หน้าจอคอมพิวเตอร์พรีเมียมขนาดสามสิบสองนิ้วสะท้อนภาพโค้ดสีแดงฉาน บ่งบอกถึง Bug ตัวเบ้อเร่อที่กำลังกวนใจโปรแกรมเมอร์อัจฉริยะอย่างธันวา แต่สิ่งที่รบกวนสมาธิของเขามากกว่าตัวอักษรบั๊กพวกนั้น คือกลิ่นฟีโรโมนกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นฝนจาง ๆ ที่ยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายประสาทรับกลิ่น เหมือนเงาตามตัวที่สะบัดไม่หลุดตั้งแต่เหตุการณ์ในห้องเซิร์ฟเวอร์เมื่อคืน
และต้นเหตุของกลิ่นนั้นก็กำลังยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงานของเขาด้วยท่าทางกวนประสาทไม่เปลี่ยน
"โค้ดพังหรือว่าสมองพังกันแน่ครับ คุณธันวา จ้องหน้าจอจนตาจะทะลุออกมาอยู่แล้ว"
เสียงทุ้มต่ำของคีตาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด อัลฟ่าหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นสมชายชาตรีเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวกดดันจนอากาศในห้องแทบจะเบาบางลงไปถนัดตา
ธันวาเม้มปากแน่น รีบกดสลับหน้าจอเพื่อซ่อนหน้าต่างโค้ดแล้วหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววหาเรื่องตามสัญชาตญาณเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอกที่เริ่มตีรวนขึ้นมาอีกระลอก
"ถ้าว่างมากนักก็เอาเอกสารโครงสร้างตึกไปตรวจใหม่เถอะคีตา อย่ามาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้ ฟีโรโมนของคุณมันรบกวนระบบการทำงานของสมองผม... มันเหม็นอับ"
ธันวาจงใจใช้คำพูดเชือดเฉือนเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัว แต่ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
คีตาหรี่ตามองคนปากแข็งที่นั่งไขว่ห้างเชิดหน้าชูตาอยู่บนเก้าอี้ทำงาน สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ใบเนียนใสที่รั้นจนน่าหยิก ลงมายังริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด วิศวกรหนุ่มไม่ได้โกรธเคืองกับคำพูดจิกกัดนั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากลับพบว่าอาการพยศเหมือนแมวขู่ของโอเมก้าตรงหน้าช่างน่ามองเสียเหลือเกิน
"เหม็นอับเหรอครับ?" คีตาโน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างค้ำพนักเก้าอี้ของธันวาไว้ กักขังร่างโปร่งให้ติดอยู่กับพนักพิงโดยปริยาย ใบหน้าคมเข้มเคลื่อนเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม "แต่เมื่อคืน... ผมจำได้ว่าคุณไม่ได้พูดแบบนี้นี่นา คุณคีตาคนเก่ง"
ธันวาสะดุ้งเฮือก ร่างกายร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เขาเผลอแสดงด้านที่อ่อนแอออกไปต่อหน้าอัลฟ่าคนนี้ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธปนเขิน แต่วิญญาณโปรแกรมเมอร์ผู้รักความสมบูรณ์แบบไม่มีวันยอมจำนนอะไรง่าย ๆ
"10100101... พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของคุณ ถอยไปนะ!" ธันวาใช้มือดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายเต็มแรง แต่คีตากลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง
ดวงตาคมของคีตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังไหวระริก เขาสังเกตเห็นมานานแล้ว... ทุกครั้งที่ธันวาโมโหหรือต้องการปฏิเสธ สายตาคู่นั้นจะหลบเลี่ยง และหางตาจะแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ธันวาไม่ได้เกลียดเขาอย่างที่ปากพูดหรอก หากเกลียดจริง ๆ ป่านนี้คงเรียกฝ่ายGPRC มาไล่เขาออกนอกตึกไปนานแล้ว แต่นี่... กลับเลือกที่จะยืนเถียง ปากแข็ง และสร้างตรรกะร้อยแปดมาอ้างเพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง
"ปากบอกว่าเกลียด ปากบอกว่ารำคาญ..." คีตากระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ไล่ระดับเสียงต่ำลงจนคนฟังขนลุกซู่ "แต่ทำไมฟีโรโมนของคุณถึงตอบสนองผมดีเหลือเกินล่ะครับ ธันวา หรือว่าทั้งหมดนี่... เป็นแค่ทฤษฎีกลบเกลื่อนความจริงบางอย่างที่คุณไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับมัน?"
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในหู ตรรกะและอัลกอริทึมทั้งหมดที่เคยจัดเรียงไว้ในหัวพังทลายไม่เป็นท่าเมื่อเผชิญกับสายตาดุดันแต่แฝงความอ่อนโยนคู่นั้น ธันวาเกลียดตัวเองที่แสดงอาการพิรุธ เกลียดที่คีตามองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าโค้ดที่เขาเขียนเสียอีก
"คุณมัน... มโนเก่งเกินไปแล้วคีตา ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นผมจะฟ้อง..."
คำขู่ถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อคีตาไม่ได้ถอยตามสั่ง แต่วางมือข้างหนึ่งลงบนเอวคอดกิ่วรั้งเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นวานิลลาและกลิ่นฝนจากตัวของธันวาโชยเข้าจมูกอัลฟ่าหนุ่มจนสติแทบกระเจิง เช่นเดียวกับธันวาที่สูดดมกลิ่นอายความอบอุ่นปนความดุดันของอีกฝ่ายเข้าไปเต็มปอดจนสมองพร่ามัว
"ลองฟ้องดูสิครับ ผมอยากรู้เหมือนกันว่าศาลไหนจะตัดสินให้ความผิดฐาน 'ตกหลุมรักคนปากแข็ง' มีโทษร้ายแรงแค่ไหน" คีตากระซิบยิ้ม ๆ ริมฝีปากหยักแทบจะแตะสัมผัสกับแก้มเนียน
ธันวานิ่งงัน คำว่า 'ตกหลุมรัก' วิ่งวนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา สมองที่เคยประมวลผลไวระดับท็อปของบริษัทกลับหยุดทำงานกะทันหัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนตื่นตระหนก เขากำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักประโยคเพื่อกู้ฟอร์ม
ก๊อก ๆ ๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบอันตรายในห้องทำงานทันที พร้อมกับร่างของมินท์ที่ผลุนผล่วนเปิดประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต
"เฮ้ย ธันวา! บั๊กตัวนั้นแกแก้— อุ๊ย..." มินท์ชะงักฝีเท้ากึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพที่โปรแกรมเมอร์หนุ่มปากจัดผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กำลังถูกวิศวกรมาดขُمกอดเอวไว้อย่างแนบชิด ราวกับพระเอกนางเอกในซีรีส์โรแมนติกดราม่า
ธันวาสติหลุดกระเจิง รีบผลักอกคีตาเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหวานแดงแจ๋ลามไปถึงใบหู รีบหันขวับไปหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำทีเป็นรัวแป้นพิมพ์ทั้งที่หน้าจอนั้นแสดงผลเป็นหน้าจอว่างเปล่า
คีตาถอนหายใจยาวอย่างเสียดาย นัยน์ตาคมกริบหันไปมองมินท์ด้วยสายตานิ่งสนิทที่แฝงแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง
"มีธุระอะไร ถ้าไม่มีก็ออกไปก่อน ตอนนี้ผมกำลังคุย 'ธุระส่วนตัว' กับเจ้าของห้องอยู่" คีตาเอ่ยเสียงเรียบแต่กดดัน
มินท์กลืนน้ำลายเอื๊อก รีบยกมือขึ้นระดับอกแล้วถอยหลังกรูดออกไปนอกห้องทันทีพร้อมกับปิดประตูให้เรียบร้อยอย่างรู้ความ
ในห้องกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง... ธันวายังคงนั่งหลังแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองด้านหลัง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล
ทว่าจังหวะนั้นเอง... มือหนาของคีตาก็เอื้อมมาจับพนักเก้าอี้ของเขา หมุนเก้าอี้ให้หันกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งอย่างไม่มีทางหลบหนี ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธันวา พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ
"เมื่อกี้ยังคุยไม่จบเลยนะธันวา... ตกลงว่าคุณจะยอมรับความจริงดี ๆ หรือจะให้ผมพิสูจน์ให้ดูอีกรอบ ว่าปากที่คุณใช้เถียงผมเมื่อกี้ มันหวานขนาดไหนกันแน่"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความปากแข็งของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมตรงกับนายวิศวกร•ตอนที่ 4
ทฤษฎีคนปากแข็ง
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมตรงกับนายวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!