"ถ้าคุณยังเดินล้ำเส้นสีเหลืองเข้าใกล้เขตปั้นจั่นอีกแค่ก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมความปลอดภัยในไซด์งานของผม, คุณโปรแกรมเมอร์"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดอย่างชัดเจนดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแรงฉุดกระชากที่ข้อแขนอย่างกะทันหัน ธันวาซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อตรวจสอบโค้ดอัลกอริทึมจำลองการรับน้ำหนักสะพาน ถึงกับเซถลาเข้าปะทะกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตามสัดส่วนของวิศวกรหนุ่ม กลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์และฝนแรกของอัลฟ่าพุ่งเข้าปะทะนาสิกทันทีจนต่อมรับกลิ่นสั่นสะเทือน แม้ธันวาจะพยายามใช้ยาระงับกลิ่นกายชั้นดีปกปิดสถานะโอเมก้าของตัวเองไว้ แต่วินาทีที่ร่างกายแนบชิดกันจนแทบไร้ช่องว่าง หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระดูกแทบแตกสลายจากความตื่นตระหนกที่ปะปนกับความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น ดึงสติกลับมาแล้วสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าคีตาด้วยความไม่พอใจ
"ปล่อยครับ... เอ๊ย ปล่อยค่ะ!" ธันวาเกือบหลุดปากคำพูดคุ้นชินออกไป โชคดีที่ไหวพริบระดับโปรแกรมเมอร์อัจฉริยะดึงเบรกไว้ทันเวลา ทว่าความผิดปกตินั้นก็ไม่รอดพ้นสายตาคมกริบของคีตาที่หรี่มองอย่างจับผิด
"พูดจาแปลกๆ นะครับช่วงนี้ หรือว่ากลัวความจริงที่ผมพูด?" คีตาเลิกคิ้วสูง ร่างสูงใหญ่ในชุดเซฟตี้สีส้มสะท้อนแสงก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนธันวาต้องถอยหลังไปชนกับเสาค้ำยันเหล็ก "โปรแกรมบ้าๆ ของคุณมันคำนวณฐานรากพลาดไปสามเซนติเมตร ถ้าเครนตัวนั้นยกแผ่นคอนกรีตขึ้นมาตามคำสั่งอัลกอริทึมของคุณเมื่อกี้ คนงานข้างล่างคงโดนทับแบนเป็นกล้วยปิ้งไปแล้ว รู้ตัวบ้างไหม?"
"คุณอย่ามากล่าวหาผมลอยๆ นะ!" ธันวาเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน ความถือดีและอีโก้ระดับท็อปของโปรแกรมเมอร์หนุ่มไม่เคยยอมให้ใครมาหยามฝีมือ "อัลกอริทึมของผมผ่านการเทสมาเป็นร้อยรอบ ความผิดพลาดเป็นศูนย์! ที่โครงสร้างมันขยับเมื่อกี้เพราะซับคอนแทรคของคุณติดตั้งสลักเกลียวไม่แน่นต่างหาก อย่ามาโบ้ยความรับผิดชอบให้ระบบของผมแค่อยากกลบเกลื่อนความสะินสําเพลินของทีมตัวเองเลย!"
บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบทันที มินท์ที่ยืนถือแก้วกาแฟอยู่ห่างออกไปสำลักพรวดออกมาเบาๆ รีบถอยฉากไปหลบหลังเสาเมื่อเห็นประกายไฟแลบแปล๊บจากสายตาของอัลฟ่าและโอเมก้าตรงหน้า
คีตาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน เขาก้าวเข้ามาใกล้จนธันวาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความกดดันจากฟีโรโมนของอัลฟ่าเลือดร้อนแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบตัวเบาบางลง แต่วินาทีนี้ธันวาไม่มีวันยอมก้มหัวให้เด็ดขาด
"คุณมันดื้อด้าน..." คีตากัดฟันกรอด น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเหลืออด "ดื้อทั้งความคิด ดื้อทั้งตัว... ถ้าคุณยังดื้อดึงจะลงไปเดินตรวจหน้างานเองโดยไม่ใส่หมวกนิหารภัยและไม่ฟังคำเตือนของผมอีก ผมจะอุ้มคุณโยนออกนอกไซด์งานนี้จริงๆ ด้วย"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนั้นกับผมนะ!" ธันวาถลึงตาใส่ มือเรียวผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรง แต่คีตากลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ราวกับภูเขาหินผāที่มั่นคง ทว่าสายตาที่มองลงมากลับไม่ได้มีแค่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันมีความห่วงใยระคนหงุดหงิดที่ฉายชัดเจนจนธันวาหัวใจกระตุกวูบ
"ผมมีสิทธิ์ทุกอย่าง... ในฐานะวิศวกรควบคุมโครงการนี้ และในฐานะ..." คีตาชะงักคำพูดไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความโกรธของคนตรงหน้า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม "ในฐานะคนที่ไม่อยากเห็นคุณเจ็บตัว... เข้าใจไหม?"
ธันวาชะงักงัน สมองที่ประมวลผลโค้ดซับซ้อนมาทั้งคืนกลับรวนเรจนประมวลผลต่อไม่ได้ กลิ่นอายฟีโรโมนของคีตาโอบล้อมรอบตัวราวกับอ้อมกอดกลายๆ หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันประท้วง
ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงเรียกของหัวหน้าคนงานก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง
"คุณคีตาครับ! แย่แล้วครับ! เซนเซอร์วัดแรงสั่นสะเทือนตรงฐานเสาหลักส่งสัญญาณเตือนสีแดงกระพริบไม่หยุดแล้วครับ!"
คีตาละสายตาจากธันวาชั่วขณะ ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นทันที เขารีบหันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ทุกคนถอยออกจากจุดนั้นเดี๋ยวนี้! มินท์! ดึงข้อมูลเรียลไทม์ขึ้นมาดูซิว่าเกิดอะไรขึ้น!"
ธันวากวาดสายตาไปยังหน้าจอแท็บเล็ตในมือของตัวเอง ร่างกายชาวาบเมื่อเห็นกราฟความผิดปกติพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดวิกฤต สายตาสองคู่ประสานกันในเสี้ยววินาที ความเป็นมืออาชีพดึงพวกเขากลับมาสู่สถานการณ์คับขัน
"ไม่ใช่เพราะสลักเกลียว..." ธันวาพูดเสียงเครียด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อถอดรหัสบรรทัดสุดท้ายออก "มีคนจงใจเจาะเข้าระบบฐานข้อมูลเพื่อบล็อกอัลกอริทึมการกระจายน้ำหนัก... ระบบกำลังจะล่ม!"
ทันทีที่พูดจบ เสียงเหล็กข้ออ้อยขนาดใหญ่ลั่นเปรี๊ยะดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นคอนกรีตใต้เท้าสะเทือนเลื่อนลั่น เครนยกของขนาดยักษ์ที่อยู่เหนือหัวสั่นคลอนและกำลังเอียงตัวดิ่งลงมาทิศทางที่พวกเขายืนอยู่
"ธันวา! ระวัง!"
คีตาร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีด ร่างสูงพุ่งเข้ากระโจนใส่ธันวาเต็มแรงจนร่างทั้งสองร่างกระเด็นหลุดจากรัศมีอันตราย กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าพวยพุ่งเข้มข้นขึ้นเพื่อปกป้องในวินาทีเป็นตาย ก่อนที่เสาปูนขนาดมหึมาจะถล่มลงมาทับจุดที่พวกเขา खड़ेอยู่เมื่อครู่ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ร่างของคีตาคร่อมทับอยู่บนตัวธันวาโดยมีฝุ่นและเศษปูนโปรยปรายลงมาเป็นระยะ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นชิดติดกัน ธันวานอนนิ่งอยู่ใต้ร่างของวิศวกรหนุ่ม ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว
คีตาชันเข่าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าคมคายมีรอยเปื้อนฝุ่นดำ แต่นัยน์ตาคู่คมกลับมองสำรวจร่างกายของคนใต้ร่างด้วยความร้อนรน มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยื่นไปปัดเศษผมที่เปื้อนฝุ่นออกจากหน้าผากเนียนอย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว
"คุณ... เจ็บตรงไหนไหม?" เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהถามชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านแก้ม
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความลับเรื่องสถานะโอเมก้าที่พยายามปิดบังมาตลอดกำลังจะรั่วไหล เพราะท่ามกลางฝุ่นควันและอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่าน ฟีโรโมนบริสุทธิ์ของธันวาที่เล็ดลอดออกมาผสมผสานกับกลิ่นของคีตาอย่างลงตัวจนควบคุมไม่ได้
และก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยคำใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าของทีมรักษาความปลอดภัยและเสียงตะโกนโกลาหลก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงซากปรักหักพังนั้น
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่... คีตา? แล้วทำไมคุณถึงมากอดกับโปรแกรมเมอร์คนนี้ได้ล่ะเนี่ย?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งกัดทั้งคลั่งรักของพวกเขานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมตรงกับนายวิศวกร•ตอนที่ 7
ข้อพิพาทในไซด์งาน
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมตรงกับนายวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!