เสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังระคนกับเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนอย่างจงใจนั้น ไม่ได้ทำให้เรย์หันกลับไปมองแม้แต่น้อย
"เฮ้ย ขยะแห่งตระกูลไร้ราก... หูหนวกหรือไงวะ ถึงไม่ได้ยินว่ารุ่นพี่เขาเรียก?"
แรงกระแทกหนักหน่วงที่หัวไหล่ขวาเกือบทำให้สมุดบันทึกเวทมนตร์หลุดจากมือ เรย์หยุดเดิน ชายหนุ่มปัดไหล่ตัวเองเบาๆ สองครั้งราวกับกำลังปัดฝุ่นละอองที่ไร้ค่า ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มนักเรียนปีสูงสามคนที่ยืนขวางทางเดินเชื่อมตึกของสถาบันมหาเวทคอร์เนเลีย
แวนเดอร์ บุตรชายคนที่สองของดยุกแห่งแดนเหนือ ยืนกอดอก รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าคมคายนั้นสะท้อนความเหยียดหยันที่ฝังรากลึกในสายเลือดขุนนางเก่า ด้านหลังของเขาคือสมุนติดตามอีกสองคนที่พร้อมจะใช้กำลังเสมอเมื่อเจ้านนายส่งสัญญาณ
"ทางเดินกว้างตั้งหลายเมตร แต่พวกคุณเลือกที่จะเดินมาชนผม..." เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นัยน์ตาสสีนิลคู่นั้นมองสำรวจอีกฝ่ายราวกับกำลังประเมินคุณภาพของเศษเหล็กขึ้นสนิม "สงสัยว่าประสาทสัมผัสทางการมองเห็นของพวกคุณคงเสื่อมถอยลงไปตามอายุขัยของเซลล์สมองสินะครับ"
"แก! ปากดีนักนะไอ้สวะ!" สมุนคนหนึ่งพุ่งเข้ามาหมายจะกระชากคอเสื้อ แต่มือของเรย์ไวกว่า เขาก้าวเท้าหลบฉากออกด้านข้างครึ่งก้าวอย่างนุ่มนวล พร้อมกับใช้ปลายนิ้วดีดเข้าที่ข้อพับแขนของอีกฝ่ายเบาๆ
*แปะ*
เสียงเนื้อกระทบกันเบาๆ แต่แรงสั่นสะเทือนกลับวิ่งพล่านไปยังเส้นประสาท ทำเอาแขนของสมุนคนนั้นชาดิกจนต้องชักมือกลับพร้อมกับส่งเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจ
"การใช้กำลังโดยปราศจากความเข้าใจเรื่องมุมและการถ่าย1น้ำหนัก... เป็นพฤติกรรมที่น่าสมเพชสำหรับคนที่อ้างว่าเป็นชนชั้นสูง" เรย์กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว "หรือว่าหลักสูตรเวทมนตร์ขั้นสูงของที่นี่ สอนให้พวกคุณใช้แรงหยาบๆ แทนสมองกันแน่ครับ?"
แวนเดอร์หน้าเสีย สีหน้าของทายาทขุนนางผู้สูงศักดิ์บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เขาไม่อาจปล่อยผ่านความอับอายนี้ไปได้ ทั่วร่างของแวนเดอร์เริ่มมีออร่ามานาสีฟ้าเข้มพวยพุ่งออกมา แรงกดดันระดับนักเวทฝึกหัดขั้นสูงแผ่กระจายจนอากาศรอบตัวเริ่มสั่นไหว
"แกมันก็แค่คนไร้พลังที่บังเอิญสอบเข้ามาได้ วันนี้ฉันจะสั่งสอนให้แกสำนึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คนชั้นต่ำอย่างแกจะมาลอยหน้าลอยตา!"
อัคคีทมิฬถูกรวบรวมไว้ที่ฝ่ามือของแวนเดอร์ เปลวไฟสีม่วงอมแดงลุกโชนขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามเบาๆ ในลำคอ นักเรียนรอบข้างที่เดินผ่านไปมาต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดกลัว บางคนส่งเสียงกระซิบกระซาบด้วยความสะใจที่เห็นเด็กใหม่จอมอวดดีกำลังจะถูกบทเรียนราคาแพง
ทว่า... เรย์กลับถอนหายใจออกมาเบาๆ
ในสายตาของอดีตโปรเพลเยอร์ผู้ผ่านสนามรบและระบบเกมระดับนรกมานับไม่ถ้วน ท่วงท่าการร่ายเวทของแวนเดอร์นั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่ มั่นใจในตัวเองสูงเกินไป และมีการกระจายมานาอย่างไร้ประสิทธิภาพ ราวกับเด็กที่กำลังถือดาบคมกริบแต่ไม่รู้วิธีฟัน
[ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจในการใช้ความรุนแรงจากเป้าหมาย]
[ระบบวิเคราะห์จุดอ่อนเปิดใช้งานอัตโนมัติ...]
[เป้าหมาย: แวนเดอร์ ฟอน คอร์เนเลีย]
[จุดอ่อนที่ 1: การหมุนเวียนมานาที่จุดศูนย์กลางท้องน้อยติดขัด 3.2%]
[จุดอ่อนที่ 2: น้ำหนักตัวทิ้งไปที่เท้าซ้ายมากเกินไป ส่งผลให้การเคลื่อนไหวเชิงกายภาพช้าลง 0.4 วินาที]
[คำแนะนำจากระบบ: ใช้เวทมนตร์ระดับต่ำสุด "ศรลม" (Wind Arrow) เจาะเข้าที่จุดรวมมานาเบอร์ 1 เพื่อขัดขวางการร่าย และสวนกลับด้วยการเตะตัดขา]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับดังขึ้นในหัวของเรย์ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความกลัว แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กับดัก
"ระวังตัวด้วยล่ะครับ..." เรย์เอ่ยเสียงแผ่วเบา
ก่อนที่เปลวไฟในมือของแวนเดอร์จะทันได้พุ่งออกไป เรย์ก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดออกเบาๆ วงเวทสีเขียวจางๆ ขนาดเท่าฝ่ามือปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง
*ฟิ้ว!*
ศรลมขนาดเท่าท่อนซุงพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง พุ่งตรงไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำราུ་จับวาง มันไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ตัวของแวนเดอร์โดยตรง แต่พุ่งเข้าชนจุดศูนย์กลางมานาที่กำลังรวมตัวกันอยู่บริเวณหน้าอกอย่างพอดิบพอดี
*เปรี๊ยะ! อั๊ก!*
มานาในมือของแวนเดอร์แตกกระเจิงในทันที แรงสะท้อนย้อนกลับทำให้ร่างของเขาเซถอยหลังไปหลายก้าว ลมหายใจติดขัด ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อว่าเวทมนตร์ระดับพื้นฐานจะสามารถทำลายการร่ายเวทของเขาที่มีพลังเวทเหนือกว่าได้อย่างไร้ทางสู้
"เป็นไปได้ยังไง..." แวนเดอร์พึมพำด้วยความสั่นเทา
แต่เรย์ไม่ปล่อยให้เวลาพักหายใจ เขาก้าวประชิดตัวในพริบตาเดียว ใช้ไหล่กระแทกเข้าที่อกของแวนเดอร์อย่างแม่นยำ พร้อมกับกวาดขาเตะตัดเข้าที่ข้อเท้าซ้ายตามคำแนะนำของระบบอย่างไร้ที่ติ
*ตุบ!*
ร่างของทายาทขุนนางผู้สูงศักดิ์ล้มลงไปนอนกองกับพื้นหินอ่อนเสียงดังสนั่น ความเงียบกริบเข้าปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นทันที ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่คนเดียว ทุกสายตาจ้องมองภาพเด็กหนุ่มผมดำที่ยืนมองคู่กรณีด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไปเป็นเพียงแค่การปัดแมลงวันตัวหนึ่งเท่านั้น
เรย์ก้มตัวลงเล็กน้อย กระซิบข้างหูของแวนเดอร์ที่กำลังนอนหน้าซีดด้วยความอับอายและจุกจนพูดไม่ออก
"วันหลัง... ถ้าจะรังแกใคร ช่วยฝึกฝนพื้นฐานมาให้ดีกว่านี้นะครับ ไม่อย่างนั้นมันจะน่าสมเพชเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นการดูถูก"
เขายืดตัวขึ้นยืนตรง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วก้าวเดินต่อไปยังห้องเรียนเวทมนตร์ขั้นสูงโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้เหล่านักเรียนรอบข้างยืนแข็งค้างด้วยความตะลึงงันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดของระเบียงชั้นสอง เหนือจุดเกิดเหตุขึ้นไปเล็กน้อย...
เงาร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิทผู้ซ่อนใบภายใต้ฮู้ดกว้างกำลังยืนกอดอกพิงเสาหิน ดวงตาสองสีคู่นั้นทอประกายระยิบระยับด้วยความสนใจอย่างปิดไม่มิด มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นช้าๆ
"น่าสนใจจริงๆ... เด็กคนนั้นมองเห็นจุดเชื่อมต่อมานาขั้นสูงได้อย่างไรกัน ทั้งที่อายุยังน้อยขนาดนั้น..."
เสียงพึมพำแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่ร่างของเธอจะก้าวถอยหลังและหายวับไปกับความมืดอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ ณ ที่ตรงนั้นตั้งแต่แรก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
พลิกบทตัวร้ายในรั้วมหาเวทกับไอเทมโกงที่สุ่มได้จากต่างโลก•ตอนที่ 5
บทเรียนแรกที่ต้องตบหน้า
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกบทตัวร้ายในรั้วมหาเวทกับไอเทมโกงที่สุ่มได้จากต่างโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!