"คุณวิน! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! เลิกเดินทำหน้าเป็นปะรำพิธีศพแล้วหันมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้เลย!"
เสียงกรี๊ดปนเสียงหอบสะท้านของข้าวปุ้นดังสะท้อนก้องไปทั่วทางเดินปูนเปลือยของรีสอร์ตริมน้ำ ยามนี้บรรยากาศรอบตัวช่างวังเวงเสียจนน่าขนพองสเกล เสียงหริ่งหรีดเรไรร้องระงมราวกับจะเยาะเย้ยความเปราะบางในจิตใจของอินฟลูเอนเซอร์สาว ข้าวปุ้นกำลังยืนกอดอก ตัวสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถלนออกมานอกเบ้า มือข้างหนึ่งยกขึ้นกำสร้อยพระเครื่ององค์โตแน่นเสียจนเหงื่อชุ่มฝ่ามือ สายตาหวาดระแวงเหลือบมองเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่ที่ไหวเอนตามแรงลม
ข้างกายเธอไม่ไกลนัก ช่างภาพหนุ่มผู้มีรอยยิ้มกวนประสาทประดับมุมปากเสมออย่าง 'วิน' กำลังยืนไขว่ห้างพิงเสาระเบียงด้วยท่าทีสบายอารมณ์ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนที่ดูทรงพลังแต่น่าหมั่นไส้ในสายตาของคนขวัญอ่อน วินไม่ได้แสดงท่าทีตกใจกลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม เขากลับทำหน้าเอือมระอาปนขบขัน ราวกับกำลังยืนดูเด็กอนุบาลร้องไห้งอแงเพราะหาตุ๊กตาไม่เจอ
"จะให้หันไปทำไมล่ะครับคุณข้าวปุ้น หันไปก็เจอแต่หน้าตาตื่นๆ ของคุณที่เหมือนเห็นผี... อ้อ ไม่สิ ตอนนี้คุณกำลังเห็นผีจริงๆ นี่นา จริงไหมครับ?" วินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงแววตากลั้วหัวเราะอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองหน้าเธอ แต่มันกำลังทอดมองผ่านไหล่บางของเธอออกไปเบื้องหลัง ความมืดมิดสนิทที่ปกคลุมมุมตึกทางเดินกำลังบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นประหลาด
"อีตาวิน! นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกตลกคาเฟ่นะเว้ย! นายก็เห็นเหมือนกันใช่ไหมไอ้เงาดำๆ เมื่อกี้อะ มันเดินตามฉันมาตั้งแต่ล็อบบี้แล้วนะ!" ข้าวปุ้นโวยวายเสียงหลง เท้าเล็กๆ ขยับถอยหลังไปชนแผ่นหลังกว้างของเขาโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะ แต่ความกลัวตายมีมากกว่าความเขินอาย มือบางจึงเอื้อมไปคว้าชายเสื้อเชิ้ตของวินไว้แน่นราวกับเจอแพไม้ไผ่กลางมหาสมุทร
วินก้มมองมือเรียวที่ขยุ้มเสื้อของตนจนยับยู่ยี่ รอยยิ้มมุมปากของเขายกสูงขึ้นอีกนิด ดวงตาคู่คมฉายแววอ่อนโยนขึ้นวูบหนึ่งอย่างรวดเร็วเสียจนแทบจับสังเกตไม่ได้ ก่อนจะกลับมาเป็นโหมดกวนประสาทตามเดิม ชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก ปล่อยให้เธอเกาะเสื้อเขาไว้แบบนั้นโดยไม่คิดจะปัดออก
"บอกแล้วไงว่าอย่าซ่าให้มันมากนัก... ตอนอยู่ในรถยังทำปากเก่ง บอกว่าผีไทยสู้สเต็ปอินฟลูฯ สายกินอย่างคุณไม่ได้หรอก โน่น... ตอนนี้เงาดำที่ว่า สงสัยเขาคงอยากชวนคุณไปร่วมแจมรีวิวขาหมูยมโลกด้วยมั้งครับ เห็นเดินตามตูดไม่ห่างเลย" วินแกล้งเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย พลางใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ที่คางตัวเองราวกับกำลังพิจารณาภาพถ่ายศิลปะชิ้นเอก
"ไอ้วิน! ปากคอเราะร้ายแบบนี้ เดี๋ยวชาติหน้าให้เกิดเป็นตุ๊กตาบลาย์หน้าผีเลยคอยดู!" ข้าวปุ้นแหวลั่น หน้าหวานเหเกร็งด้วยความกลัวจนแทบจะร้องไห้จริงๆ อยู่แล้ว น้ำตาคลอเบ้าหน่วยด้วยความคับแค้นใจ "ก็ใครจะไปรู้เล่าว่ารีสอร์ตนี้มันจะฮาร์ดคอร์เบอร์นี้! ฉันแค่จะมาถ่ายคลิปคาเฟ่ชิลๆ ฟีลธรรมชาติ ไม่ได้จะมาบุกเบิกรายการคนอวดผีสักหน่อย!"
"หึ..." วินหลุดหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยก่อนที่เขาจะขยับตัวเปลี่ยนท่าทาง จากคนยืนพิงเสากลายเป็นก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบังร่างบางของข้าวปุ้นไว้ครึ่งตัวโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการปกป้องคุ้มครองถูกปลุกขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่พุ่งทะลักเข้ามาใกล้จนขนลุกซู่
"ถอยไปทำไมล่ะ..." เสียงของวินเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างใบหูทำเอาข้าวปุ้นสะท้านเฮือก "บอกแล้วไงว่า *อย่าหันหลังให้ผม*"
ข้าวปุ้นชะงักกึก หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อตระหนักได้ว่า ตลอดทางที่เดินมา วินพยายามเดินนำหน้าและบังคับให้เธอเดินตามหลังเขาตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะเขาอยากแกล้งให้เธอเดินคนเดียว แต่เพราะเขาไม่อยากให้เธอกวาดสายตาไปเห็นสิ่งที่ตามหลังมาต่างหาก!
ในจังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของข้าวปุ้นก็สั่นครืดคราดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัดบรรยากาศชวนขนลุก นิ้วเรียวรีบควานหาเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาด้วยความลนลาน เผื่อว่าจะเป็นข้อความจากทีมงานคนอื่นที่หลงทางอยู่ในรีสอร์ตนี้เหมือนกัน
แสงไฟสว่างวาบจากหน้าจอโทรศัพท์สาดกระทบใบหน้าตื่นตระหนกของเธอ ข้าวปุ้นก้มลงมองหน้าจออย่างรวดเร็ว แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏบนแชตกลุ่มงานไม่ได้มีแค่ข้อความรายงานสถานการณ์ธรรมดา
แต่มันคือข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตส่วนตัวที่เด้งขึ้นมาจากบัญชีของ **'วิน'** ทั้งๆ ที่ตัวจริงของเขายืนซ้อนหลังเธออยู่ห่างไม่ถึงคืบ และมือทั้งสองข้างของเขาก็ยังกอดอกอยู่!
ข้าวปุ้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากสันหลังขึ้นสู่ท้ายทอย ดวงตาสั่นระริกไล่อ่านตัวหนังสือบนหน้าจอทีละคำด้วยความหวาดผวา
*[วิน]: ข้าวปุ้น... คนที่ยืนซ้อนข้างหลังคุณอยู่ตอนนี้... ไม่ใช่ผมนะครับ*
ยังไม่ทันที่สมองจะประมวลผลคำเตือนนั้นเสร็จสิ้น เสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกราวกับลมเป่าจากก้นบึงก็ดังขึ้นชิดใบหูข้างขวา... น้ำเสียงนั้นแหบแห้งและเต็มไปด้วยความโหยหา
*"หนีไม่พ้นหรอก..."*
ข้าวปุ้นกรี๊ดสุดเสียงด้วยความสติหลุด มือบางกำโทรศัพท์แน่นก่อนจะสะบัดตัวหวังกอดคนที่อยู่ข้างหลังเพื่อความปลอดภัย แต่ทว่า อ้อมแขนที่คว้าไปกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าและกลุ่มควันสีดำสนิทที่กำลังสลายตัวไปในอากาศ!
แล้วข้อความแชตสุดท้ายจากหน้าจอโทรศัพท์ก็เด้งขึ้นมาตอกย้ำความสยองขวัญทันที
*[วิน]: ผมบอกแล้วไง... ว่าอย่าหันหลังให้ผม...*
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความหลอนแบบฟีลกู๊ดด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - เสียงกระซิบยามดึก
มูเตลูแบบนี้ พี่ไม่ไหวจะเคลียร์•ตอนที่ 4
อย่าหันหลังให้ผม
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูแบบนี้ พี่ไม่ไหวจะเคลียร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!