เงาโบราณในห้องนิรภัยอดีต•ตอนที่ 3

แผนที่ที่หายไป

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
กลิ่นอายอับชื้นของกระดาษโบราณอายุหลายร้อยปีคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมจางๆ จากเหรียญทองคำรูปงูกินหางที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สัก แสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนสมุดบันทึกหนังแกะสีดำสนิท หน้ากระดาษแต่ละแผ่นเปราะบางจนแทบจะสลายกลายเป็นผุยผงหากโดนสัมผัสด้วยความรุนแรง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวกำลังใช้คีมปลายแบนพลิกหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายของสมุดบันทึกเล่มนั้นอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาจดจ่ออยู่กับอักษรลิ่มและสัญลักษณ์ประหลาดที่ถูกบันทึกไว้ด้วยหมึกสีชาด ซึ่งบัดนี้เริ่มซีดจางไปตามกาลเวลา "รหัสพวกนี้ไม่ใช่ภาษาสومերโบราณอย่างที่หน่วยงานราชการเข้าใจหรอกนะครับ..." เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คิรากรยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย แสงเงาจากหลอดไฟขับให้สันจมูกโด่งเป็นคมและดวงตาคมกลาบที่พราวระยับด้วยประกายความท้าทายดูโดดเด่นขึ้น มือขวาของเขายังคงควงปากกาหมึกซึมราคาแพงเล่นไปมาอย่างใจเย็น ราวกับสถานการณ์อันตึงเครียดเบื้องหน้าเป็นเพียงเกมกระดานยามว่าง รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง เธอเกลียดรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออกนั่นเสียจริง "ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องแต่งสนุกๆ ของพวกคลั่งลัทธิ คุณก็เชิญออกไปจากห้องนี้ได้เลยนะครับ คิรากร... ฉันทำงานตามหลักวิชาการ ไม่ได้มาเล่นสนุกกับโจรข้ามชาติอย่างคุณ" "โจรข้ามชาติฟังดูรุนแรงไปหน่อยนะฃรับ ดร.รินรดา ผมชอบเรียกว่า 'ผู้พิทักษ์โบราณวัตถุอิสระ' มากกว่า" คิรากรก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย ฝีเท้าของเขาเบาเสียจนแทบไม่ได้ยินเสียงสัมผัสพื้น "แล้วอีกอย่าง... ถ้าคุณยังดื้อดึงถอดรหัสแบบตรงไปตรงมาตามตำราโบราณคดีที่คุณเรียนมาอีกสามวัน คุณก็ไม่มีทางแปลหน้าสุดท้ายออกหรอกครับ เพราะกุญแจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ภาษา แต่มันอยู่ที่ 'ลำดับ' ต่างหาก" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะโต้แย้งกลับไป แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นเหรียญทองคำงูกินหางที่วางอยู่ข้างสมุด คราบเลือดสีดำแห้งกรังบนขอบเหรียญสะท้อนแสงไฟวับวาม มันไม่ใช่แค่โบราณวัตถุจัดแสดงในตู้กระจก แต่มันคือหลักฐานของความตาย... และความลับที่ถูกฝังกลบไว้ "หมายความว่ายังไง..." เธอยอมลดทิฐิลงครึ่งหนึ่ง น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าสมองอันปราดเปรื่องของชายตรงหน้าอาจมองเห็นสิ่งที่เธอมองข้าม คิรากรโน้มตัวลงมาใช้มือค้ำขอบโต๊ะ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนรินรดารับรู้ได้ถึงไออุ่นและกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ที่เจือจางด้วยกลิ่นอายการเดินทาง "มองที่สัญลักษณ์รูปงูตัวนั้นสิครับ" คิรากรใช้นิ้วชี้แตะลงที่อากาศเหนือเหรียญทองโดยไม่สัมผัสมัน "งูกินหาง... อูโรโบรอส (Ouroboros) สัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นและจุดจบที่เชื่อมต่อกัน สมุดบันทึกเล่มนี้ไม่ได้ถูกเขียนเรียงจากหน้าหนึ่งไปหน้าสุดท้าย แต่มันถูกออกแบบให้ 'อ่านย้อนกลับ' จากบทสรุปไปสู่บทเริ่มต้น เพื่อซ่อนพิกัดที่แท้จริงของห้องนิรภัยใต้ดิน" รินรดานิ่งงั้น สมองของเธอกำลังประมวลผลคำพูดเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อตระหนักว่าทฤษฎีของเขาถูกต้อง สมุดบันทึกเล่มนี้มีรอยเย็บสันปกที่ผิดปกติจริงๆ! หากพับหน้าสุดท้ายประกบกับหน้าแรกตามรอยร้าวของกระดาษ... "ความลับของอารยธรรมที่สูญหาย..." เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นตะลึง "ถูกต้องครับ" คิรากรยืดตัวขึ้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จางหายไปแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่หาได้ยาก "และตอนนี้ เรากำลังถือแผนที่นำทางไปสู่สมบัติที่รัฐบาลหรือองค์กรไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องทั้งสิ้น... มันควรจะถูกเก็บรักษาไว้ในที่ที่ปลอดภัยจากความโลภของมนุษย์ ไม่ใช่กลายเป็นแค่เครื่องประดับราคาแพงในพิพิธภัณฑ์ที่รอวันถูกลืม" อุดมการณ์ที่แตกต่างกันสุดขั้วพุ่งชนกันกลางอากาศ รินรดายึดมั่นในพันธกิจของการศึกษาและเปิดเผยความจริงให้โลกรับรู้ แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าการปกป้องมันจากความโลภคือหน้าที่ที่เหนือกว่ากฎหมาย ทั้งคู่ยืนสบตากันเนิ่นนาน ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจเต้นระรัว "แต่ถ้าไม่มีฉัน คุณก็เปิดห้องนิรภัยนั้นไม่ได้เหมือนกัน คิรากร" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทายด้วยความมั่นใจในศักดิ์ศรีของนักวิชาการ คิรากรหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาเป็นประกายด้วยความพึงพอใจ "นั่นคือเหตุผลที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ไงครับ... คู่หู" เขายื่นมือออกไปหยิบเหรียญทองคำงูกินหางขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แล้ววางมันทับลงบนรอยแยกของหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายตามสมมติฐาน ทันทีที่โลหะสัมผัสกับกระดาษ เสียงกลไกบางอย่างก็ดังขึ้น 'คลิก' เบาๆ ราวกับเสียงกระซิบจากความมืด กระดาษแผ่นนั้นเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นช่องลับซ่อนอยู่ภายในสันสมุด แผ่นหนังชิ้นเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ด้านในปรากฏสู่สายตา มันคือแผนที่เขียนด้วยลายมือที่มีรอยประทับตราสัญลักษณ์แปลกประหลาด ซึ่งไม่ใช่ของอารยธรรมที่พวกเขาคาดคิดไว้แต่แรก รินรดากลั้นหายใจ เอื้อมมือไปหยิบแผ่นหนังนั้นขึ้นมาดูใกล้ๆ แต่แล้ว... แสงไฟนีออนบนเพดานห้องก็กะพริบไหวสองครั้งก่อนจะดับลงสนิท ทิ้งให้ทั้งห้องจมดิ่งสู่ความมืดมิด บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นในเสี้ยววินาที คิรากรพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนของรินรดากระชากให้หลบมาอยู่ด้านหลังของเขาอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณดิบของนักล่าตื่นตัวเต็มที่ ความเงียบสงบถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งที่ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก... และมันกำลังเดินตรงมายังห้องนิรภัยแห่งนี้อย่างช้าๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับเสียงทุบกระจกหน้าต่างด้านนอกที่แตกกระจายอย่างรุนแรง ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณในห้องนิรภัยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%