เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหยกบนตู้กับข้าวสั่นระริก แรงปะทะของฝ่ามือหยาบกร้านของนางจาง แม่สามีผู้เห็นแก่ตัว ไม่เพียงแต่สะท้อนความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดใจ แต่ยังกระชากบรรยากาศยามบ่ายอันสงบสุขของบ้านตระกูลลู่ให้พังทลายลงในพริบตา
"หลินว่านจิน! แกมันนังอกตัญญู! ผัวแกส่งเงินมาให้ตั้งเท่าไหร่ ทำไมแกถึงกล้าซ่อนข้าวสารชั้นดีและเนื้อหมูสามชั้นพวกนี้ไว้กินกันเองสองแม่ลูก! ลูกชายฉันเหนื่อยยากฝึกทหารอยู่ในค่าย แต่พวกแกกลับกินอยู่กันอย่างราชาอย่างนั้นหรือ!"
นางจางแผดเสียงแหลมสูงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโลภและริษยา ข้างกายแกมีลู่เฉิงไห่ น้องชายแท้ๆ ของลู่เฉิงหยวนยืนกอดอกยิ้มเยาะเย้ย สายตากวาดมองไปทั่วห้องครัวที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นเครื่องเทศและน้ำซุปกระดูกหมูที่หลินว่านจินเพิ่งเคี่ยวเสร็จหมาดๆ
ในมิติฟาร์มเวลานี้ ข้าวของเครื่องใช้และวัตถุดิบชั้นเลิศถูกนำออกมาแปรรูปเพื่อเตรียมไปขายในตลาดมืด แต่การปรากฏตัวอย่างไร้รมารยาทของสองแม่ลูกตระกูลจางกลับเข้ามาค้นบ้านโดยพละการเสียก่อน
หลินว่านจินวางตะหลิวไม้ในมือลงช้าๆ นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยือกเย็นและเฉียบคม นางใช้ผ้าสะอาดเช็ดมืออย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับแม่สามีที่กำลังชี้นำกล่าวหาด้วยความสะใจ
เป่าเป่าวัยสี่ขวบที่กำลังนั่งระบายสีอยู่มุมห้อง สะดุ้งตกใจจนตัวสั่น รีบวิ่งมาหลบหลังชายกระโปรงของมารดา มือเล็กๆ กำเสื้อของหลินว่านจินแน่น ดวงตาคู่ใสคลอด้วยหยาดน้ำตาด้วยความหวาดกลัว
หลินว่านจินย่อตัวลงลูบศีรษะเล็กของลูกชายเบาๆ ส่งกระแสจิตเชื่อมต่อกับมิติฟาร์มเพื่อหยิบลูกอมนมวัวรสหวานละมุนออกมาใส่มือเด็กชาย "เป่าเป่า เป็นเด็กดี ไปรอแม่ที่ห้องนอนก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่จัดการเรื่องแมลงวันที่ส่งเสียงน่ารำคาญตรงนี้เอง"
เด็กน้อยพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง แม้จะยังตัวสั่นอยู่บ้าง แต่สัมผัสอบอุ่นจากมารดาทำให้ความกลัวบรรเทาลง เป่าเป่าเดินเข้าห้องไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อไม่มีเด็กอยู่แล้ว หลินว่านจินจึงยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ความสูงและรัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างระหงทำให้นางจางชะงักไปวูบหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว
"แม่พูดจบหรือยังครับ... เอ๊ย พูดจบหรือยังคะ?" หลินว่านจินเกือบเผลอหลุดสำนวนยุคปัจจุบันออกมา นางรีบปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและเย็นชา "ท่านบอกว่าสามีฉันส่งเงินมาให้ แล้วเงินก้อนนั้นอยู่ที่ไหนล่ะครับ ตลอดสามปีที่ฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลลู่ มีสักเดือนไหมที่ท่านมอบเงินเดือนของเฉิงหยวนให้ฉันใช้ตามสิทธิ์ มีแต่ท่านกับน้องสามที่คอยมาสูบเลือดสูบเนื้อ ขโมยแม้กระทั่งแป้งสาลีที่ฉันเก็บไว้ให้ลูกกิน!"
"นัง... นังสารเลว! แกกล้าเถียงฉันเรอะ!" นางจางหน้าดำคร่ำเครียด ยกมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้
"หยุดนะ!"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดั่งสายฟ้าฟาดดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม ลู่เฉิงหยวนในชุดเครื่องแบบทหารที่ยังไม่ทันได้ปลดกระดุมคอเสื้อ ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าคมเข้มที่ถมึงทึง ดวงตาคมปลาทูฉายแววตึงเครียดและดุดันจนน่ากลัว ออร่าความกดดันของนายกองทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้นางจางและลู่เฉิงไห่ถึงกับผถอยหลังไปคนละก้าวด้วยความสะพรึงกลัว
"พี่ใหญ่..." ลู่เฉิงไห่อ้าปากจะฟ้อง
"ฉันบอกให้แกหุบปาก!" ลู่เฉิงหยวนตวาดลั่นจนแก้วหูแทบแตก เขาสกาวก้าวเข้ามาขวางหน้าหลินว่านจินไว้ ป้องกันภรรยาและลูกชายไว้เบื้องหลังอย่างมิดชิด สายตาดุดันมองมารดาบังเกิดเกล้าด้วยความผิดหวังระคนเยียบเย็น
"แม่... ท่านทำอะไรภรรยาผมอีกแล้ว" ลู่เฉิงหยวนเอ่ยถาม น้ำเสียงลอดไรฟันเต็มไปด้วยความอดกลั้นที่มาถึงขีดสุด
"เฉิงหยวน! แกกลับมาก็ดีเลย!" นางจางปรับสีหน้าเป็นตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จทันทีตามนิสัย "ดูเมียแกสิ! ซ่อนของกินดีๆ ไว้กินเองคนเดียว ไม่ยอมแบ่งให้บ้านเรา แถมยังต่อปากต่อคำไม่เคารพฉัน แกต้องหย่ากับมัน! หาเมียใหม่ที่ดีกว่านี้!"
ลู่เฉิงหยวนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง
"หย่าอย่างนั้นหรือ? ท่านพูดคำนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแล้วสินะ แม่..." ลู่เฉิงหยวนก้าวเข้าไปใกล้ผู้เป็นแม่ทีละก้าว "ตลอดเวลาที่ผมอยู่ในค่ายทหาร ส่งเงินเดือนกลับมาบ้านเจ็ดส่วน เก็บไว้ที่ผมสามส่วน ท่านบอกว่าเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายในบ้านและแบ่งให้ว่านจินกับลูก แต่ความจริงคืออะไร? ว่านจินต้องไปรับจ้างเย็บผ้าจนดึกดื่นเพื่อหาเงินซื้อแป้งมาให้ลูกกิน ส่วนเงินของผม... ถูกท่านเอาไปส่งเสียให้เฉิงไห่เล่นการพนันและซื้อเหล้ากินใช่ไหม!"
ลู่เฉิงไห่หน้าถอดสี ละล่ำละลักปฏิเสธ "พี่ใหญ่! อย่ามาใส่ร้ายนะ! แม่ต่างหากที่..."
"แกเงียบไปเลย!" ลู่เฉิงหยวนหันขวับไปมองน้องชายด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ฉันเห็นแก่ความเป็นพี่น้องอดทนมาตลอด แต่พวกนายยังไม่หยุดรังควานภรรยาและลูกของฉัน วันนี้... มันเกินขีดจำกัดแล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของหม้อซุปยาจีนในเตาไฟที่หลินว่านจินตั้งใจเคี่ยวให้สามีบำรุงกำลัง
หลินว่านจินมองแผ่นหลังกว้างของสามีที่ยืนหยัดปกป้องนางอย่างไม่มีเงื่อนไข ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในทรวงอก แพทย์หญิงจากศตวรรษที่ 21 ผู้ผ่านการต่อสู้ดิ้นรนมามากมาย ในวินาทีนี้กลับรับรู้ได้ถึงคำว่า "พึ่งพาได้" อย่างแท้จริงจากชายหนุ่มผู้นี้
ลู่เฉิงหยวนสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงกังวานชัดถ้อยชัดคำ ประโยคที่ทำให้คนฟังถึงกับใจหายวาบ
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... ครอบครัวของเรา 'ตัดขาด' ความสัมพันธ์กับบ้านใหญ่ตระกูลลู่อย่างเป็นทางการ!"
"แก... แกพูดว่าอะไรนะ!" นางจางกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจแทบสิ้นสติ "แกกล้าตัดขาดกับแม่ผู้ให้กำเนิดเรอะ ไอ้ลูกอกตัญญู! แกถูกนังปีศาจมนต์ดำนี่ครอบงำแล้วใช่ไหม!"
"ผมไม่ได้ถูกครอบงำ แต่ผมตาสว่างแล้วต่างหาก" ลู่เฉิงหยวนหยิบกระดาษและพู่กันที่มักใช้เขียนรายงานทหารออกมาจากย่าม วางลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระแทกเบาๆ แต่หนักแน่นดั่งประกาศิต "เงินเดือนจากนี้ไป จะไม่มีส่งมาให้บ้านใหญ่อีกแม้แต่เหมาเดียว ถ้าท่านยังกล้ามาเหยียบที่นี่เพื่อรีดไถหรือทำร้ายภรรยาผมอีกแม้แต่ครั้งเดียว อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจความเป็นแม่ลูก!"
ลู่เฉิงไห่หน้าซีดเผือด รีบดึงแขนมารดาที่กำลังจะเป็นลมล้มพับ "แม่... กลับกันเถอะ ขืนอยู่ตรงนี้มีหวังได้ตายจริงๆ แน่"
นางจางชี้หน้าลู่เฉิงหยวนและหลินว่านจินด้วยความแค้นเคือง น้ำตาแห่งความเสแสร้งไหลพรั่งพรู "พวกแก... พวกแกมันเนรคุณ! อยู่ให้มีความสุขบนกองเงินกองทองเถอะ สักวันพวกแกจะต้องพินาศ!"
สองแม่ลูกตระกูลจางถอยร่นออกไปจากบ้านอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านละแวกนั้นที่เริ่มมามุงดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจ แต่ไม่มีใครกล้าพูดแทรกสักคนเมื่อเห็นสีหน้าถมึงทึงของนายกองลู่
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป บรรยากาศในบ้านก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
ลู่เฉิงหยวนถอนหายใจยาวเหยียด เขาดึงร่างระหงของหลินว่านจินเข้ามากอดแนบอกอย่างทะนุถนอม ใบหน้าคมเข้มซบลงที่ซอกคอสูดดมกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวภรรยาเพื่อคลายความตึงเครียด
"ว่านจิน... ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณกับลูกต้องลำบากอีกแล้ว" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบข้างหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
หลินว่านจินไม่ได้ผลักไส นางยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังหนาของสามี สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งเครียด นางลูบผมเขาเบาๆ อย่างอ่อนโยน "คุณทำถูกต้องแล้วล่ะค่ะ... เอ๊ย ทำถูกต้องแล้วนะครับ" นางรีบแก้คำในใจเพื่อไม่ให้หลุดพิรุธ
"คุณเหนื่อยมามากแล้วนะ ไปพักเถอะครับ เดี๋ยวอาหารมื้อนี้ผมช่วยยกเอง" ลู่เฉิงหยวนผละออกเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มมองภรรยาด้วยความรักใคร่ลึกซึ้ง
กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวและเก๋ากี้" ลอยฟุ้งไปทั่วบ้าน เป็นกลิ่นหอมหวานละมุนที่ผสมผสานความกลมกล่อมของวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติฟาร์มและฝีมือการปรุงอันเป็นเลิศของแพทย์หญิงหลิน ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะจัดโต๊ะอาหารเพื่อฉลองความเป็นอิสระจากครอบครัวตัวดูดนั้นเอง
เสียงเคาะประตูก็กร่อนดังขึ้นอย่างรวดเร็วและกระชั้นชิด... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
ไม่ใช่เสียงเคาะของชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นจังหวะเคาะสามครั้งเว้นสองครั้ง—รหัสลับของหน่วยสอดแนมทหารที่ลู่เฉิงหยวนคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ลู่เฉิงหยวนขมวดคิ้วมุ่นทันที เขาส่งสัญญาณให้หลินว่านจินพาเป่าเป่าไปหลบในห้อง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยความระแวดระวัง
เบื้องหน้าประโยค... คือร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือดของสหายสนิทในกองทัพผู้หนึ่ง ที่ทรุดฮวบลงแทบเท้าของเขา พร้อมกับกระเป๋าเอกสารลับทางราชการที่ถูกกำไว้แน่น และคำพูดสุดท้ายที่ทำให้ลมหายใจของลู่เฉิงหยวนแทบหยุดชะงัก...
"เฉิงหยวน... แผนลับ... รั่วไหลแล้ว... พวกมัน... กำลังมาที่นี่!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มาโดยตลอดนะครับ
คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 23
สามีตบหน้าแทนเมีย
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!