กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ยังติดอยู่ปลายจมูกไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นของหอพักคณาจารย์ดูน่าอึดอัดลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากตะเกียงเวทมนตร์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง กลับขับเน้นให้ความเงียบสงบยามราตรีนี้อบอวลไปด้วยความรู้สึกปลอดภัยที่พวกเราไม่ได้สัมผัสกันมาเนิ่นนาน
"อย่าขยับตัวมากนักสิครับ... แผลที่หัวไหล่นั่นเพิ่งจะประสานตัวด้วยเวทมนตร์ระดับกลาง หากคุณยังดื้อดึงขยับมุมองศานั้นอีกรอบ เกรงว่ากล้ามเนื้อส่วนที่สมานกันใหม่อาจฉีกขาดขึ้นมาจริง ๆ นะครับ เซร่า"
ผมเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นถ้วยชาสมุนไพรส่งให้หญิงสาวเรือนผมสีเงินยวดยวงที่กำลังนั่งพิงหมอนใบโตอยู่บนเตียง ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักฉายแววเฉียบคมและดุดันยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับเจือด้วยความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด เสื้อคลุมจอมเวทสีนิลถูกถอดออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในที่ถูกพันทับด้วยผ้าพันแผลเวทมนตร์สีขาวสะอาดตา
เซร่ารับถ้วยชาอุ่น ๆ ไปถือไว้ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสกับไอความร้อนเพื่อเรียกคืนความรู้สึกอุ่นให้แก่ร่างกายที่ผ่านศึกหนักมาหมาด ๆ เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของผมที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ยข้างเตียง
"นายยังเด็กเกินไปที่จะมาทำหน้าเทศนาคนอื่นนะ เรย์..." น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลกว่าทุกครั้ง แม้จะเจือความดื้อรั้นอยู่เล็กน้อยตามนิสัย "อีกอย่าง... ถ้าฉันไม่ใช้เวทมนตร์บทนั้นยื้อเวลาไว้ ตอนนี้เราคงไม่ได้มานั่งจิบชากันในห้องนี้หรอก เจ้าเด็กแสบ"
ผมทำเพียงแค่ยักไหล่เบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ พลางยกถ้วยชาของตัวเองขึ้นจิบเพื่อกลบรอยยิ้มที่มุมปาก
"เด็กแสบคนนี้แหละครับที่คำนวณมาตราส่วนมานาของศัตรูพลาดไปแค่ศูนย์จุดสองวินาที จนเกือบทำให้คุณต้องกลายเป็นปุ๋ยฝังใต้รากต้นไม้โบราณหลังตู้คลังสมบัติ... ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษคนที่ชอบทำอะไรเกินตัวโดยไม่ยอมปรึกษากลยุทธ์ก่อนต่างหากครับ"
คำพูดของผมทำให้เซร่าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบนั้นจะคลายยิ้มออกมาบางเบา เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง—รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากการเยาะเย้ยศัตรูหรือความภาคภูมิใจในฐานะนักวิชาการเวทมนตร์ แต่เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความโล่งใจและความเชื่อใจอย่างแท้จริง
บรรยากาศภายในห้องเงียบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงกของใบไม้ด้านนอกที่ถูกสายลมยามค่ำคืนพัดผ่านมากระทบหน้าต่างกระจกใส เสียงนั้นช่างแตกต่างจากเสียงคำรามของสัตว์อสูรและเสียงระเบิดเวทมนตร์ในสนามรบเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนลิบลับ การได้กลับมานั่งหายใจอย่างสงบในพื้นที่ที่ปลอดภัย พร้อมกับคนที่พร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อกันและกัน—นี่สินะ คือสิ่งที่เรียกว่าความหมายของการมีชีวิตรอดในโลกแฟนตาซีใบนี้
ผมกวาดสายตามองไปรอบห้อง สถาปัตยกรรมสไตล์โกธิกของหอพักมหาเวทแห่งนี้ถูกออกแบบมาอย่างประณีต ชั้นหนังสือที่แน่นขนัดไปด้วยตำราเวทมนตร์โบราณ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกเวทมนตร์จาง ๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังหลบซ่อนอยู่ในรังของมังกรผู้รอบรู้ มากกว่าจะเป็นเพียงแค่ห้องพักของอาจารย์ฝึกหัด
"นายกำลังคิดอะไรอยู่ เรย์?" เซร่าเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นจ้องมองมาที่ผมอย่างรู้ทัน "ตั้งแต่กลับมาถึง นายดูเงียบผิดปกติ... มีอะไรหลุดรอดจากการคำนวณของอัจฉริยะอย่างนายอีกอย่างงั้นหรือ?"
ผมวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบา ๆ ดังขึ้นในความเงียบ ก่อนที่ผมจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ หลุบตามองฝ่ามือของตัวเองที่มีรอยขีดข่วนเล็กน้อยจากการต่อสู้
"เปล่าหรอกครับ... ผมแค่กำลังคิดว่า โลกใบนี้มันกว้างใหญ่เกินกว่าที่เราจะคาดเดาได้จริง ๆ" ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ "ระบบเวทมนตร์ กฎเกณฑ์ของสถาบัน หรือแม้แต่ไอเทมแปลกปลอมที่ผมสุ่มได้จากต่างโลก... ทุกอย่างมันถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันราวกับมีใครบางคนกำลังเขียนบทละครให้พวกเราเดินตาม"
"นายหมายถึง... โชคชะตา?" เซร่าขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องโชคชะตาเท่าไหร่หรอกครับเซร่า..." ผมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "ผมเชื่อแค่การกระทำและผลลัพธ์ แต่... การได้มานั่งตรงนี้ ร่วมเป็นร่วมตายกับคุณในสถานการณ์ที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดแบบนั้น มันทำให้ผมรู้สึกว่า... การมีพวกพ้องมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่อดีตโปรเพลเยอร์อย่างผมเคยคิดไว้เหมือนกัน"
คำพูดตรงไปตรงมาของผมทำให้เซร่าถึงกับนิ่งอึ้งไป เธอกะพริบตาปริบ ๆ ใบหน้าขาวเนียนเริ่มมีร่องรอยของความเคอะเขินเจือจางขึ้นมาให้เห็น แม้พยายามจะซ่อนมันไว้ใต้มาดของอาจารย์สาวผู้เคร่งขรึมก็ตาม
"พ... พูดอะไรของนายออกมาดื้อ ๆ เนี่ย เรย์! ใครเป็นพวกพ้องของนายกัน ฉันเป็นอาจารย์—"
"ครับ ๆ อาจารย์ก็อาจารย์ครับ" ผมหัวเราะในลำคอเบา ๆ ตัดบทด้วยรอยยิ้มกวน ๆ ที่ทำให้เซร่าส่งค้อนวงใหญ่มาให้ทันที
บรรยากาศความตึงเครียดจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อช่วงหัวค่ำถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะเบา ๆ ภายในห้องพักแคบ ๆ แห่งนี้ ทว่า ในขณะที่เรากำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสงบสุขนั้นเอง...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนโลหะกังวานใสที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของผมอย่างกะทันหัน โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
([ระบบทำการประเมินความสัมพันธ์และเสถียรภาพของจิตวิญญาณ... สำเร็จ])
([เงื่อนไขลับ 'มิตรภาพภายใต้เงาแห่งความตาย' ถูกปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว])
([ท่านได้รับสกิลพิเศษระดับ SSS: 'เสียงสะท้อนแห่งจิตวิญญาณคู่หู' (Soul Resonance)])
ผมหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มเมื่อครู่เลือนหายไปจากใบหน้าอย่างรวดเร็วเมื่ออ่านข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างสีฟ้าใสที่ลอยอยู่กลางอากาศ
ไม่ใช่แค่การปลดล็อกสกิลธรรมดา... แต่ข้อความถัดมาที่ปรากฏขึ้นต่อจากนั้น ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ
([คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตอาคมของหอพักคณาจารย์... แหล่งกำเนิด: ห้องใต้ดินต้องห้าม ระดับความอันตราย: ภัยพิบัติระดับ EX])
([เป้าหมายที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้: สิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้—'ผู้กล้าแห่งปฐพี' ผู้สูญหายเมื่อสามร้อยปีก่อน กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหล...])
เซร่าที่สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของผม รีบวางถ้วยชาลงทันที น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังในเสี้ยววินาที
"เรย์... เกิดอะไรขึ้น?"
ผมยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบคำถามนั้น พื้นห้องใต้เท้าของเราก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงสั่นสะเทือนที่มาพร้อมกับไอพลังงานสีดำทมิฬอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งแผ่พุ่งทะลุกำแพงศิลาขึ้นมาปกคลุมทั่วทั้งตึก!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความระทึกขวัญในบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ลอร์ดออฟดาร์กเนส
พลิกบทตัวร้ายในรั้วมหาเวทกับไอเทมโกงที่สุ่มได้จากต่างโลก•ตอนที่ 18
คืนวันที่ผ่านไปด้วยมิตรภาพ
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกบทตัวร้ายในรั้วมหาเวทกับไอเทมโกงที่สุ่มได้จากต่างโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!