กระบี่ทะลวงฟ้าปะทะมัจจุราชไร้เงา•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนคัมภีร์กระบี่

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
กลิ่นอายโลหิตจางๆ คละคลุ้งปะปนกับควันธูปที่มอดไหม้จนเหลือเพียงขี้เถ้าสีเทาหม่น ภายในห้องโถงลับใต้หอคัมภีร์บรรพชน หลี่เฟยเทียนยืนนิ่งดั่งรูปสลักหิน สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่จดจ้องแผ่นป้ายวิญญาณของบูรพอาจารย์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เบื้องล่างเทวรูปบรรพชนนั้น มีหีบไม้จันทน์หอมที่ถูกงัดแงะจนสลักทองเหลืองบิดเบี้ยว เศษผงกระดาษสีชาและคัมภีร์หนังอสูรโบราณถูกฉีกทิ้งกระจัดกระจาย ราวกับซากศพที่ถูกควักเครื่องในอย่างไร้ความปรานี นิ้วมือที่หยาบกร้านจากการจับด้ามกระบี่มาแรมปีสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะเพลิงโทสะที่กำลังแผดเผาจากก้นบึ้งจิตวิญญาณ เขาก้มลงเก็บชิ้นส่วนม้วนคัมภีร์ที่หลงเหลือขึ้นมา อักขระปราณโบราณที่จารึกด้วยเลือดอัคคีปรากฏเด่นชัด แม้จะถูกทำลายไปครึ่งหนึ่ง แต่ร่องรอยการชำระสะสางและประทับตราลับของ "พรรคโลหิตทมิฬ" กลับเด่นชัดเสียยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน "นี่คือหลักฐานที่ท่านอาจารย์เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง... แต่พวกมันกลับเหยียบย่ำมันด้วยความโลภ" หลี่เฟยเทียนพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือด้วยความเย็นเยียบเสียดกระดูก วิถีกระบี่ที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ หาใช่เพื่อให้เขาใช้แสวงหาชื่อเสียงในยุทธภพไม่ หากแต่เพื่อให้ปกป้องความยุติธรรมและรากฐานของสำนักกระบี่เมฆาคาราวะ ทว่าเวลานี้ ผู้ที่ควรปกป้องสำนักกลับกลายเป็นหนอนบ่อนไส้ที่ขายวิญญาณให้แก่มารร้าย "ความจริงมักน่ารังเกียจเสมอใช่หรือไม่?" เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับเกล็ดหิมะกระทบพื้นดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ก้าวเข้ามาในความมืดมิด ไป๋หลินปรากฏกายขึ้นราวกับภูตพรายไร้เงา กลิ่นอายความเย็นเยือกของยอดเขาหิมะแผ่ซ่านจนหยาดน้ำค้างบนผนังศิลาแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ดวงตาสีรัตติกาลของนางกวาดมองหลักฐานความทรยศโดยไม่มีแม้แต่ความประหลาดใจ นางเพียงแต่ทอดถอนหายใจยาวนาน สายตาที่มองหลี่เฟยเทียนแฝงไว้ด้วยความห่วงใยอันล้ำลึกที่มักซ่อนเร้นอยู่เสมอ "เจ้าไม่ควรตามลงมาที่นี่ ไป๋หลิน" หลี่เฟยเทียนกล่าวโดยไม่หันกลับไปมอง "ที่นี่มีแต่กลิ่นอายของความตายและการหักหลัง" "ข้ารับรู้กลิ่นอายนั้นตั้งแต่อยู่ด้านบนแล้ว" ไป๋หลินก้าวเข้าไปใกล้ ชายผ้าสีขาวไหววูบราวกับสายหมอก "เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อ? คนผู้นั้น... ศิษย์พี่ใหญ่ผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมในสายตาทุกคน มีอำนาจและเครือข่ายรากฐานหยั่งลึกเกินกว่าที่เจ้าจะโค่นล้มได้ด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว" หลี่เฟยเทียนหันขวับมา สายตาประสานกับนางเซียนสาวอย่างไม่หลบเลี่ยง ความดื้อรั้นและทะนงองอาชาฉายชัดในหน่วยตา "ต่อให้ต้องใช้กระบี่เล่มนี้ทะลวงผ่านฟ้าดิน ข้าก็จะลากคอคนทรยศผู้นั้นมาสังเวยต่อหน้าป้ายวิญญาณของอาจารย์ให้จงได้ แม้จะต้องยืนหยัดอยู่ท่ามกลางศัตรูทั่วทั้งยุทธภพก็ตาม!" ไป๋หลินนิ่งเงียบไปชั่วขณะ นางรู้จักชายผู้นี้ดี หลี่เฟยเทียนเป็นคนประเภทที่ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ ยิ่งเส้นทางข้างหน้าเต็มไปด้วยขวากหนามและอุปสรรค เขายิ่งก้าวไปข้างหน้าด้วยความเด็ดเดี่ยวราวกับพยัคฆ์ขาวที่คำรามท้าทายพายุฝน "ถ้าเช่นนั้น... เพลงกระบี่สี่ฤดูของเจ้า คงต้องอาศัยเสียงฉินโลหิตของข้าเป็นบทบรรเลงส่งวิญญาณเสียแล้วกระมัง" ไป๋หลินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกเหมยแย้มบานท่ามกลางเหมันตฤดู แต่นัยน์ตากลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะผลาญทุกสิ่ง ก่อนที่หลี่เฟยเทียนจะได้เอื้อnคำใดตอบกลับ แรงสั่นสะเทือนรุนแรงระดับแผ่นดินไหวก็พลันระเบิดขึ้นจากเบื้องบน เพดานหินศิลาของห้องโถงลับสั่นสะเทือน เศษฝุ่นผงและก้อนหินร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน เสียงระเบิดตูมตามสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันอย่างดุเดือด "เกิดอะไรขึ้น!" หลี่เฟยเทียนขมวดคิ้วแน่น ปราณกระบี่ในกายพลุ่งพล่านขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ ไป๋หลินเงี่ยหูฟังเสียงรอบด้านชั่วพริบตา สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นทันที "ไม่ใช่การบุกรุกทั่วไป... มีค่ายกลสะกดวิญญาณถูกเปิดใช้งานรอบหอคัมภีร์ เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่การทำลายสำนัก แต่เป็นการปิดตายเส้นทางหนี และ... กำจัดพยาน" สิ้นคำพูดของนาง ผนังหินด้านทิศเหนือของห้องโถงลับก็ระเบิดออกเป็นจุล แรงระเบิดอัดกระแทกจนทั้งคู่ต้องถอยหลังไปหลายก้าว ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบและเศษซากหินปูน ร่างนับสิบคราบชุดดำสนิทปิดบังใบหน้า ปล่อยไอสังหารสีดำทะมัดทะแมงแผ่พุ่งออกมาจากร่างอย่างน่าสะพรึงกลัว ในมือของพวกมันถือดาบยาวโค้งที่อาบด้วยพิษสีเขียวมรกต ผู้นำกลุ่มก้าวออกมาจากเงาควัน มันสวมหน้ากากรูปอสูรน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาภายใต้หน้ากากคู่นั้นจับจ้องมาที่หลี่เฟยเทียนด้วยความเย้ยหยัน ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น "หลี่เฟยเทียน... เจ้าช่างโง่เขลาเสียจริงที่คิดว่าจะหาหลักฐานนี้พบ" เสียงแหบพร่าราดรดด้วยจิตสังหารดังขึ้น "วันนี้ เจ้าและนางหญิงสารเลวผู้นี้ จะต้องตายอยู่ที่นี่... โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ใครคือผู้ที่สั่งฆ่าพวกเจ้าอย่างแท้จริง!" หลี่เฟยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ขยายออกรอบกายจนเกิดเสียงหวีดหิวราดรดอากาศ มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอว แววตาของเขาคมกลา "อยากฆ่าข้า... เจ้าต้องถามกระบี่ในมือข้าเสียก่อน ว่ามันยินยอมหรือไม่!" นิ้วเรียวยาวออกแรงกดลงบนแป้นกลไกที่ฝักกระบี่ "คลิก" เสียงโลหิตกระทบเหล็กดังขึ้นแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังดั่งเสียงอสุนีบาตคำรามก้องฟ้า ทันทีที่ปลายกระบี่ถูกชักออกจากฝักเพียงหนึ่งนิ้ว แสงสีเงินเจิดจ้าก็พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน ผ่าทะลุเพดานหินหนาขึ้นไปบนท้องฟ้า ราวกับต้องการประกาศให้ยุทธภพรับรู้ถึงการเริ่มต้นของสงครามล้างแค้นที่ไม่มีวันหวนกลับ! ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงฟ้าปะทะมัจจุราชไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%