แก้วทรงเตี้ยที่มีส่วนผสมของเบอร์เบอน์และโซดาในสัดส่วนที่เจือจางลงไปครึ่งต่อครึ่ง ถูกวางกระแทกลงบนพื้นโต๊ะไม้สักขัดมันจนเกิดเสียงทุบเบาๆ ทว่าดังก้องในความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปิดทึบ
ธามไม่ได้เมา... เขาแค่เหนื่อย และความเหนื่อยล้าในระดับที่เกือบแตะขีดจำกัด มักทำให้เกราะป้องกันที่ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐบล็อกหนาเตอะของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบพังทลายลงได้ง่ายกว่าที่คิด
"คุณดื่มไปสามแก้วแล้วนะคะคุณธาดาธิป" เสียงหวานใสติดจะประชดนิดๆ ของพริมาดังขึ้น พร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมไปหมายจะคว้าแก้วเครื่องดื่มเจ้าปัญหาออกจากรัศมีมือของคนตัวโต แต่กลับโดนปลายน้องก้อยและอุ้งมือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ข้อมือไว้อย่างรวดเร็ว
ไม่ได้บีบรัดด้วยความรุนแรง... แต่แน่นหนาและสั่นเทาเล็กน้อยจนคนถูกจับต้องชะงัก
พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่นั่งฝังตัวอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม แววตาคมกริบของมัณฑนากรสาวที่มักจะใช้เถียงเขาฉอดๆ ในทุกเรื่องเมื่อยามกลางวัน บัดนี้กลับฉายแววความฉงนระคนตระหนก เมื่อดวงตาคู่คมกริบของธามที่ปกติมักจะมองโลกด้วยสายตาวิพากษ์วิจารณ์และเย้ยหยัน กำลังจ้องมองเธอ... ด้วยความหมายที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะแปลความมันออกมาเป็นคำพูด
"พริม..." เสียงทุบต่ำแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอของคนปากร้าย มันไม่ใช่เสียงของการหาเรื่อง ไม่ใช่เสียงของการออกคำสั่งในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ แต่เป็นเสียงที่เจือไปด้วยความเปราะบางบางอย่างที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
"ปล่อยมือก่อนค่ะ คุณเริ่มเมาแล้วนะ" พริมาพยายามดึงข้อมือตัวเองกลับ แต่ธามกลับออกแรงดึงรั้งเบาๆ จนร่างบางเซถลาเข้าไปใกล้พื้นที่ส่วนตัวของเขาอย่างไร้ทางเลี่ยง กลิ่นอายเฉพาะตัวของสถาปนิกหนุ่ม—กลิ่นกระดาษไข ดินสอไม้ และกลิ่นมอมแมมของแอลกอฮอล์จางๆ—โอบล้อมรอบตัวเธอไว้ในเสี้ยววินาที
"เมาเหรอ... เออ คงจะเมาจริงมั้ง" ธามหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและขื่นขมสิ้นดี ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอราวกับพยายามค้นหาคำตอบบางอย่างที่เขาเองก็หาไม่เจอ "ถ้าไม่เมา... ผมคงไม่มีความกล้าพอที่จะนั่งมองผู้หญิงปากจัดอย่างคุณ มาปั่นป่วนชีวิตที่เคยสงบสุขของผมจนเละไม่เป็นท่าแบบนี้หรอก"
"นี่คุณ! ว่าใครปากจัดคะ ฉันแค่วิจารณ์งานออกแบบตู้บิวท์อินของคุณตามหลักการต่างหาก อย่ามาพาลนะ" พริมาเชิดหน้าขึ้นทันที ความกลัวเมื่อครู่วาร์ปหายไปถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักสู้ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แต่คำแก้ตัวของเธอกลับต้องกลืนหายไปในลำคอ เมื่อนิ้วเรียวยาวของธามข้างที่ว่าง ยกขึ้นแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากของตัวเอง... เป็นเชิงบังคับให้เธอเงียบเสียงลง
สัมผัสนั้นแผ่วเบา แต่ทำเอาพริมาลมหายใจสะดุด
"เงียบก่อน... ขอร้องล่ะ" ธามกระซิบ ชิดใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่บริเวณพวงแก้มเนียน "รู้ไหมว่าทำไมผมถึงเกลียดความสมบูรณ์แบบ... เกลียดเส้นตรง เกลียดความเป๊ะทุกกระเบียดนิ้วที่ผมพยายามสร้างมันขึ้นมาตลอดชีวิต"
พริมานิ่งงัน เธอลืมวิธีขยับตัวไปชั่วขณะ ปลายจมูกของคนทั้งคู่แทบจะชนกันในความสลัวของโคมไฟตั้งโต๊ะ
"เพราะโลกของผมมันไร้ชีวิตชีวาไงพริม... มันมีแต่กฎเกณฑ์ มีแต่ความถูกต้อง จนกระทั่งคุณเดินเข้ามาในออฟฟิศวันนั้น..." ธามเว้นจังหวะ ดวงตาคู่คมไหวระริกอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "คุณมาพร้อมกับความเยิน ความไม่สมบูรณ์แบบ การเถียงคำไม่ตกฟาก และรอยยิ้มที่โคตรน่าหงุดหงิดนั่น... คุณรู้ตัวไหมว่าคุณเข้ามาพังทลายเซฟโซนที่ผมสร้างไว้จนพังยับเยิน... แต่แปลกชะมัดที่ผมกลับ... โคตรมีความสุขเลยวะ"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากริมฝีปากที่ปกติมักจะพ่นคำวิจารณ์เจ็บแสบใส่เธอ ทว่าเวลานี้มันกลับสั่นเทาและจริงจังเสียจนคนฟังรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ มีเพียงเสียงหัวใจของพริหน้าที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งอยู่ในอก ร่างบางสมองตื้อตัน ไดอะล็อกโต้กลับที่เตรียมไว้เป็นร้อยประโยคพลันมลายหายไปสิ้น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของธาม—ผู้ชายที่เธอเคยคิดว่าหยิ่งผยองและน่ารำคาญที่สุดในสามโลก—แต่ตอนนี้... เขากลับดูเหมือนเด็กผู้ชายหลงทางที่กำลังยอมจำนนต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างไร้ข้อแก้ตัว
ริมฝีปากอิบอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อจะกล่าวอะไรบางอย่าง ทว่าจังหวะที่หัวใจกำลังจะเต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
กริ๊ก! เสียงปลดล็อกรหัสของประตูกระจกนิรภัยหน้าห้องทำงานดังขึ้น ตามด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของทีมงานและเด็กฝึกงานที่ถือแปลนงานกองโตเดินพรวดพราดยกเข้ามาอย่างไร้มารยาท!
"คุณธามคะ! แบบแปลนโครงสร้างตambour ของชั้นสี่แก้เสร็จแล..."
พริมาสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต เธอออกแรงผลักแผงอกกว้างของธามเต็มแรงจนร่างสูงเซถลาถอยหลังไปสองก้าว ขณะที่เธอกระโดดพรวดพราดยืนขึ้นหันหลังให้ประตู หน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความตื่นตระหนก
ธามขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดสุดขีด เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุเยือกแข็งใส่เด็กฝึกงานที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่หน้าประตูราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
...แต่ก่อนที่ความโกลาหลในห้องทำงานจะเริ่มต้นขึ้น เสียงกระซิบพร่าเลือนของธามที่ดังลอดมาจากด้านหลัง ก็ทำให้หัวใจของพริมาแทบหยุดเต้นอีกครั้ง
"เรายังคุยกันไม่จบนะ... พิมพ์มาดา"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาติดกับดักความซึนของนายธามไปด้วยกันนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ! - เอมเมอรัลด์อายส์
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 8
ขอบเขตที่ข้ามผ่าน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!