"ประทับตราเสีย! แผ่นกระดาษนี่ไม่ใช่เศษขยะข้างทาง แต่มันคือใบประกาศอิสรภาพที่พวกแกโหยหานักไม่ใช่หรือไง!"
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกดังปังจนถ้วยชาสั่นระริก น้ำชาสีเข้มกระฉอกเปรอะเปื้อนกระดาษแผ่นบางที่วางอยู่เบื้องหน้า สีหน้าของเฒ่าลู่หัวหน้าตระกูลบึ้งตึงจนคล้ายก้นกระทะก้นดำ รอยย่นบนใบหน้ายับย่นตามแรงอารมณ์ที่พยายามกดข่มไว้ไม่ให้ระเบิดออกมาต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและพยานปากเอกอีกสองคน
หลินว่านจินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับเสียงคำรามนั้นแม้แต่น้อย เธอนั่งหลังตรงสง่างามในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าแต่วัดขนาดพอดีตัว ดวงตากลมโตฉายแววเยือกเย็นและเฉียบคมราวกับแพทย์ผู้กำลังวินิจฉัยโรคร้ายในห้องผ่าตัด ปลายนิ้วเรียวเนียนแตะลงบนขอบกระดาษสีเหลืองหม่นที่มีหมึกแดงประทับตราสัญลักษณ์ของทางการหมู่บ้านอย่างชัดเจน
นี่คือ "ใบแยกบ้าน"
กระดาษแผ่นเดียวที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ การวางแผนอย่างรัดกุม และการตบหน้าตระกูลลู่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนนางจาง แม่สามีจอมสูบถึงกับเป็นลมล้มพับไปหลายรอบตั้งแต่รุ่งสาง
"ท่านปู่ลู่ใจเย็นก่อนครับ ข้าเพียงแค่อ่านทบทวนข้อตกลงให้รอบคอบ เพื่อที่ภายภาคหน้าจะได้ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาฟ้องร้องหรือเรียกร้องสิทธิ์ข้ามเขตกันอีก... การทำสัญญาให้ชัดเจนตั้งแต่แรกย่อมดีที่สุดไม่ใช่หรือครับ?"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านข้าง ลู่เฉิงหยวนในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ดูสะอาดสะอ้าน ร่างกายกำยำสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่เคียงข้างภรรยา มือหนาข้างหนึ่งวางแตะบนพนักเก้าอี้ที่ว่านจินนั่งอยู่ราวกับจะประกาศให้ทุกคนในห้องโถงได้รับรู้ว่า ต่อให้ทั้งตระกูลจะขับไล่พวกเขาออกไป เขาก็พร้อมจะกางปีกปกป้องสองแม่ลูกด้วยชีวิต
นางจางที่เพิ่งฟื้นคืนสติจากการดมยาดมสมุนไพรประכולตัวลุกขึ้นนั่งพิงผนังบ้านด้วยสภาพผมเผ้ากระเซิง ดวงตาตี่เล็กจ้องมองหลินว่านจินด้วยความเคียดแค้นชิงชังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริกก่อนจะเอ่ยเสียงแหลมสูง
"นังตัวดี! แกคิดว่าจะไปเสวยสุขที่ไหนได้งั้นเรอะ! เอาตัวภาระอย่างลูกชายปัญญาอ่อนกับไอ้เด็กนี่ออกไป แล้วอย่ากลับมาคลานเข่าขอส่วนบุญที่บ้านตระกูลลู่อีกเด็ดขาด! จำไว้!" นางจางชี้นิ้วสั่นเทามาทางว่านจิน
ว่านจินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้นางจางต้องกลืนน้ำลายเหนียวลงคอโดยไม่รู้ตัว
"คุณแม่สามี... อ้อ ไม่สิทธิ์สิ ต่อไปนี้เราคงต้องเรียกว่าท่านป้าจางตามศักดิ์ของชาวบ้านทั่วไปแล้วกระมังครับ?" ว่านจินจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ท่านป้า' ชัดเจนจนนางจางหน้าดำคร่ำเครียด "คำว่าส่วนบุญ คงต้องยกให้พี่สะใภ้ใหญ่กับน้องสามใช้ต่อไปเถอะครับ ครอบครัวเราสามคนพ่อแม่ลูกมีมือมีเท้า หาเลี้ยงชีพเองได้ ไม่เคยคิดจะไปเกาะแกะสูบเลือดสูบเนื้อใครเหมือนปลิงดูดเลือดบางตัวแถวนี้หรอกครับ"
"แก... นังสารเลว!"
"พอได้แล้วนางจาง! อายชาวบ้านเขาบ้าง!" ผู้ใหญ่บ้านตบโต๊ะปรามเสียงดังลั่น ใบหน้าชราเอือมระอาเต็มที เขารู้ดีว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความโลภและความลำเอียงของบ้านหลักตระกูลลู่ที่ต้องการฮุบเงินเดือนทหารของลู่เฉิงหยวนและขับไล่สะใภ้ที่พวกเขาคิดว่าไร้ประโยชน์ ทว่าในเมื่อตกลงกันต่อหน้าพยานและเซ็นสัญญาแยกบ้านอย่างถูกต้องตามกฎหมายยุค 80 แล้ว ทุกอย่างก็ย่อมเป็นอันสิ้นสุด
ว่านจินหยิบปากกาหมึกซึมราคาถูกขึ้นมาจรดลงชื่อของตนเองลงไปในช่อง "ผู้แยกบ้าน" อย่างมั่น and ลื่นไหล ตัวอักษรจีนบรรจงสวยงามราวกับผลงานศิลปะสะท้อนถึงการศึกษาและจิตใจที่แข็งแกร่ง จากนั้นเธอก็ส่งปากกาต่อให้ลู่เฉิงหยวน
จังหวะที่ลู่เฉิงหยวนจรดปลายปากกาลงไป เสียงหัวใจของทุกคนในห้องราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ นั่นคือสัญญาณของการตัดขาดจากตระกูลเดิมอย่างแท้จริง การเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความเปลี่ยนแปลง
*กึก*
เสียงวางปากกาลงกระทบโต๊ะดังขึ้นเบื้องล่าง ใบแยกบ้านอย่างเป็นทางการถูกพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อของว่านจินอย่างทะนุถนอม รอยยิ้มโล่งอกปรากฏขึ้นบนใบสวยเฉี่ยว ความกดอากาศที่เคยอ لبออ้นในบ้านตระกูลลู่มลายหายไปสิ้น พลันแทนที่ด้วยสายลมบริสุทธิ์ยามสายที่พัดพาอิสรภาพเข้ามาทักทาย
"ในเมื่อเอกสารเรียบร้อยแล้ว พวกเราขอตัวนะครับ" ลู่เฉิงหยวนโค้งศีรษะให้ผู้ใหญ่บ้านอย่างสุภาพ ก่อนจะหันไปอุ้มเป่าเป่า เด็กน้อยวัยสี่ขวบที่เกาะขาพ่อแน่นด้วยความตื่นเต้น
"ท่านพ่อ ท่านแม่ เราจะได้ไปอยู่บ้านของเราเองแล้วใช่ไหมขอรับ?" เป่าเป่ากระซิบถามเสียงใส ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ
"ใช่แล้วครับลูกชายของพ่อ ไป... เรากลับบ้านของเรากัน" ลู่เฉิงหยวนยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและทริมพลังของสามีและพ่อผู้ปกป้องครอบครัว
ขณะที่ทั้งสามกำลังก้าวเดินพ้นธรณีประตูบ้านตระกูลลู่ เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงหอบหายใจของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากทางปากทางเข้าหมู่บ้าน ร่างผอมเกร็งของเด็กส่งจดหมายประจำคอมมูนวิ่งหน้าตั้งถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่พุ่งตรงเข้ามาหาลู่เฉิงหยวน
"กองร้อยลู่! ลู่เฉิงหยวน! มีโทรเลขด่วนพิเศษจากกองบัญชาการทหารภาคเหนือส่งตรงถึงคุณครับ! เรื่อง... เรื่องประกาศแต่งตั้งยศและคำสั่งย้ายกองกำลังพิเศษ!"
ทุกคนในลานบ้านตระกูลลู่ชะงักกึก นางจางอ้าปากค้าง ผู้ใหญ่บ้านเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ลู่เฉิงหยวนรับซองเอกสารนั้นมา แกะผนึกออกด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่เพียงแค่กวาดสายตาอ่านบรรทัดแรก ประกายตาสีเข้มของนายทหารหนุ่มก็วับวามขึ้นอย่างประหลาด ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ทว่ารอยยิ้มนั่นกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาวเยือกขึ้นมาทันตาเห็น
ว่านจินหันไปมองสามีอย่างฉงน เธอยื่นมือไปแตะแขนแกร่งเบาๆ "เฉิงหยวน มีเรื่องอะไรหรือครับ?"
ลู่เฉิงหยวนหันมามองภรรยาและลูกชาย แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในหมู่บ้านชนบทห่างไกลเช่นนี้
"ผู้ตรวจการพิเศษ... คนที่จะเดินทางมาตรวจสอบบัญชีเสบียงและตรวจเยี่ยมค่ายทหารในเขตเราสัปดาห์หน้า คือ 'คนสนิท' เก่าแก่ที่เคยมีเรื่องติดค้างกับตระกูลลู่เมื่อสิบปีก่อน... และตอนนี้ เขากำลังเดินทางมาที่นี่ด้วยรถจี๊ปทหารคันนั้นแล้วครับ"
สิ้นคำพูดของลู่เฉิงหยวน เสียงเครื่องยนต์รถยนต์สมรรถนะสูงเสียงคำรามต่ำก็ดังสะท้อนมาจากโค้งถนนดินลูกรังหน้าหมู่บ้าน รถจี๊ปสีเขียวมะกอกติดธงแดงสัญลักษณ์กองทัพปลดแอกประชาชนค่อยๆ ชะลอความเร็วและจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าบ้านตระกูลลู่พอดี!
หมอภัทรแก้ไขชะตาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ว่านจินและครอบครัวตระกูลลู่มา ณ ที่นี้นะครับ
คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80•ตอนที่ 10
ใบแยกบ้านในมือ ความอิสระมาเยือน
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูมิติฟาร์มกับสามีทหารคลั่งรักในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!