เสียงโลหะขูดขีดกันเบาๆ ดังก้องกังวานอยู่ในความมืดทึบของห้องนิรภัยใต้ดิน มันไม่ใช่เสียงที่น่ากลัว แต่เป็นเสียงที่แม่นยำราวกับเครื่องจักรกลเรือนเวลาที่ถูกไขลานไว้เมื่อหนึ่งพันปีก่อน
คิรากรหยุดปลายนิ้วที่กำลังสัมผัสร่องสลักหินแกรนิต เหงื่อเม็ดหนึ่งไหลยينลงตามแนวสันกรามคมสัน เขาไม่ได้หันไปมองสตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหลัง แต่รับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างระมัดระวังของเธอ
"ริน... อย่าขยับเท้าซ้ายเด็ดขาด" น้ำเสียงของเขาต่ำทุบและราบเรียบ แต่มันแฝงความตึงเครียดชนิดที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงทันที
รินรดากลืนน้ำลึก ดวงตาคู่คมกวาดมองแผ่นศิลาจารึกเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัวเป็นกลองศึก เธอกำคบเพลิงในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว แสงสีส้มวับแวมสาดส่องให้เห็นคราบสนิมสีเลือดที่เกาะอยู่ตามรอยต่อของกำแพง
"ฉันไม่ได้เหยียบอะไรทั้งนั้นค่ะ... เอ้ย... ฉันหมายถึง ฉันไม่ได้ขยับ" เธอกลืนคำพูดแก้ตัวลงคอเมื่อตระหนักว่าเผลอใช้สรรพนามผิดพลาดในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน
คิรากรเหลือบสายตามามองเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่จางเสียยิ่งกว่าเงา "คุณนี่นะ... แม้แต่ในยามที่ความตายกำลังหายใจรดต้นคอ ก็ยังมัวแต่ใส่ใจกับเรื่องระเบียบวินัยทางภาษา น่าชื่นชมในความหัวโบราณเสียจริง"
"ถ้าคุณยังมีอารมณ์ขันงี่เง่าแบบนี้ เราคงได้ฝังร่างอยู่ร่วมศตวรรษในฐานะโบราณวัตถุชิ้นใหม่ของที่นี่แน่ๆ คิรากร" รินรดาตอกกลับทันควัน ดวงตาของเธอฉายแววไม่ยอมแพ้ แม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายเต็มกรอบหน้า "คุณก็รู้ว่ากลไกของอารยธรรมนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีการเจรจาต่อรอง มันถูกสร้างขึ้นเพื่อฆ่า ผู้สร้างไม่ต้องการให้ใครไม่ว่าจะเป็นโจรข้ามชาติหรือนักวิชาการเหยียบย่างเข้ามาทั้งนั้น"
"โจรข้ามชาติอย่างผมรู้วิธีเคารพกฎของคนตายดีกว่าที่คุณคิดนะครับ นักโบราณคดีผู้ทรงเกียรติ"
คิรากรขยับตัวอย่างระมัดระวัง มือขวาของเขาสอดเข้าไปในร่องศิลาที่มีอักษรภาพโบราณสลักไว้ อัตลักษณ์ของช่างฝีมือโบราณคือการซ่อนความงามไว้หลังความตาย รินรดารู้ดีว่าเขากำลังทำอะไร แต่สัญชาตญาณนักวิชาการกลับบอกว่าวิธีที่เขากำลังใช้มัน ‘ป่าเถื่อน’ เกินกว่าจะยอมรับได้
"หยุดนะ!" รินรดาร้องห้าม พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว "คุณกำลังจะหมุนมันไปทางขวา... ผิดด้าน! บันทึกของสถาบันระบุไว้ชัดเจนว่าอารยธรรมนี้บูชาดวงอาทิตย์ตกดิน ทิศทางที่ถูกต้องคือทวนเข็มนาฬิกาต่างหาก!"
คิรากรหยุดชะงัก เขาหันมามองมือเรียวที่กำแขนเสื้อของเขาแน่น สายตาของทั้งคู่ประสานกันในความมืดสลัว มีประกายบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิงซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาของคนทั้งสอง มันคือความดึงดูดทางจิตวิญญาณที่เกิดจากความฉลาดที่ทันกัน แต่มันกลับถูกคั่นกลางด้วยอุดมการณ์ที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
"ตำราของคุณมันล้าสมัยไปสามร้อยปีแล้ว รินรดา" คิรากรกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาต่ำพร่าจนน่าใจหาย "พวกนักวิชาการในหอคอยงาช้างอ่านศิลาพวกนี้เป็นแค่เรื่องเล่าทางศาสนา แต่พวกเขาไม่เคยเข้าใจ *จิตวิทยา* ของคนสร้าง... คนที่กล้าสร้างห้องนิรภัยเก็บสมบัติมหาศาลขนาดนี้ เขาไม่ได้กลัวความมืด แต่เขากลัว 'ความโลภ' ของมนุษย์ต่างหาก และความโลภ... ก็มักจะเลือกหมุนตามเข็มนาฬิกาเสมอ"
พูดจบ เขาก็ออกแรงกดและบิดแผ่นศิลาไปทางขวาทันทีโดยไม่รอฟังคำทักท้วงใดๆ ทั้งสิ้น!
*คลิก!*
เสียงกลไกภายในกำแพงดังขึ้นราวกับกระดูกมนุษย์กำลังหัก รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายของเธอเกร็งเครียดพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่า... ไม่มีลูกศรอาบยาพิษพุ่งออกมา ไม่มีก้อนหินมหึมาหล่นลงมาทับ แต่กลับมีเสียงลมหายใจเฮือกใหญ่พ่นออกมาจากช่องลมเหนือศีรษะ พร้อมกับละอองสีขาวที่โปรยปรายลงมาดั่งหิมะ
"ละอองอะไร..." รินรดาขมวดคิ้ว ยกมือขึ้นปัดป้อง
"ถอยหลัง!" คิรากรไม่รอช้า เขาคว้าเอวบางของเธอแล้วกระชากถอยหลังสุดแรงด้วยสัญชาตญาณดิบที่เฉียบคม ร่างทั้งสองร่างล้มกลิ้งลงไปกระแทกกับพื้นหินเย็นเฉียบ เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด
ซั่วะ!
เสี้ยววินาทีนั้นเอง พื้นหินบริเวณที่รินรดายืนอยู่เมื่อครู่ก็ยุบตัวลงไปกลายเป็นหลุมลึกที่มีคมหຫຼาวเหล็กกล้าพุ่งสวนขึ้นมาจากเบื้องล่าง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เศษหินและฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กลิ่นอับชื้นของซากศพและสนิมเหล็กตีเข้าจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน
รินรดานอนทับอยู่บนแผงอกกว้างของคิรากร เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองลงไปเห็นหลุมมรณะที่ห่างจากจุดที่พวกเขานอนอยู่แค่คืบเดียว หากช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีเดียว ร่างของเธอกงคงถูกเสียบทะลุเป็นรูพรุนไปแล้ว
"ทีนี้... เชื่อผมหรือยังล่ะครับ ว่าตำราของคุณมันช่วยให้คุณรอดตายได้ไม่ดีเท่าสัญชาตญาณของโจรคนนี้" เสียงกระซิบที่ติดตลกนิดๆ ของคิรากรดังขึ้นเหนือศีรษะ แต่นัยน์ตาของเขากลับจริงจังและกวาดมองสำรวจความปลอดภัยรอบตัวอย่างไม่ประมาท
รินรด้ารีบดึงสติตัวเองกลับมา เธอยันมือกับแผงอกของเขาแล้วรีบผุดลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอับอายที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด "ฉันเกือบตายเพราะความอวดดีของคุณต่างหาก!"
"แต่สุดท้ายคุณก็รอด เพราะผมไม่ใช่หรือครับ" คิรากรลุกขึ้นตามอย่างใจIเย็น เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเพิ่งเดินชมสวนดอกไม้ ไม่ใช่เพิ่งผ่านประตูมรณะมา
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอยอมรับความจริงในข้อนั้นไม่ได้เต็มปาก แต่หลักฐานตรงหน้าก็คือกำแพงเบื้องหลังหลุมมรณะเมื่อครู่ บัดนี้มันได้เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องโถงชั้นในสุด ที่ซึ่งแสงประกายวับวับสีทองสาดส่องลอดออกมาสะท้อนกับผนังหิน
"นั่น..." เธอเบิกตากว้าง ลืมความขัดแย้งเมื่อครู่ไปชั่วขณะ
คิรากรเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเธอ สายตาคมกริบมองลอดผ่านช่องแคบๆ นั้นเข้าไปด้านใน รอยยิ้มมุมปากหายไป แทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าพิศวง
กลางห้องโถงชั้นใน มีแท่นหินสีดำสนิทตั้งตระหง่าน บนแท่นนั้นไม่ได้มีมงกุฎทองคำ อัญมณี หรือศาสตราวุธโบราณอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับมีเพียงวัตถุทรงกลมแปลกประหลาดที่ทำจากโลหะผสมสีดำสนิท ผิวเรียบเนียนไร้รอยต่อ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... มันกำลังส่งเสียง "ติ๊ก... ติ๊ก..." แผ่วเบา ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นอยู่จริงๆ
รินรดาก้าวเท้าเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อย "นั่นมัน... มันไม่ใช่ศิลปวัตถุจากอารยธรรมโบราณเมื่อพันปีก่อน... วัสดุแบบนี้ เทคโนโลยีแบบนี้..."
"ใช่ครับ" คิรากรพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดเป็นครั้งแรก ดวงตาของเขาหรี่ลงอย่างใช้ความคิดขั้นสุด "มันไม่ใช่สมบัติของอารยธรรมที่สูญหาย... แต่มันคือสิ่งแปลกปลอมที่ถูกนำมา 'ซ่อน' ไว้ต่างหาก และดูเหมือนว่า... มีใครบางคนเพิ่งจะตั้งเวลาให้มันทำงานเมื่อไม่นานมานี้เอง"
หน้าจอแสดงผลดิจิทัลสีแดงเลือดนกปรากฏขึ้นบนผิวโลหะทรงกลมนั้นอย่างช้าๆ พร้อมกับตัวเลขถอยหลังที่เริ่มเดินเครื่องด้วยความเร็วสูง
*00:03:59... 00:03:58...*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจอดีตอันดำมืดนี้ไปกับผมนะครับ
เงาโบราณในห้องนิรภัยอดีต•ตอนที่ 6
กับดักแรกเริ่ม
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาโบราณในห้องนิรภัยอดีต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!