กระบี่ทะลวงฟ้าปะทะมัจจุราชไร้เงา•ตอนที่ 3

กระบี่วิญญาณคำราม

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"ถ้าพวกมันก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว... โรงเตี๊ยมนี้จะกลายเป็นสุสานของพวกเดรัจฉานทั้งห้า" น้ำเสียงของหลี่เฟยเทียนราบเรียบเยือกเย็น ดั่งสายน้ำฤดูหนาวที่ถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น ร่างของเขาตั้งตรงสง่างามราวกับกระบี่เล่มหนึ่งที่เพิ่งถูกลับจนคมกริบ ดวงตาคมกลาบกวาดมองไปรอบทิศทางผ่านรอยแตกของผนังไม้เก่าคร่ำคร่า แรงกดดันระดับปรมาจารย์ที่แผ่ซ่านเข้ามาจากภายนอกทำให้ฝุ่นผงภายในห้องพักลอยเคว้งคว้างด้วยแรงปราณอันน่าสะพรึงกลัว ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออกนี้ กลับมีเสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงพิณจากสวรรค์ดังขึ้นจากเบื้องหลัง "เฟยเทียน... ปรมาจารย์ทั้งห้ามิใช่ศัตรูระดับที่เจ้าจะเผชิญหน้าด้วยลำพังได้ แต่อย่าได้ลืมว่า กระบี่ในมือเจ้าไม่ได้โดดเดี่ยว" ไป๋หลินก้าวเท้าออกมาอย่างเงียบงัน นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนจำศีลบนยอดเขาหิมะ เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายเคลียไหล่บาง ใบหน้ารูปไข่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงแววตาดุจดั่งประกายน้ำค้างแข็งบนยอดผาที่บ่งบอกถึงจิตใจอันแน่วแน่ นางวางมือเรียวดุจหยกขาวลงบนด้ามพิณหยกโบราณที่เหน็บไว้ข้างเอว ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนหยดน้ำค้างบนขอบหน้าต่างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งในพริบตา ครืน! ด้านนอกโรงเตี๊ยม เสียงระเบิดดังกึกก้องจนคานไม้สั่นสะเทือน ประตูหน้าของโรงเตี๊ยมถูกพลังปราณอันรุนแรงกระแทกจนแหลกละเอียดเป็นจุล เศษไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนดั่งห่าฝน ร่างเงาดำห้าสายพุ่งทะยานเข้ามาภายในราวกับภูตผีไร้เงา พวกมันสวมชุดสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากรูปอสูรเขี้ยวยาว ดวงตาสะท้อนแสงสีแดงฉานดั่งโลหิตสดๆ "หลี่เฟยเทียน! วันนี้คือวันตายของเจ้า สำนักกระบี่เมฆาอัคคีของเจ้าถูกเผาเป็นจุลไปแล้ว ไฉนยังต้องดิ้นรนให้เสียเวลาอีก!" เสียงคำรามแหบพร่าดังขึ้นจากบุรุษร่างยักษ์ที่ยืนอยู่ตรงกลาง มันคือหนึ่งในยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ที่แผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัวที่สุด สองมือของมันถือกระบองเหล็กหนาหนักที่เคลือบด้วยปราณสีดำทมิฬ ไอพิษสีม่วงจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่รอบตัวมัน บ่งบอกว่ามันคือผู้ฝึกวิชาสายมารที่เหี้ยมโหดและผ่านการคร่าชีวิตคนมานับไม่ถ้วน หลี่เฟยเทียนแค่นเสียงหัวسخرเยագในลำคอ ดวงตาคมกลาบหรี่แคบลงอย่างอันตราย ภาพเหตุการณ์ในวันที่สำนักกระบี่เมฆาอัคคีถูกเพลิงผลาญ อาจารย์ผู้มีพระคุณต้องจบชีวิตลงต่อหน้าต่อตาผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความแค้นสุมอกระตุ้นให้พลังปราณภายในจุดตันتيนเดือดพล่าน ร่างของเขาเปล่งแสงสีทองจางๆ ออกมาตัดกับบรรยากาศมืดมนรอบกาย "สำนักของข้าจะล่มสลายหรือไม่... มิใช่เรื่องที่สุนัขรับใช้เช่นพวกเจ้าจะมีสิทธิ์เอ่ยถึง" สิ้นเสียงคำ ประกาศิตแห่งกระบี่ก็เริ่มต้นขึ้น หลี่เฟยเทียนไม่รอให้พวกมันตั้งกระบวนท่า มือขวาตวัดคว้าด้ามกระบี่วิญญาณคำรามที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด *แกร๊ก!* เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดั่งเสียงพยัคฆ์คำรามก้องสะท้อนไปทั่วฟ้าดิน ประกายแสงสีฟ้าครามสว่างวาบจนแสบตา คมกระบี่กรีดผ่านอากาศเกิดเป็นเสียงหวีดหวิวแหลมคม แรงกดดันอันมหาศาลจากเคล็ดวิชา "กระบี่วิญญาณสวรรค์" ทะยานพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาราวกับมังกรทะยานขึ้นสู่ห้วงเมฆ สมุนนักฆ่าทั้งห้าชะงักไปชั่วขณะเมื่อเผชิญหน้ากับรัศมีกระบี่ที่บริสุทธิ์และทรงพลังถึงเพียงนี้ ดวงตาใต้หน้ากากอสูรฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด ทว่าความเหี้ยมโหดในฐานะนักฆ่าเดนตายทำให้พวกมันไม่ถอยหลังกลับ ยอดฝีมือร่างยักษ์คำรามลั่น เหวี่ยงกระบองเหล็กพุ่งเข้าใส่หลี่เฟยเทียนด้วยพละกำลังที่สามารถบดขยี้ภูเขาได้ทั้งลูก "ตายเสียเถอะไอ้เด็กน้อย!" ตูม! แรงปะทะระหว่างกระบองเหล็กและคมกระบี่สร้างคลื่นกระแทกมหาศาลจนพื้นไม้ของโรงเตี๊ยมพังทลายลงไปชั้นล่าง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ หลี่เฟยเทียนถอยหลังไปสามก้าว ร่างสูงโปร่งสั่นสะเทือนเล็กน้อยจากการรับแรงกระแทกอันหนักหน่วง ทว่านัยน์ตาของเขากลับยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้น ราวกับเปลวไฟที่ยิ่งโดนลมพายุโหมกระหน่ำก็ยิ่งลุกโชน ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ไป๋หลินที่ยืนนิ่งสงบอยู่ด้านหลังก็ขยับกาย นางดีดนิ้วลงบนสายพิณหยกเบาๆ ครั้งหนึ่ง *ติ๊ง...* เสียงพิณกังวานใสราวน้ำค้างหยดลงบนใบบัว แต่ทว่าอานุภาพของมันกลับซ่อนไว้ด้วยคมดาบไร้ลักษณ์ คลื่นเสียงปราณสีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะยานออกไปดั่งลูกศรนับพัน ดิ่งตรงเข้าใส่สมุนนักฆ่าอีกสองคนที่กำลังลอบเข้ามาทางด้านข้างเพื่อตลบหลังหลี่เฟยเทียน "อ๊าก!" เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมกับร่างของนักฆ่าทั้งสองที่กระเด็นทะลุผนังไม้หายออกไปในความมืด เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมผืนปูพื้นให้กลายเป็นสีแดงชาด ไป๋หลินยังคงรักษาใบหน้าอันเย็นชาไร้ความรู้สึกเอาไว้ได้ราวกับรูปสลักหยก นางเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความห่วงใยที่ส่งผ่านไปถึงหัวใจของชายหนุ่ม "ระวังตัวด้วย... ทางด้านขวาของเจ้ายังมีอีกสองคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และไอสังหารของพวกมันแปลกประหลาดนัก" หลี่เฟยเทียนพยักหน้ารับช้าๆ สัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณที่ผิดปกติบริเวณเสาไม้ด้านขวา มือซ้ายประสานเข้ากับกระบี่ในมือขวา ร่างกายผสานเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีกระบี่อย่างไร้รอยต่อ เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "ข้ารับรู้แล้ว... ขอบใจเจ้ามากไป๋หลิน" ทว่า ก่อนที่หลี่เฟยเทียนจะได้พุ่งทะยานเข้าประจันหน้ากับศัตรูที่เหลือ พื้นดินใต้ฝ่าเท้ากลับสั่นไหวอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิมราวกับแผ่นดินแยก และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเงาร่างที่หก... ร่างที่แผ่ไอพิษสีดำสนิทและมีกลิ่นอายคุ้นเคยอย่างประหลาด ก้าวออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลังซากปรักหักพังของประตูโรงเตี๊ยม ดวงตาของหลี่เฟยเทียนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากากของบุคคลผู้นั้น... "เป็นไปไม่ได้..." หลี่เฟยเทียนพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเป็นครั้งแรก "อาจารย์พี่... ท่านยังไม่ตายหรอกหรือ?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงฟ้าปะทะมัจจุราชไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%