"ถ้าพวกแกยังไม่อยากให้กระดูกซี่โครงหักไปคนละท่อน ก็ไสหัวออกไปจากแผงค้าของฉันเสีย ก่อนที่ความอดทนของฉันจะหมดลง"
น้ำเสียงของหลินว่านจินไม่ได้ดังตะคอก แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกและพลังกดดันบางอย่างที่ทำให้อากาศรอบตัวในตลาดมืดช่วงบ่ายคล้อยดูหนาวเหน็บลงถนัดตา
จ้าวเฮ่อ ลูกพี่ใหญ่ประจำซอยสามซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอันพาลและไม่เคยเกรงกลัวใคร ชะงักมือที่กำลังจะคว้าจับเข่งมันฝรั่งทอดกรอบของนางเอก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นบิดเบี้ยวด้วยความฉุนเฉียว มันหัวเราะเยาะในลำคอ ดวงตาหรี่มองหญิงสาวหัวจรดเท้าด้วยความดูแคลน
"โอho! แม่สะใภ้ตระกูลลู่ วันนี้ปีกกล้าขาแข็งถึงขนาดกล้ามาท้าทายอาณาเขตของฉันเชียวรึ? ค่าคุ้มครองที่ต้องจ่ายสัปดาห์นี้ ถ้าไม่มีเงินสด ก็เอาซาลาเปาทอดสูตรลับกับเครื่องปรุงพวกนี้มาขัดดอกแทนเสียให้หมด!"
ลูกน้องร่างยักษ์อีกสองคนด้านหลังส่งเสียงหัวเราะครื้นเครง พวกมันก้าวเท้าเข้าประชิดเพื่อปิดล้อมทางหนีทีไล่ ทว่าหลินว่านจินไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม สมองอันเฉียบคมของอดีตแพทย์หญิงระดับแถวหน้ากำลังประเมินโครงสร้างร่างกายของพวกมันอย่างรวดเร็ว—จุดอ่อนอยู่ที่กระดูกข้อต่อสะโพก เส้นประสาทบริเวณต้นคอ และจุดกดเจ็บใต้ซี่โครงซ้าย
ในยุค 80 ที่กฎหมายยังเข้าไม่ถึงตลาดมืดแห่งนี้ อันธพาลท้องถิ่นคือเงาที่พ่อค้าแม่ค้าต้องก้มหัวให้ แต่สำหรับผู้หญิงที่เคยผ่านความเป็นความตายในห้องฉุกเฉินมานับไม่ถ้วน พวกมันก็เป็นแค่ "ก้อนเนื้อ" ที่รอการรักษาความประพฤติเท่านั้นเอง
"อยากได้สูตรซาลาเปางั้นหรือ?" หลินว่านจินแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้จ้าวเฮ่อรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ "เกรงว่ามือสกปรกของพวกนาย จะไม่มีบุญได้จับต้องของอร่อยแบบนี้หรอกนะ"
พูดจบ หลินว่านจินก็แสร้งทำเป็นหยิบขวดแก้วบรรจุผงพริกไทยผสมสมุนไพรสูตรพิเศษจากในตะกร้า ทว่าจังหวะนั้นเอง จ้าวเฮ่อที่หมดความอดทนพุ่งมือเข้ามาหมายจะกระชากผมของเธอเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ
*เร็วมาก... แต่ในสายตาของฉัน มันช้าเสียยิ่งกว่าสโลว์โมชัน*
หลินว่านจินเบี่ยงตัวหลบอย่างงดงามในเสี้ยววินาที มือเรียวบางที่ซ่อนเข็มฝังเข็มขนาดเล็กไว้ระหว่างนิ้วดีดออกไปอย่างแม่นยำ ปลายเข็มพุ่งเข้าฝังลงที่จุดชีพจรบริเวณข้อศอกและหัวไหล่ของจ้าวเฮ่ออย่างพอดิบพอดี
"อ๊ากกก!"
เสียงร้องโหยหวนดังลั่นตลาดมืด แขนขวาของจ้าวเฮ่อที่เงื้อขึ้นชะงักค้างทันที ก่อนที่ข้อต่อหัวไหล่จะหลุดออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างหนาเซถลาล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นพล่านไปถึงกระดูกสันหลัง ลูกน้องอีกสองคนหน้าถอดสี รีบพุ่งเข้ามาดูหัวหน้าด้วยความตกตะลึง
"แก... แกทำอะไรลูกพี่ฉันวะ!" ลูกน้องคนสนิทชักมีดพับออกมาหมายจะแทงสวน
"ถ้าไม่อยากให้แขนอีกข้างของเจ้านี่ใช้การไม่ได้ตลอดชีวิต ก็ลองขยับเข้ามาอีกก้าวเดียวสิ" หลินว่านจินหยิบมีดหั่นผักขึ้นมาถือไว้ ปลายคมกริบจ่อตรงเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอของจ้าวเฮ่อพอดี สายตาของเธอคมกริบดุจใบมีดโกน แผ่รังสีอำมหิตที่กดดันให้ชายฉกรรจ์ตัวใหญ่ต้องตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบข้างชั่วขณะ พ่อค้าแม่ค้าคนอื่น ๆ ที่แอบมองอยู่ต่างกลั้นหายใจ ไม่เคยมีใครกล้าจัดการกับแก๊งอันธพาลกลุ่มนี้มาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย!
จ้าวเฮ่อกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวดและอัปยศอดสู เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้า "น...นังสารเลว... แกกล้าดียังไง..."
"ฉันเตือนแล้วว่าอย่าหาเรื่องผิดคน" หลินว่านจินกดเสียงต่ำอย่างเยือกเย็น "จำใส่สมองของพวกแกเอาไว้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตรอกซอกซอยนี้อยู่ภายใต้การดูแลของฉัน ใครกล้ามาไถเงินหรือสร้างความวุ่นวายที่นี่อีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
บรรยากาศรอบตัวนางเอกในตอนนี้เต็มไปด้วยความทรงพลังและน่าเกรงขาม ชายฉกรรจ์ทั้งสามคนลนลานพยุงกันลุกขึ้นด้วยความอนาถ ก่อนจะวิ่งหนีหายลับไปจากตลาดมืดอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางสายตาตกตะลึงระคนทึ่งของฝูงชน
หลินว่านจินถอนหายใจยาวออกมาเบา ๆ เธอเก็บอุปกรณ์เข้าที่อย่างใจAเย็น ก่อนจะหันมาจัดเตรียมสินค้าล็อตสุดท้ายที่เหลืออยู่ให้เข้าที่เข้าทาง ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกาย แต่วิญญาณนักสู้ของเธอกลับพองโต
ในขณะที่เธอกำลังจะปิดร้านเพื่อเดินทางกลับบ้าน เสียงฝีเท้าหนักแน่นคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าตลาดมืด
ร่างสูงใหญ่ของลู่เฉิงหยวนในชุดเครื่องแบบทหารที่ฝุ่นเขรอะเล็กน้อยก้าวเข้ามาด้วยความเร่งร้อน ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความกังวลระคนเหนื่อยล้า ดวงตาคมกวาดมองรอบตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ภรรยาคนสวย
"ว่านจิน! ผมได้ยินคนพูดกันว่ามีเรื่องกับพวกอันธพาล... คุณเป็นอะไรหรือเปล่า? บาดเจ็บตรงไหนไหม?" ลู่เฉิงหยวนพุ่งเข้ามาจับสำรวจร่างกายของเธอด้วยความตื่นตระหนก มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัวว่าภรรยาจะได้รับอันตราย
หลินว่านจินมองใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง ความอบอุ่นไหลซ่านเข้ามาในหัวใจ เธอแย้มยิ้มออกมาบาง ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะแก้วสากระคายของสามีเบา ๆ
"ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณพี่... เอ๊ย พี่เฉิงหยวน" เธอยิ้มตาหยี "แต่ว่าตอนนี้ ฉันเหนื่อยมากเลย แถมท้องยังร้องจ๊อก ๆ อีกต่างหาก"
ลู่เฉิงหยวนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะดึงร่างบางเข้าไปโอบกอดไว้แนบอกอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ "กลับบ้านกันเดี๋ยวนี้เลยครับ วันนี้ผมจับปลาตัวใหญ่มาได้จากลำธารหลังค่าย เดี๋ยวผมจะเข้าครัวทำให้คุณกินเอง"
คำพูดเอาอกเอาใจและแววตาสุดคลั่งรักของสามีหนุ่มนายทหารทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำ ทั้งคู่เก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านโดยไม่รู้เลยว่า... ที่หน้าบ้านพักตระกูลลู่ในตอนนี้ แม่สามีจอมสูบอย่างนางจางกำลังยืนรอต้อนรับพร้อมกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนหนึ่ง ซึ่งกุมความลับสำคัญที่จะพลิกชะตาชีวิตของพวกเขาทั้งหมดไปตลอดกาล!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
**หมอภัทรแก้ไขชะตา**
คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 8
ปะทะกับอันธพาลตลาดมืด
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!