“ฉันไม่รู้ว่านายเอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหน... เรย์”
เสียงถอนหายใจยาวนานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงใต้ดินของหอคอยเวทมนตร์โบราณ แสงคบเพลิงสีส้มสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังหินแกรนิตหนาทึบ กลิ่นอับชื้นของกาลเวลาและคราบเขม่าจากการต่อสู้ยังคงลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ
เซร่ายืนกอดอก แว่นตากรอบเงินของเธอสะท้อนแสงไฟวับววม ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นจ้องมองเด็กหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทที่กำลังนั่งเช็ดคราบมานาสีนิลออกจากใบมีดสั้นเวทมนตร์อย่างใจเย็น
รอบกายของพวกเขามีร่องรอยความเสียหายจากการปะทะกับฝูงกอร์กอนเงาเมื่อสองชั่วโมงก่อน พื้นหินแตกร้าวเป็นทางยาว เสาหินศิลาแลงบิ่นเว้าจากการโดนเวทมนตร์ธาตุไฟระเบิดใส่ และที่มุมห้อง... สมาชิกในกลุ่มอีกสามคนกำลังนั่งหอบหายใจรดกันด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมม
“ความมั่นใจเหรอครับ?” เรย์เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบา ดวงตาสีรัตติกาลของเขาฉายแววเยือกเย็นแต่เจือความขี้เล่นตามแบบฉบับ “ผมเรียกว่า ‘การคาดการณ์ความน่าจะเป็น’ ต่างหากครับอาจารย์... ถ้าผมไม่คำนวณระยะการหลบหลบหนีและจุดอ่อนของพวกมันให้ดี ป่านนี้เราคงไม่ต้องมานั่งคุยกันตรงนี้หรอกจริงไหมครับ”
คำพูดนั้นไม่ได้ดูอวดดี แต่เป็นความจริงอันน่าเจ็บปวดที่ทุกคนในที่นั้นปฏิเสธไม่ได้
คาร์ล อัศวินหนุ่มร่างยักษ์ผู้มีแผลเป็นพาดผ่านสันดلع เผลอกำดาบใหญ่มือเดียวในมือแน่น เขามองเรย์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากวันแรกอย่างสิ้นเชิง จากความหวาดระแวงในฐานะ ‘ตัวปัญหา’ หรือ ‘ตัวถ่วง’ ที่สถาบันส่งมา กลายมาเป็นความตระหนักรู้ที่ว่า เด็กหนุ่มรุ่นน้องคนนี้คือคนที่ดึงพวกเขากลับมาจากประตูนรกถึงสามครั้งในดันเจี้ยนระดับ B นี้
“นาย...” คาร์ลพ่นลมหายใจออกทางจมูก น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววไม่ยอมรับแต่ก็จำยอม “นายรู้ได้ยังไงว่าไอ้ตัวที่สามจะใช้สกิลพ่นพิษใส่เสาต้นนั้น? ถ้านายไม่ตะโกนเตือนให้ก้มหัวลงตอนนั้น... หัวฉันคงหลุดจากบ่าไปแล้ว”
เรย์เก็บมีดสั้นเข้าฝักข้างเอวอย่างนุ่มนวล ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสบตากับอัศวินรุ่นพี่ตรงๆ โดยไม่หลบเลี่ยง
“รอยแตกที่ฐานเสามีคราบกรดเก่าสะสมอยู่ครับพี่คาร์ล และจังหวะที่มันเกร็งกล้ามเนื้อคอ มันไม่ได้หันมาทางผม แต่มันเหลือบมองโครงสร้างที่รับน้ำหนักมากที่สุด... มอนสเตอร์ระดับนี้ไม่มีทางโจมตีอย่างไร้เหตุผลหรอกครับ มันแค่ใช้สัญชาตญาณสัตว์ป่าหาจุดได้เปรียบ ซึ่งผมแค่อ่านทางมันล่วงหน้าหนึ่งก้าวเท่านั้นเอง”
คำอธิบายที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยระบบความคิดอันคมกริบทำเอาห้องโถงตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ลีน่า นักเวทสาวสายซัพพอร์ตที่นั่งพิงไหล่อยู่กับผนังถึงกับกลืนน้ำลาย เธอเคยคิดว่าเรย์เป็นแค่พวกเด็กเส้นที่ใช้เส้นสายเข้ามาในทีมสำรวจพิเศษ แต่ตอนนี้เธอกลับพบว่า... การมีเรย์อยู่ใกล้ๆ ทำให้รู้สึกปลอดภัยกว่าการมีบาเรียเวทมนตร์ระดับสูงเสียอีก
“นาย... น่ากลัวจริงๆ นะเรย์” ลีน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเธอกลับอบอุ่นขึ้น “บางทีฉันก็สงสัยว่าในหัวสมองของนายมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่ เหมือนนายไม่ได้กำลังสู้กับมอนสเตอร์... แต่กำลังเล่นเกมกระดานที่นายรู้ผลลัพธ์ล่วงหน้าอยู่แล้ว”
“เกมกระดานเหรอครับ?” เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวล “บางที... โลกใบนี้อาจจะซับซ้อนน้อยกว่าเกมที่ผมเคยเล่นก็ได้นะครับ”
เซร่าหรี่ตามองเด็กหนุ่ม เธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเรย์ไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดา ความลับเรื่องไอเทมประหลาดที่เขาดึงออกมาจากความว่างเปล่า และสติปัญญาที่เหนือกว่าปราชญ์บางคนในหอคอยเวททำให้เธอดำดิ่งลงไปในความอยากรู้อยากเห็นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ลึกๆ ในใจของอาจารย์สาวเริ่มตระหนักแล้วว่า การที่เรย์เข้ามาเปลี่ยนบทบาทจาก ‘ตัวร้ายในรั้วมหาเวท’ ตามข่าวลือ มาเป็นสหายร่วมรบ อาจจะเป็นโชคดีที่สุด... หรืออาจจะเป็นหายนะครั้งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรนี้
“เอาล่ะ พักกันพอ 15 นาทีแล้ว” เซร่าปรบมือเรียกสติทุกคน “เป้าหมายของเราคือห้องโถงชั้นในสุด ที่นั่นมีศิลาผนึกมานาที่เราต้องเก็บกู้ เรย์... นายนำทางเหมือนเดิม”
“รับทราบครับอาจารย์” เรย์โค้งศีรษะรับคำอย่างสุภาพ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าต่างระบบสีฟ้าใสที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ—หน้าต่างที่ไม่มีใครอื่นมองเห็น
[ติ๊ง! ค่าความเชื่อใจของสมาชิกกลุ่ม (คาร์ล, ลีน่า, มาร์ค) เพิ่มขึ้นถึงระดับ ‘ความไว้วางใจสนิทใจ’ (Trust Level: 85%)]
[เงื่อนไขลับปลดล็อก: ‘สายสัมพันธ์แห่งเหล็กกล้า’ ทำงานสำเร็จ]
[ท่านได้รับสาส์นลับจากเบื้องลึกแห่งระบบ: ‘ผู้พิทักษ์แห่งหอคอยโบราณรับรู้การมีอยู่ของท่านแล้ว’]
เรย์ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าเลือนหายไปชั่วพริบตา แทนที่ด้วยแววตาคมกราบที่ฉายความระแวดระวัง
พื้นหินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ... ไม่ใช่แรงสั่นจากการถล่มของหอคอย แต่เป็นแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมานับพันปีเพิ่งจะ ‘ลืมตาตื่น’ ขึ้นมาจากการรบกวนของพวกเขานี่เอง
“อาจารย์...” เรย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่จริงจังจนทุกคนในกลุ่มต้องหันมามอง “ดูเหมือนว่าเราไม่ได้มาเก็บกู้ศิลาเฉยๆ ซะแล้วล่ะครับ”
ก่อนที่เซร่าจะได้เอ่ยปากถามอะไร แสงสว่างสีแดงฉานก็พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นห้องโถงทุกตารางนิ้ว พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นประสาทจนทุกคนต้องยกมือขึ้นปิดหู!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความระทึกขวัญในบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ลอร์ดออฟดาร์กเนส
พลิกบทตัวร้ายในรั้วมหาเวทกับไอเทมโกงที่สุ่มได้จากต่างโลก•ตอนที่ 16
สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกบทตัวร้ายในรั้วมหาเวทกับไอเทมโกงที่สุ่มได้จากต่างโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!