาร' คืนความยุติธรรมให้บ้านเราเอง!"
พูดจบ ว่านจินไม่รอให้ใครอนุญาต เธอสะบัดตัวเดินดุ่มๆ ไปยังยุ้งฉางด้านหลังบ้านใหญ่ทันที ฝ่ายนางจางเมื่อตั้งสติได้ก็กรีดร้องราวกับคนเสียสติ วิ่งตามหลังมาหมายจะกระชากผมสะใภ้ตัวดี
"นังสารเลว! แกกล้าดียังไงมาบุกยุ้งฉางบ้านฉัน หยุดนะ! ใครก็ได้ ช่วยด้วย! สะใภ้ ak แตกคนนี้มันจะปล้นบ้าน!"
แต่มีหรือที่ว่านจินจะสนใจ? พลังวิญญาณจากมิติฟาร์มที่เธอฝึกฝนมาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความคล่องตัวให้ร่างกายร่างนี้อย่างมหาศาล เธอหมุนตัวหลบมือนางจางได้อย่างงดงาม ก่อนจะพังกลอนไม้ยุ้งฉางที่ขึ้นสนิมด้วยการเตะเพียงครั้งเดียว 'ปัง!' เสียงไม้หักดังสนั่น ประตูยุ้งฉางเปิดผางออกเผยให้เห็นกระสอบข้าวสารชั้นดีเรียงรายอยู่เต็มห้อง
ชาวบ้านที่ตามมามุงดูต่างสูดปากด้วยความตกใจ ข้าวสารขาวสะอาดพวกนี้เป็นของปันส่วนราคาแพงที่ชาวบ้านธรรมดาแทบไม่มีปัญญาซื้อ แต่นางจางกลับกักตุนไว้คนเดียวเป็นภูเขาเลี่ยง
"เอาล่ะครับคุณแม่จาง" ว่านจินหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยดให้แม่สามีที่กำลังยืนหอบแฮกหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ "ข้าวสารห้าสิบจินนี้ เป็นส่วนที่บ้านรองควรจะได้มาโดยชอบธรรมตั้งนานแล้ว วันนี้ฉันมาทวงคืน... และบอกไว้ก่อนนะครับว่า ถ้าพวกท่านกล้ามาวุ่นวายกับบ้านรองอีกแม้แต่ครั้งเดียว ฉันจะเอาบัญชีลับการกักตุนสินค้าของพี่ใหญ่ที่เอาไปขายในตลาดมืดเมื่อเดือนก่อน ไปยื่นให้ทางคอมมิวนิตี้ตรวจสอบทันที!"
สิ้นคำพูดนั้น สีหน้าของบ้านใหญ่ทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด แม้แต่นางจางก็อ้าปากค้าง ตาเหลือกค้าง แข้งขาอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น นัยน์ตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นังลูกสะใภ้คนนี้... มันรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรกัน!
ว่านจินไม่สนใจท่าทีตกตะลึงของคนพวกนั้น เธอจัดการยกกระสอบข้าวสารขึ้นพาดบ่าอย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับไม่ใช่หญิงสาวร่างบาง ก่อนจะก้าวเดินออกจากบ้านใหญ่อย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาทึ่งปนหวาดผวาของชาวบ้านที่แหวกทางให้เธออย่างพร้อมเพรียง
เมื่อกลับมาถึงบ้านรองอันทรุดโทรม ว่านจินวางกระสอบข้าวลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างเบามือ เธอยิ้มกว้างเมื่อเห็นลูกชายตัวน้อย เป่าเป่า วิ่งเข้ามาเกาะขาด้วยดวงตากลมโตเป็นประกาย
"แม่จ๋า! แม่เก่งที่สุดเลย!" เด็กน้อยร้องตะโกนด้วยความดีใจ
ว่านจินย่อตัวลงลูบหัวลูกชายอย่างอ่อนโยน ก่อนที่หางตาจะเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม กำลังยืนพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ลู่เฉิงหยวนกลับมาถึงบ้านพอดีและยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นมองภรรยาด้วยประกายความรักและความหลงใหลที่เอ่อล้นทะลัก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอุ่นละมุนละไม จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็จับจังหวะรัวเร็วและรุนแรงดังขึ้นที่หน้าบ้าน... พร้อมกับเสียงตะโกนร้องด้วยความตื่นตระหนกของหัวหน้าหมู่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา
"ลู่เฉิงหยวน! ภรรยาเธอ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ทางกองทัพส่งโทรเลขด่วนมาแจ้งว่า..."
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 4
ทวงคืนข้าวสารจากบ้านใหญ่
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!