กลิ่นอับชื้นของดินภูเขาไฟผสมกับคราบน้ำมันสนจากตะเกียงโบราณอบอวลอยู่ในโพรงถ้ำแคบๆ เบื้องใต้เขตที่ราบสูง เสียงหยดน้ำที่กระทบลงบนพื้นหินปูนดัง ‘ติ๋ง... ติ๋ง...’ เป็นจังหวะราวกับเข็มนาฬิกานับถอยหลัง ปลายกระบอกไฟฉายแรงสูงกวาดผ่านผนังถ้ำ เผยให้เห็นร่องรอยการสลักภาพนูนต่ำของอารยธรรมที่สาบสูญ ซึ่งถูกกัดเซาะตามกาลเวลา
รินรดากำลังคุกเข่าลงใช้แปรงขนอ่อนปัดเศษฝุ่นดินออกจากแผ่นศิลาจารึกอย่างระมัดระวัง สันหลังของเธอยังคงจำสัมผัสของเหตุการณ์ระทึกขวัญจากค่ำคืนก่อนได้ดี แต่เวลานี้สมาธิทั้งหมดถูกดึงดูดด้วยอักษรภาพโบราณที่ปรากฏขึ้นทีละน้อยภายใต้แสงไฟสีนวล
“ถ้าคุณยังมัวแต่เช็ดมันเหมือนกับภาพวาดในพิพิธภัณฑ์แบบนั้น อีกไม่ถึงสี่สิบนาที โครงสร้างหินปูนด้านบนคงจะพังลงมาต้อนรับเราแทนนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง น้ำเจือแววเย้าหยอกที่คุ้นหู รินรดาไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นคิรากร ชายหนุ่มยืนพิงผนังถ้ำกอดอก มือข้างหนึ่งควงมีดพับอเนกประสงค์เล่นอย่างใจเย็น สายตาคมกริบภายใต้เงาหมวกแก๊ปไม่ได้มองที่ตัวเธอ แต่มองสำรวจรอยแยกบนเพดานถ้ำด้วยสัญชาตญาณของคนที่ผ่านความเป็นความตายมาโชคโชน
“ฉันกำลังอ่านบันทึกการเดินทางของนักบวชชั้นสูง ไม่ใช่ถอดรหัสกล่องสมบัติของคุณนะคิรากร” รินรดาตอบเสียงเรียบ มือยังคงขยับแปรงอย่างนุ่มนวล “ถ้าคุณรีบนัก ทำไมไม่ลองใช้เวลาที่มีค่าของคุณ ไปตรวจสอบดูว่าเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่มันมาจากไหนกันแน่”
คิรากรยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นบุหรี่จางๆ เจือกับกลิ่นอดินผสมกัน เขาไม่ได้สนใจคำประชดประชันนั้น เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ เคียงข้างเธอ ระยะห่างระหว่างไหล่ของทั้งคู่ใกล้เสียจนรินรดาได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของอีกฝ่าย
“เสียงนั้นไม่ได้มาจากธรรมชาติหรอกครับ ดร.รินรดา” คิรากรกระซิบ เสียงของเขาต่ำลงจนกลืนไปกับเสียงหยดน้ำ “มันคือคลื่นความถี่ต่ำ... คลื่นที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของเครื่องมือเจาะหินไฮดรอลิก พวกมันกำลังขุดหาห้องโถงชั้นในก่อนที่เราจะมาถึงเสียอีก”
ดวงตาหลังกรอบแว่นของรินรดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ จิตวิทยาวิชาชีพสั่งให้เธอตระหนักถึงอันตราย แต่ลึกๆ แล้วความอยากรู้อยากเห็นในฐานะนักโบราณคดีกลับพุ่งพล่านยิ่งกว่า “กลุ่มนายทุนค้าวัตถุโบราณกลุ่มนั้นตามรอยเรามาทันได้อย่างไร...”
“เพราะร่องรอยที่คุณจงใจทิ้งไว้เพื่อบันทึกข้อมูลภาคสนามยังไงล่ะครับ” คิรากรหันมามองเธอ แววตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเรียวที่เปื้อนฝุ่นดินด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก “คุณซื่อสัตย์ต่อหลักวิชาการเกินไป จนบางครั้งความตรงไปตรงมานั่นแหละคือป้ายบอกทางชั้นดี”
รินรดาหันขวับไปสบตาเขา ประกายไฟแห่งความถือดีวาวโรจน์ขึ้นในดวงตาคู่สวย “ฉันทำหน้าที่ของนักโบราณคดี ไม่ใช่อาชญากรหลบหนีคดีแบบคุณ ที่ต้องคอยลบร่องรอยและใช้ชีวิตอยู่บนความหวาดระแวง!”
“แต่นักโบราณคดีที่ตายไปพร้อมกับกระดูกในซากปรักหักพัง ก็ไม่ต่างอะไรกับศพนิรนามในหลุมศพหรอกนะครับ” คิรากรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นโดยไม่เกรงใจ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่น “โลกไม่ได้ใจดีกับคนมือสะอาดเสมอไปหรอก รินรดา”
บทสนทนาถูกตัดบทด้วยเสียง ‘ครืน...’ เบาๆ จากพื้นดินเบื้องล่าง มันไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนเป็นจังหวะที่คุ้นเคย คิรากรคว้าข้อแขนของรินรดาไว้ทันทีด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แล้วดึงร่างเธอล้มลงแนบไปกับพื้นหินเย็นเฉียบตามสัญชาตญาณ ขณะที่ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำเฉียดศีรษะพวกเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร
เศษฝุ่นตลบอบอวล ท่ามกลางความมืดมัวและเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด รินรดาพบว่าตัวเองกำลังนอนทับอยู่บนแผงอกของชายหนุ่ม มือข้างหนึ่งของคิรากรโอบเอวเธอไว้แน่นเพื่อป้องกันแรงกระแทก ขณะที่มืออีกข้างถือไฟฉายส่องกราดไปยังผนังเบื้องหน้า
ปฏิกิริยาทางเคมีบางอย่างระหว่างคนทั้งสองสั่นไหวอยู่ในความเงียบ ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดทางอารมณ์ที่ซับซ้อน รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของอีกฝ่ายผ่านเนื้อผ้าหนา แววตาสีเข้มของคิรากรที่มองตรงลงมาเต็มไปด้วยความหมายที่เธอไมกล้าแปลความ
“ขอบคุณ...” เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา พยายามขยับตัวถอยห่าง แต่คิรากรกลับกระชับวงแขนแน่นขึ้นอีกนิด
“ยังไม่ใช่เวลามาซาบซึ้งหรอกครับ” คิรากรเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเย็นเยียบ “เพราะดูเหมือนว่า... เสียงกระซิบจากใต้ดินที่เราตามหา มันกำลังพยายามบอกอะไรบางอย่างที่เราไม่ควรจะรู้ตั้งแต่แรก”
เขายกไฟฉายขึ้นส่องไปยังรอยแยกของผนังหินที่เพิ่งพังทลายลงจากการสั่นสะเทือน แสงไฟสีขาวสาดส่องทะลุผ่านช่องว่างแคบๆ นั้น ไปกระทบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่สะท้อนแสงแวววาวออกมาในความมืด
มันไม่ใช่หินปูน ไม่ใช่โครงกระดูก และไม่ใช่ศิลาจารึกโบราณ
แต่มันคือเลนส์กล้องวงจรปิดรุ่นล่าสุดที่ติดกระพริบไฟสีแดงชาด... กำลังจับภาพพวกเขาอยู่ ณ วินาทีนี้
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจอดีตอันดำมืดนี้ไปกับผมนะครับ
เงาโบราณในห้องนิรภัยอดีต•ตอนที่ 5
เสียงกระซิบจากใต้ดิน
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณในห้องนิรภัยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!