มูเตลูแบบนี้ พี่ไม่ไหวจะเคลียร์•ตอนที่ 8

ติดฝนติดร่างแห

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"ถ้าคุณวินยังเดินช้ากว่าเต่าคลานแบบนี้อีกก้าวเดียว ฉันจะสาปให้คุณกลายเป็นตั๊กแตนตำข้าวแล้วเอาไปทอดน้ำปลาจริงๆ ด้วยนะคะ!" ข้าวปุ้นหวีดร้องลั่นท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลง แรงลมกรรโชกกระหน่ำจนร่มคันจิ๋วในมือแทบจะพลิกกลับด้าน ท้องฟ้าเบื้องบนมืดสนิทราวกับถูกป้ายด้วยหมึกจีนสีดำสนิท มีเพียงแสงวาบของสายฟ้าที่แล่แปลบปลาบเป็นระยะ คอยฉายให้เห็นโครงสร้างอันน่าสะพรึงกลัวของศาลาร้างริมทางที่พวกเธอวิ่งหนีตายเข้ามาหลบภัย วินไม่ตอบโต้ด้วยคำโวยวาย เขายังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้คุ้นเคยกับการมองเห็นสิ่งลี้ลับ ร่างสูงโปร่งในเสื้อแจ็คเก็ตกันน้ำเปียกชุ่มจนแนบลู่ไปกับแผ่นอก ก้าวเข้ามาในศาลาก่อนจะสะบัดน้ำฝนออกจากตัวลวกๆ ดวงตาคมกริบใต้กรอบผมที่ชื้นแฉกวาดตามองรอบบริเวณอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณเตือนภัยที่ถูกฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กบอกเขาว่า ศาลาร้างทรงไทยประยุกต์หลังนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคนหลบฝนอยู่แน่ๆ "เงียบปากแล้วเข้ามาใกล้ๆ นี่หน่อยน่า ข้าวปุ้น" วินเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับจริงจังจนน่าใจหาย "ทำไมคะ? จะมาไม้ไหนอีก รำคาญจะแย่แล้วนะ เปียกก็เปียก หิวก็หิว มือถือแบตเหลือสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าผีจะออกมาตอนนี้ ขอร้องเถอะค่ะว่าให้มันแปลงร่างเป็นพี่เดลิเวอรีขี่เวสป้ามาส่งชาบูจะดีใจมากกว่า!" ข้าวปุ้นบ่นอุบอิบ พลางใช้มือพยายามบิดชายเสื้อยืดที่เปียกชุ่มของตัวเองอย่างหัวเสีย แต่ก็ยอมเดินเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของวินตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่เหนือกว่าความปากเก่ง บรรยากาศภายในศาลาร้างส่งกลิ่นอัปชื้นของดินและธูปเก่าๆ ที่มอดดับไปนานแล้ว เงาตะคุ่มของเสาไม้สักทองขนาดใหญ่ทอดตัวยาวน่ากลัวตามแสงไฟแบล็กดรอปจากฟ้าแลบ เสียงหอบหายใจของข้าวปุ้นดังสลับกับเสียงเม็ดฝนที่กระทบหลังคากระเบื้องเก่า เสียงหนึ่งแว่วเข้ามาในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงลม แต่มันคือเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังมาจากมุมมืดด้านทิศตะวันตกของศาล *...หนาวจัง... ขอส่วนบุญหน่อย...* "กรี๊ดดดด!" ข้าวปุ้นหลับตาปี๋ คว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อของวินแล้วกำไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ร่างบางสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ ใบหน้าเนียนซุกเข้ากับแผ่นหลังของชายหนุ่มโดยไม่ทันได้คิดเขินอาย "วิน! มันมาแล้ว! เสียงมันอยู่ตรงเสานั้น! ฮือออ ฉันไม่อยากตายร่างแหที่นี่นะ ฉันยังไม่ได้รีวิวหมูกระทะร้านเปิดใหม่เลย!" วินถอนหายใจเบาๆ มือใหญ่วางทับลงบนหลังมือที่กำเสื้อเขาไว้แน่นสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบและความกลัวที่สั่นสะท้อนมาจากตัวหญิงสาว เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกับความมืดเบื้องหน้า ก่อนจะยกมือขึ้นวาดอักขระกลางอากาศเบาๆ ตามวิชาที่ร่ำเรียนมาเพื่อกั้นเขตอาคม พลังงานลบที่แผ่พุ่งเข้ามาเริ่มถูกต้านทานไว้ด้วยไออุ่นจากตัวเขา "บอกแล้วว่าอย่าซ่า เดินตามกลิ่นศาลเจ้าพ่อมาทำไมตั้งแต่แรก" วินกระซิบกระซอajeข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด "เก่งนักไม่ใช่เหรอ อินฟลูเอนเซอร์ปากแจ๋ว พอเจอของจริงเข้าหน่อย ทำไมถึงได้กลายร่างเป็นลูกแมวตกน้ำไปซะได้ล่ะครับ... อ๊ะ ขอโทษที ติดปากไปหน่อย ข้าวปุ้น" "นี่ไม่ใช่เวลามาแซวกันนะคะไอ้คุณช่างภาพหน้าตาย!" ข้าวปุ้นเงยหน้าขึ้นโวยวายทันที แม้ใบหน้าจะยังซีดเผือด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกลัว แต่ความปากจัดก็ยังคงทำงานเต็มพิกัด "ถ้าฉันรอดไปได้นะ ฉันจะเอาพริกไทยดำไปโรยหัวคุณให้เข็ดเลย คอยดู!" *ตึ้ง!* เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงของวินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ข้าวปุ้นสะดุ้งสุดตัวขณะที่วินชำเลืองมองหน้าจอแวบหนึ่งโดยไม่สนใจผีสางที่กำลังส่งเสียงโหยหวนอยู่มุมห้อง นิ้วเรียวกดปลดล็อกหน้าจอแชตที่ส่งตรงมาจากกลุ่มเพื่อนสนิท ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็วด้วยความเคยชิน *(แชต)* **วิน:** "ติดฝนอยู่ในศาลาร้างกับยัยตัวแสบ กำลังใช้ร่างตัวเองกันผีให้มันอยู่เนี่ย เหนื่อยกว่าถ่ายแบบแฟชั่นวีกก็ตอนนี้แหละ" **เพื่อนในกลุ่ม:** "โอโห้ มีการเอาตัวเข้าแลก ระวังโดนเขมือบวิญญาณนะมึง หรือจริงๆ มึงแอบชอบเขาก็สารภาพมาเถอะ" **วิน:** "..." วินชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบเหลือบมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ซุกตัวแนบชิดอกเขาแน่นเพราะเสียงฟ้าร้องคำรามลั่น ข้าวปุ้นเงยหน้าขึ้นสบตาเขาพอดี แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความไวonใจที่ถูกส่งผ่านมาอย่างไร้เดียงสา หัวใจของช่างภาพหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยควบคุมได้ นิ้วมือที่ถือโทรศัพท์สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะพิมพ์ข้อความยาวเหยียดลงไปในแชตส่วนตัวที่ตั้งใจจะส่งหาข้าวปุ้นโดยตรงเพื่อแกล้งหยอกเล่นแก้เครียด แต่ด้วยความรีบร้อนและบรรยากาศที่บีบคั้น ทำให้ปลายนิ้วเจ้ากรรมดันพิมพ์ความจริงในใจออกไปเสียหมด *(แชตส่วนตัว - วิน ส่งถึง ข้าวปุ้น)* "จริงๆ ที่มาติดฝนตรงนี้ก็เพราะตั้งใจเดินตามมาตั้งแต่แรกนั่นแหละ... เป็นห่วงกลัวจะโดนผีหลอกจนสติหลุดไปซะก่อน เพราะในใจฉันตอนนี้ ไม่มีที่ว่างให้วิญญาณตนไหนหรอกนะ มีแต่เธอนั่นแหละที่เข้ามาวนเวียนจน... - " *แย่แล้ว!* วินเบิกตากว้างเมื่อรู้ตัวว่าเผลอกดส่งข้อความสารภาพความในใจออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ร่างสูงรีบใช้นิ้วกดค้างเพื่อจะ "ยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน" ทันที แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในมือของข้าวปุ้นก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืดพอดี! ข้าวปุ้นก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองที่แสดงข้อความแจ้งเตือนแชตจาก "วิน" เด้งขึ้นมาหราต่อหน้าต่อตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสารภาพรักที่ยาวเหยียดและเต็มไปด้วยความหวานเลี่ยนชนิดที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากผู้ชายคนนี้ ทว่า... ในวินาทีที่ข้าวปุ้นกำลังจะอ้าปากเอ่ยถามอะไรบางอย่าง เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาที่ต้นไม้ใหญ่ด้านนอกศาลาร้างอย่างจัง แรงสั่นสะเทือนทำให้ไฟฉายสำรองในมือของวินหลุดมือตกลงพื้นและดับวับลง ทิ้งให้ทั้งคู่จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดสนิท พร้อมกับเงาส고งร่างหนึ่งที่ก้าวพ้นจากมุมมืดเข้ามาประชิดตัวพวกเขาอย่างเงียบเชียบ! ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความหลอนแบบฟีลกู๊ดด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - เสียงกระซิบยามดึก
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูแบบนี้ พี่ไม่ไหวจะเคลียร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%