"กลิ่นอายความชื้นของหินปูนผสมกับเศษซากศพโบราณ... ข้าว่าที่นี่ไม่ได้ถูกทำความสะอาดมาสักสามร้อยปีเห็นจะได้นะครับ เซร่า"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของโถงทางเดินหินแกรนิตที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง แสงสว่างเดียวในที่แห่งนี้มาจากผลึกมานาสีฟ้าสลัวที่ประดับอยู่บนผนังชื้นแฉะ เผยให้เห็นละอองฝุ่นที่ลอยล่องในอากาศราวกับดวงดาวในห้วงจักรวาลอันเปลี่ยวเหงา เรย์ก้าวเท้าลงบนพื้นหินที่เย็นเฉียบอย่างระมัดระวัง มือขวาของเขายังคงถือคทาไม้โอ๊กโบราณที่สุ่มได้จากระบบเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่มือซ้ายลูบแหวนเงินเกลี้ยงเกลาบนนิ้วชี้อย่างใช้ความคิด
เบื้องหลังของเขาคือเซร่า อาจารย์สาวผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโฉมและมันสมองระดับอัจฉริยะ เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวงามร่ายคาถาสแกนสภาพแวดล้อม แสงสีทองจางๆ สะท้อนลงบนแว่นตาไร้กรอบของเธอ ทำให้ดวงตาสีนิลคู่นั้นดูคมกริบและจริงจังยิ่งกว่ายามปกติ
"อย่าประมาทไป เรย์" เซร่ากระซิบตอบ เสียงของเธอลดต่ำลงเพื่อไม่ให้สะท้อนไปไกลในความเงียบงัด "ข้อมูลจากหอสมุดหลวงระบุว่า ชั้นใต้ดินของสถาบันมหาเวทแห่งนี้เคยเป็นสถานที่กักเก็บนักโทษทางการเมืองและสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จากยุคสงครามเวทครั้งใหญ่ การที่เราแอบลักลอบลงมาทางท่อระบายน้ำร้างเพื่อหา 'ศิลาปฐมภูมิ' สำหรับเลื่อนขั้นระดับพลังของเธอ ไม่ใช่เรื่องที่จะล้อเล่นได้เลย"
"ผมไม่เคยล้อเล่นกับความตายหรอกครับ... มันเสียเวลาเปล่า" เรย์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเล่ห์เหลี่ยมแบบฉบับอดีตโปรเพลเยอร์ปรากฏขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะหันกลับไปมองเบื้องหน้า
ดันเจี้ยนใต้สถาบัน หรือที่ในระบบเรียกว่า *'The Catacombs of Forgotten Sages'* ปรากฏขึ้นตรงหน้าเป็นโถงกว้างที่มีประตูเหล็กบานใหญ่ขึ้นสนิมเขรอะ บนบานประตูสลักลวดลายรูปงูพันคทาเวทมนตร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันในอดีต แต่บัดนี้มันถูกกัดกร่อนด้วยกาลเวลาและคราบเลือดสีดำแห้งกรังที่ส่งกลิ่นอายคาวคลุ้งชวนคลื่นไส้
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเขตแดนอาคมระดับ 4 - 'ผนึกโลหิตอสูร']
[คำเตือน: ผู้เล่นและผู้ติดตามกำลังก้าวเข้าสู่เขตอันตรายระดับสูง อัตราการฟื้นฟูมานาจะลดลง 50%]
หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีแดงฉานดีดขึ้นตรงหน้าเรย์ทันที พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนก้องกังวานในโสตประสาท เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ อาคมระดับ 4 ไม่ใช่สิ่งที่เด็กปีหนึ่งหรือแม้กระทั่งอาจารย์ทั่วไปจะรับมือได้โดยง่ายหากไม่มีการเตรียมตัวที่ดีพอ แต่สำหรับเรย์ที่มีข้อมูลเชิงลึกจากระบบและสมองอันปราดเปรื่อง นี่คือเวทีแสดงฝีมือชั้นดี
"เซร่าครับ ถอยหลังไปสามก้าวแล้วกางบาตรคุ้มกันบทที่เจ็ด... ตรงจุดนั้นกระแสมานาไหลเวียนผิดปกติที่สุด ประตูบานนั้นไม่ได้ถูกล็อกด้วยกุญแจ แต่มันถูกล็อกด้วย 'ชีวิต' ของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ข้างในต่างหาก"
เซร่าไม่ถามซ้ำ เธอไว้วางใจในสัญชาตญาณของลูกศิษย์คนนี้อย่างสนิทใจ ร่างระหงถอยหลังไปตามคำสั่ง พร้อมกับที่วงแหวนเวทสีครามถูกวาดขึ้นกลางอากาศด้วยความรวดเร็ว เสียงร่ายคาถาบทสวดโบราณดังขึ้นเบาๆ คล้ายเสียงกระซิบของสายลมหนาว
กึก... ครอดดด!
เรย์ก้าวเข้าไปประชิดประตูเหล็กบานยักษ์ ปลายคทาในมือแตะลงบนอักขระเวทสีดำที่เรืองแสงริצו เขารู้ดีว่าการจะเปิดประตูบานนี้ต้องใช้ 'พลังชีวิต' หรือ 'โลหิต' เป็นสื่อกลาง แต่มีหรือที่คนอย่างเขาจะยอมเอาเลือดเนื้อตัวเองไปเซ่น
"ระบบ... ทำการแปลงค่าความเสียหายจากผลึกมานาสำรองในช่องเก็บของทดแทนเงื่อนไขเลือดหนึ่งหยด"
[ยืนยันคำสั่ง... ทำการหักล้างเงื่อนไขด้วยมานาบริสุทธิ์ 500 หน่วย]
[ปลดล็อก: ประตูแห่งพันธนาการ - สำเร็จ]
เปรี้ยง!
เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับอักขระสีดำที่แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีม่วง ประตูเหล็กหนักอึ้งค่อยๆ เคลื่อนตัวเปิดออกด้วยแรงดันอากาศที่อัดแน่นอยู่ภายในมานานนับร้อยปี กลิ่นอายความโกรธเกรี้ยว ความอาฆาตมาดร้าย และกลิ่นอายของสัตว์ป่าโบราณทะลักออกมาปะทะใบหน้าของทั้งสองคนทันที จนเซร่าต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ
ภายในห้องโถงมืดมิด มีเพียงดวงตาสีแดงคู่มหึมานับสิบคู่ที่กำลังจ้องมองตรงมายังผู้บุกรุก เสียงคำรามต่ำในลำคอสะท้อนก้องจนแผ่นดินใต้สถาบันสั่นสะเทือน
"มากันแล้วสินะครับ... แขกรับเชิญที่ไม่ได้รับเชิญ" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาคมกริบสะท้อนแสงสีแดงจากดวงตาของฝูงอสูรกายเบื้องหน้า รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไป พื้นหินเบื้องล่างก็ยุบตัวลงทันทีกลายเป็นกับดักเพลิงโลกันตร์ที่พุ่งพรวดขึ้นมาหมายจะแผดเผาพวกเขาให้เป็นจุล แต่เรย์กลับไม่ออกอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขากวาดสายตาคำนวณวิถีของเปลวไฟอย่างรวดเร็วก่อนจะกระชากแขนเซร่าให้หลบมาอยู่ด้านข้างได้อย่างเฉียดฉิว
"ระวังตัวด้วยนะครับเซร่า ดูท่าทางว่างานนี้เราคงต้องออกแรงกันเยอะหน่อยแล้วล่ะครับ"
ในวินาทีที่เรย์สะบัดคทาเวทในมือเพื่อเตรียมปลดปล่อยสกิลโจมตีวงกว้างชุดแรก ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอย่างฉับพลันราวกับอุณหภูมิลดฮวบลงถึงจุดเยือกแข็ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นจากความมืดมิดลึกเข้าไปในดันเจี้ยนไม่ได้มาจากฝูงอสูรกายเบื้องหน้า... แต่มันมาจาก 'บางสิ่งที่ใหญ่โตกว่านั้น' มากนัก
[เตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบสิ่งมีชีวิตนอกเหนือฐานข้อมูลระบบ]
[ข้อความจากระบบนิรนาม: "ผู้ถือครองไอเทมแห่งความมืดเอ๋ย... เจ้ากล้าดียังไงถึงก้าวเข้ามาในสุสานของข้า?"]
สิ้นเสียงประกาศอันเย็นเยือก แสงสว่างทั้งหมดภายในดันเจี้ยนก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท เงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตที่มีปีกขนาดใหญ่และไอทมิฬพวยพุ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับจนเรย์แทบจะทรุดตัวลงคุกเข่า!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันด้วยดีเสมอนะครับ
พลิกบทตัวร้ายในรั้วมหาเวทกับไอเทมโกงที่สุ่มได้จากต่างโลก•ตอนที่ 7
ดันเจี้ยนใต้สถาบัน
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกบทตัวร้ายในรั้วมหาเวทกับไอเทมโกงที่สุ่มได้จากต่างโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!