กระบี่ทะลวงฟ้าปะทะมัจจุราชไร้เงา•ตอนที่ 2

นางเซียนท่ามกลางเหมันต์

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
เศษฝุ่นผงหินที่ร่วงกราวลงมาจากรอยแยกบนเพดาน ยังไม่ทันสัมผัสพื้นผิวไม้ผุพังของโรงเตี๊ยมร้าง กลิ่นอายคาวโลหิตก็ลอยอบอวลแทรกซึมเข้าสู่ประสาทสัมผัสของหลี่เฟยเทียนแล้วครับ เสียง "คลิก" ของกลไกฝักกระบี่ที่ดังขึ้นเมื่อครู่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณเตือน แต่มันคือประกาศิตแห่งความตายที่ถูกปลดปล่อย หลังจากที่เขาต้องอดกลั้นสะสมความแค้นมานานนับปี รัศมีกระบี่สีเงินยวงที่พุ่งทะยานผ่านหลังคาขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี สร้างความแตกตื่นให้แก่หมู่มวลเมฆที่ถูกพลังปราณอันเกรี้ยวกราดผ่าแยกออกเป็นสองซีกอย่างน่าสะพรึงกลัว หลี่เฟยเทียนยืนนิ่งสงสงบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดกลับเกร็งเครียดดั่งคันศรที่ถูกดึงจนสุดแรง ปลายกระบี่ในมือยังคงมีละอองแสงปราณระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ตกลงมาสู่พื้นดิน ความเย็นเยียบของคมกระบี่สะท้อนเข้ากับดวงตาที่คมปลาบดั่งเหยี่ยวหนุ่มของเขา ลมหายใจเข้าออกสอดประสานกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่เต้นรัวระรัว ทว่าไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้แก่สำนัก ทว่า... ในบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดอากาศได้นั้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมหลังจากลำแสงกระบี่ดับวูบลง เสียงดีดสายพิณอันแผ่วเบากลับดังขึ้นสวนทางกับสัญชาตญาณการระวังภัย *แป๊ว... กริ๊ง...* เสียงสายพิณเส้นเดียวถูกดีดขึ้นอย่างเกียจคร้าน แต่กลับทรงพลังพอที่จะสั่น คลอนจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์ให้สั่นสะท้าน หลี่เฟยเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ปราณกระบี่ในกายพลุ่งพล่านขึ้นโดยสัญชาตญาณ เขากวาดสายตามองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางความมืดมิดของมุมอับในโรงเตี๊ยมร้าง ซึ่งเคยเป็นลานประลองฝุ่นตลบ บัดนี้กลับปรากฏร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่บนคานไม้ผุพังราวกับนางพญาผู้ไร้ตัวตน นางสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับเรือนผมสีดำสนิทที่ยาวสลวยจนเกือบจรดพื้น ใบหน้ารูปไข่ซ่อนอยู่หลังผ้าแพรบางเบาที่ปิดบังครึ่งบนเอาไว้ เหลือเพียงดวงตากระจ่างใสดั่งประกายน้ำค้างบนยอดเขาหิมะ ทว่ากลับเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับนางมิใช่สิ่งมีชีวิตที่หายใจได้บนโลกมนุษย์ หากแต่เป็นเซียนผู้สูงส่งที่หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง บนตักของนางพาดไว้ด้วย "พิณโลหิตเหมันต์" พิณโบราณที่ทำจากไม้จันทน์หอมแกะสลักด้วยลวดลายอักขระเวทโบราณ ปลายเล็บเรียวยาวราวกับหยกขาวของนางเพิ่งจะดีดผ่านสายพิณเส้นที่เจ็ดไปหมาดๆ "ชักกระบี่สะท้านฟ้า... แต่กลับไร้ซึ่งเป้าหมายที่แท้จริง จอมยุทธ์หลี่ ท่านช่างใจร้อนเสียจริงนะ" น้ำเสียงของนางไพเราะราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาวบนยอดเขาพันปี แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของหลี่เฟยเทียนอย่างน่าประหลาด ราวกับนางล่วงรู้ถึงความลับทุกอย่างที่เขาซ่อนไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ หลี่เฟยเทียนแค่นเสียงเย็นชาออกมาคําหนึ่ง แม้ในใจจะตกตะลึงกับลมปราณคุ้มกายที่ลึกล้ำจนเขากวาดตามองไม่เห็นขอบเขตของสตรีตรงหน้า แต่ภายนอกเขากลับยังคงรักษาท่าทีเย่อหยิ่งทระนงตามวิถีแห่งนักกระบี่ผู้สืบทอดสำนัก "แม่นางเป็นใคร? เหตุใดจึงมาหลบซ่อนอยู่ในซากปรักหักพังแห่งนี้ หรือเจ้าก็เป็นหนึ่งในสมุนของมารร้ายสำนักโลหิตทมิฬ ที่รอจังหวะลอบสังหารข้า?" คำถามของหลี่เฟยเทียนเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน กระบี่ในมือขยับเข้าหากรอบสายตาเพียงเล็กน้อย พร้อมที่จะพุ่งทะยานออกไปได้ทุกเมื่อหากนางขยับตัวเพียงนิดเดียว ไป๋หลินช้อนสายตาขึ้นมองเขาช้าๆ แววตาคู่สวยนั้นไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย้ยหยันอันบางเบาที่ประดับอยู่บนมุมปาก นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า อาภรณ์สีขาวพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกายจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางเบาร่วงหล่นลงมาสัมผัสพื้นไม้จนเกิดเสียงดังเปราะแปะ "สมุนมารร้ายงั้นหรือ?" ไป๋หลินทวนคำ น้ำเสียงของนางเจือด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "หากข้าเป็นพวกมัน ป่านนี้หัวของท่านคงหลุดจากบ่าไปตั้งแต่ตอนที่ท่านกำลังดื่มด่ำกับความแค้นที่ก้นบ่อแล้ว จอมยุทธ์หลี่... ท่านคิดว่าวิถีกระบี่ที่อาจารย์ของท่านสั่งสอนมา ก่อนที่เขาจะสิ้นลม คือการชักกระบี่ฟ้าแลบเพื่อประกาศให้ศัตรูรู้ตัวล่วงหน้าอย่างโง่เขลาเช่นนั้นหรือ?" คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดแทงลงกลางใจของหลี่เฟยเทียนโดยตรง! ใบหน้าของหลี่เฟยเทียนเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาว ปราณกระบี่ที่สงบลงเมื่อครู่กลับปะทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างรุนแรงจนแผ่นไม้ใต้เท้าแตกละเอียดเป็นจุล เขากัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและอัปยศอดสูที่ถูกคนแปลกหน้าวิจารณ์วิชาชีพอันศักดิ์สิทธิ์ของอาจารย์ "เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์วิถีกระบี่ของข้า!" หลี่เฟยเทียนคำรามต่ำในลำคอ ร่างกายพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าราวกับสายฟ้าแลบ ปลายกระบี่สีเงินตวัดเป็นวงโค้งตระการตา มุ่งตรงไปยังจุดชีพจรสำคัญของหญิงสาวตรงหน้าโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย นี่คือกระบวนท่า "กระบี่เดียวดายทะลวงนภา" กระบวนท่าสูงสุดที่เขาใช้เวลาฝึกฝนถึงสิบปี! ความเร็วของกระบี่นั้นรวดเร็วจนเกิดเสียงแหวกอากาศดังหวีดหวิว แสงสีเงินเจิดจ้าอาบไล้ไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยมร้าง เปลี่ยนความมืดมิดให้สว่างวาบราวกับเวลากลางวัน ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลับทำให้หลี่เฟยเทียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น ไป๋หลินไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง นางเพียงแค่ยกนิ้วเรียวยาวขึ้นมาดีดสายพิณโลหิตเหมันต์เบาๆ เป็นครั้งที่สอง *ตึ้ง!* คลื่นพลังเสียงสีฟ้าครามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างในพริบตา ปะทะเข้ากับคมกระบี่ของหลี่เฟยเทียนอย่างจัง แรงกระแทกอันมหาศาลทำให้กระบี่ในมือของเขาถึงกับสั่นสะท้านจนเกือบหลุดมือ ร่างกายของจอมยุทธ์หนุ่มถูกดีดกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว จนต้องใช้กระบี่ปักลงกับพื้นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มลงไป เลือดคำโตไหลทะลักออกจากมุมปากของหลี่เฟยเทียน ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปตามเส้นเอ็นและกระดูกทั่วร่าง แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับรอยยิ้มบางเบาที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางเซียนผู้นั้น "วิชากระบี่ไม่เลว... แต่ลมปราณของท่านยังอ่อนด้อยนัก หากท่านยังดึงดันจะไปเผชิญหน้ากับ 'ประมุขโลหิต' ด้วยสภาพจิตใจที่ร้อนรุ่มเช่นนี้ การตายของท่านก็คงไม่ต่างอะไรกับการเอาเนื้อไปถวายเสือ" ไป๋หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นางก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้เขาช้าๆ ราวกับภูตผีที่ไร้น้ำหนัก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์โชยปะทะนาสิกของหลี่เฟยเทียนท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด หลี่เฟยเทียนเงยหน้าขึ้นจ้องมองนางด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งแค้น ทั้งสงสัย และตื่นตะลึงในคราเดียวกัน "เจ้าเป็นใครกันแน่? และต้องการอะไรจากข้า?" ไป๋หลินหยุดยืนห่างจากเขาเพียงหนึ่งช่วงแขน นางย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับเขา ดวงตากระจ่างใสนั้นสะท้อนภาพใบหน้าอันเคร่งเครียดของเขาอย่างชัดเจน "ข้าก็คือคนที่จะพาเจ้าไปพบกับคำตอบที่ท่านตามหา..." ไป๋หลินกระซิบแผ่วเบาข้างหูเขา ขณะเดียวกัน มือเรียวยาวของนางก็ยื่นเข้ามาแตะที่ด้ามกระบี่ของเขาเบาๆ "และเป็นคนเดียวที่จะช่วยให้ท่านรอดชีวิตจากคืนนี้... หากว่าท่านเชื่อฟังข้า" ในวินาทีที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของนางสัมผัสด้ามกระบี่ จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังขึ้นจากภายนอกโรงเตี๊ยมร้าง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยอันน่าสะพรึงกลัวที่ดังก้องไปทั่วป่าสนยามวิกาล "ฮ่าๆๆๆ! ในที่สุดก็เจอตัวแล้ว ไอ้สุนัขจรจัดแห่งสำนักกระบี่เมฆา คิดว่าหนีรอดไปได้แล้วงั้นหรือ!" เสียงตะโกนนั้นมาพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลของยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ไม่ต่ำกว่าส้าคน ที่กำลังปิดล้อมโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไว้ทุกด้าน และหนึ่งในนั้น... คือไอสังหารที่หลี่เฟยเทียนไม่มีวันลืมตลอดชีวิต! ขอขอบคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถียุทธภพนี้ร่วมกันด้วยใจจริงนะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงฟ้าปะทะมัจจุราชไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%