เศษกระดาษชำระแผ่นบางที่ถูกฉีกขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนลงสู่พื้นดิน เปรียบเสมือนศักดิ์ศรีของบรรดาญาติผู้ใหญ่ตระกูลลู่ที่ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี
“อยากได้สมบัติของฉันงั้นหรือครับ?” หลินว่านจินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เสียงของเธอเย็นยะเยือกจนทุกคนในที่นั้นต้องชะงัก “ถ้าอย่างนั้น ก็เข้ามาเอาเองเลยสิครับ... ถ้ากล้าพอ”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณหน้าบ้านตระกูลลู่ชั่วขณะ นางจางผู้เป็นแม่สามีอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธแค้นระคนความหวาดหวง ร่างอวบอ้วนสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ นางไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าสะใภ้ที่เคยอ่อนแอและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมมาตลอด จะกลายร่างเป็นพยัคฆ์สาวที่พร้อมจะขย้ำคอหอยทุกคนที่กล้าเข้ามาล้ำเส้น
“นัง... นังสารเลว! แกกล้าดียังไงมาท้าทายฉัน!” นางจางกรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด สองมือเท้าสะเอว พยายามจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอนลูกสะใภ้ตัวดีให้หลาบจำ
ทว่า... ยังไม่ทันที่ร่างท้วมนั้นจะก้าวเท้าพ้นธรณีประตู ร่างสูงใหญ่ของลู่เฉิงหยวนก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างมารดาและภรรยาเอาไว้เสียก่อน ไหล่กว้างที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงในค่ายทหารแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหันไปมองมารดาด้วยแววตาที่เยียบเย็นจนน่ากลัว
“พอได้แล้วครับแม่” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังอำนาจ “ถ้าแม่ยังไม่หยุดสร้างความวุ่นวายที่นี่ ผมคงต้องเชิญผู้ใหญ่บ้านมาร่วมตัดสินพฤติกรรมของแม่ในวันนี้ด้วยแล้วล่ะครับ”
คำพูดนั้นราวกับน้ำแข็งราดลงบนกองไฟ นางจางสะดุ้งเฮือก บุตรชายคนนี้ถึงแม้จะซื่อสัตย์และกตัญญูกตเวทีมาตลอด แต่หากเขาได้ตัดสินใจอะไรลงไปแล้ว ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจเปลี่ยนใจได้ นางถลึงตาใส่หลินว่านจินด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีไปพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำด้วยความหัวเสีย
เมื่อความวุ่นวายสงบลง บรรยากาศรอบกายก็กลับคืนสู่ความสงบสุข หลินว่านจินถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวันค่อยๆ มลายหายไป เธอหันหลังจะเดินเข้าครัวเพื่อเตรียมมื้อเย็น แต่ทว่า... สัมผัสอุ่นร้อนที่ข้อมือกลับทำให้เธอต้องชะงัก
“เหนื่อยไหมครับ?”
ลู่เฉิงหยวนเอ่ยถาม น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเวลาสั่งการลูกน้องในกองทัพ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง ดวงตาคมคายคู่นั้นมองเธอราวกับเธอกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
“ฉันไม่เป็นไรหรอกครับ คุณนั่นแหละ เพิ่งกลับมาจากค่ายทหารเหนื่อยๆ ทำไมไม่ไปนั่งพักผ่อนก่อนล่ะครับ” หลินว่านจินตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ
แต่มีหรือที่นายกองหนุ่มผู้คลั่งรักจะยอมทำตาม คำพูดของภรรยาในวันนี้ยังคงก้องกังวานอยู่ในใจ ภาพที่เธอปกป้องทรัพย์สินของครอบครัวและยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองทำให้ความรู้สึกชื่นชมและรักใคร่ในตัวเธอก่อตัวขึ้นจนล้นปรี่ ลู่เฉิงหยวนส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังถึงกับอึ้ง
“งานบ้านพวกนี้... ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเองครับ คุณไปนั่งพักเถอะนะ”
พูดจบ นายกองหนุ่มผู้เกรียงไกรแห่งกองพันที่สาม ก็ถอดเสื้อคลุมทหารออก แขวนพาดไว้กับพนักเก้าอี้อย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้าไปในครัวทันที ภาพของชายหนุ่มร่างกำยำที่ก้มๆ เงยๆ จัดการกวาดบ้าน ถูพื้น และเตรียมฟืนเพื่อก่อไฟ ทำเอาหลินว่านจินถึงกับกะพริบตาปริบๆ ด้วยความคาดไม่ถึง
นี่น่ะหรือ... ทหารหาญผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดในสนามรบ? ตอนนี้เขากลับกลายเป็นพ่อบ้านใจกล้าที่คอยกวาดบ้านถูเรือนเอาใจภรรยาเสียแล้ว
“เฉิงหยวนครับ ตรงนั้นกวาดให้สะอาดหน่อยนะครับ มีฝุ่นอยู่ตรงมุมห้องหน่ะ” หลินว่านจินแกล้งเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นึกสนุกอยากจะแกล้งสามีหมาดๆ
“รับทราบครับภรรยา!” ลู่เฉิงหยวนตอบรับเสียงดังฟังชัดราวกับกำลังรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ไม่มีทีท่าทางอิดออดหรือเคอะเขินเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน ทำให้เขายามนี้ดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจจนภรรยาสาวอดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรงขึ้นมาวูบหนึ่ง
เป่าเป่า เด็กน้อยวัยสี่ขวบที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่มุมห้อง วิ่งเตาะแตะเข้าไปหาผู้เป็นพ่อ พร้อมกับชูไม้กวาดจิ๋วในมือขึ้นสูง “ท่านพ่อสู้ๆ ครับ! เป่าเป่าช่วยกวาดด้วยคนนะ!”
บรรยากาศภายในบ้านตระกูลลู่ยามเย็นนี้ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นที่ขาดหายไปนาน ความสุขเรียบง่ายที่หลงยุคมาพบเจอ ค่อยๆ เยียวยารisแผลใจในอดีตของแพทย์หญิงสาวทีละน้อย มิติฟาร์มในห้วงจิตสำนึกของเธอส่งเสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับผลผลิตข้าวสาลีและสมุนไพรวิเศษที่สุกงอมพร้อมเก็บเกี่ยว ราวกับกำลังอวยพรให้กับความรักที่ผลิบานของคนทั้งคู่
ทว่า... ความสุขมักจะอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อยามวิกาลมาเยือน
ขณะที่ลู่เฉิงหยวนกำลังงละมุนละไมอยู่กับการนวดแป้งเพื่อทำหมั่นโถวให้ภรรยาและลูกน้อยทานเป็นมื้อค่ำ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาทที่หน้าบ้าน
ปัง! ปัง! ปัง!
“ลู่เฉิงหยวน! แกเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! กล้าดียังไงถึงปล่อยให้เมียมาหยามหน้าแม่ตัวเอง!” เสียงตะโกนกราดเกรี้ยวของนางจางดังแทรกความเงียบยามค่ำคืนเข้ามา
ลู่เฉิงหยวนขมวดคิ้วมุ่น วางแป้งในมือลง ใบหน้าคมเข้มกลับมาเยียบเย็นอีกครั้ง เขากำลังจะก้าวเท้าไปเปิดประตู แต่หลินว่านจินกลับเอื้อมมือมาแตะแขนเขาไว้เบาๆ พร้อมกับส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันบ้างเถอะครับคุณสามี... วันนี้เรามาดูกันว่า ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าขอร้อง”
หลินว่านจินก้าวเดินนำหน้าสามีไปยังประตูด้านหน้า เธอเอื้อมมือไปปลดกลอนออกอย่างใจเย็น ทว่า ทันทีที่ประตูเปิดกว้างออก สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากลับไม่ใช่ร่างอ้วนท้วมของนางจางผู้เป็นแม่สามี แต่กลับเป็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทของชายแปลกหน้าผู้หนึ่ง พร้อมกับกลิ่นอายอันตรายที่โชยมาแตะจมูก...
“หมอหลิน... ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียทีนะ ขอรับ” ชายปริศนากล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มอันน่าขนลุก พร้อมกับยื่นจดหมายผนึกตราประทับลับเข้ามาในมือเธอ!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มาโดยตลอดนะครับ
คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 22
สามีสายซัพพอร์ตเริ่มออกโรง
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!