กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟดริปอราบิก้าแท้ตีเข้าจมูก พร้อมกับเสียงช้อนกระทบขอบแก้วเซรามิกดังเบาๆ ในห้องครัวโทนสีโมเดิร์นที่เงียบสงบ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะช็อตคนมองได้ทุกวินาที
"ถ้าจะยืนมองจนแก้วกาแฟร้าว ช่วยขยับไปยืนให้พ้นทางเดินด้วยค่ะคุณธาดาธิป พื้นห้องนี้มันแคบ ไม่ได้กว้างพอจะรองรับรัศมีรังสีความหงุดหงิดของคุณหรอกนะคะ"
พริมาเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เจ้าของร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีขาวตัวโคร่งกำลังง่วนอยู่กับการตักน้ำแข็งใส่แก้ว เสียงกิ๊งกั๊งของก้อนน้ำแข็งกระทบกันยิ่งขับเน้นความตั้งใจในการตีมึนของเธอให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
ธามยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ความเงียบเมื่อคืนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ประโยคที่ว่า *"เรายังคุยกันไม่จบนะ... พิมพ์มาดา"* ยังคงสร้างแรงกระเพื่อมในอกเขา แต่ดูเหมือนเจ้าตัวปัญหาจะสลัดมันทิ้งลงถังขยะไปพร้อมกับเปลือกกาแฟเมื่อเช้าเรียบร้อยแล้ว
"ความจำเสื่อมชั่วคราว หรือแค่แกล้งโง่คะคุณมัณฑนากรตัวแสบ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังจนพริมาต้องชะงักมือที่ถือช้อน
"หมายถึงอะไรเหรอคะ พอดีช่วงนี้สมองส่วนความจำระยะสั้นของพิมพ์ใช้งานหนักไปหน่อย เรื่องไร้สาระเมื่อคืน... พิมพ์จำไม่ได้หรอกค่ะ"
พริมาหันกลับมาประจันหน้า รอยยิ้มหวานหยดที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนธามอยากจะก้มลงไปปิดปากเก่งๆ นั่นด้วยวิธีรุนแรงสักที สองร่างยืนเบียดกันอยู่ในพื้นที่แคบๆ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นสบู่เด็กอ่อนๆ จากตัวหญิงสาวลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบเสียศูนย์
"จำไม่ได้เหรอ... ที่คุณสารภาพออกมาเองว่ารำคาญผมจนนอนไม่หลับ หรือว่าที่ดึงคอเสื้อผมลงมาแล้วบอกว่า... ปากจัดแบบนี้ ระวังจะไม่มีใครเอา" ธามกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าจงใจทุ้มต่ำเพื่อทดสอบความนิ่งของคนตรงข้าม
หัวใจของพริมากระตุกวูบ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพความทรงจำเมื่อคืนย้อนกลับมาเป็นฉากๆ ยิ่งกว่าหน่วงเวลา ความจริงคือเธอจำได้ทุกกระเบียดนิ้ว! จำได้แม้กระทั่งสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่ประคองเอวเธอไว้ไม่ให้ล้ม แต่วินาทีนี้... การทำเป็นความจำเสื่อมคือทางรอดเดียวที่จะไม่ต้องเอาหน้าสวยๆ ไปซุกปี๊บหนีความเขินอาย
"หูฝาดแล้วค่ะคุณธาม พิมพ์เป็นคนนอนหลับลึกระดับสลบไสล จะเอาแรงที่ไหนไปพูดเรื่องเพ้อเจ้อแบบนั้น เลิกมโนแล้วถอยไปได้แล้วค่ะ กาแฟจะเย็นหมด" พริมาชูแก้วกาแฟในมือขึ้นขู่ พร้อมกับใช้ศอกสะกิดสีข้างอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อเปิดทาง
แต่มีหรือที่คนอย่างธาม ธาดาธิปจะยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปง่ายๆ มือหนาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ทันที แรงบิดเบาๆ ดึงร่างบางให้กลับมาชนเข้ากับแผงอกกว้าง ระยะห่างแทบจะเป็นศูนย์จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน
"ปากเก่งตั้งแต่ตื่นเลยนะ" ธามก้มลงมองใบเนียนที่เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าความจำสั้นนัก เดี๋ยวผมจะช่วย 'รื้อฟื้น' ความทรงจำให้คุณทีละประโยคเลยดีไหม... พิมพ์มาดา"
"ปล่อยเลยนะ! คนฉวยโอกาส!" พริมาดิ้นขลุกขลัก ใบหน้าเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะความโกรธ... แต่เป็นเพราะสายตาคู่คมที่พราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ต่างหากที่กำลังแผดเผาความตั้งใจจะตีมึนของเธอจนราบคาบ เคมีที่พยายามผลักไสกำลังตีกลับมาดึงดูดพวกเขาเข้าหากันราวกับมีแรงโน้มถ่วงแม่เหล็ก
จังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก บรรยากาศแสนพัลวันกำลังจะพาเลยเถิดไปไกลกว่าการปะทะฝีปาก...
*กริ๊งงงง!*
เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นตัดจังหวะความวุ่นวายอย่างไม่รู้กาลเทศะ ธามขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิด ขณะที่พริมาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างปิดไม่มิด
"ใครมา..." พริมาพึมพำ ผลักอกแกร่งให้ออกห่างแล้วรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
ธามปรายตามองประตูหน้าด้วยแววตาหงุดหงิดระคนสงสัย เขาก้าวเดินยาวๆ ไปที่ห้องโถงเพื่อดูว่าใครคือผู้มาเยือนยามเช้าตรู่แบบนี้ แต่ทว่า... ทันทีที่บานประตูกระจกถูกเปิดออก ร่างสูงก็ต้องชะงักกึก ใบหน้าคมคายตึงขึ้นในทันทีเมื่อเห็นแขกไม่ได้รับเชิญยืนส่งยิ้มหวานหยดย้อยอยู่หน้าห้อง
"เซอร์ไพรส์! พี่ธามขา... เปรมแวะเอาแซนด์วิชสูตรพิเศษมาฝากค่ะ พอดีผ่านทางนี้..."
ร่างโปร่งบางของ 'เปรม ภัทรภร' นางแบบสาวเซเลบริตี้ชื่อดังในชุดเดรสเข้ารูปสุดเซ็กซี่ก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้อภินันทนาการจากเจ้าของบ้าน พริคนที่เดินตามออกมาเพื่อจะดูสถานการณ์ถึงกับต้องหยุดยืนนิ่งสนิท ดวงตากลมโตมองภาพหญิงสาวแปลกหน้าถือวิสาสะคล้องแขนธามหน้าตาเฉย
ธามพยายามจะแกะมือเรียวออก แต่สายตากลับเหลือบมาสบเข้ากับพริมาที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังแดงก่ำด้วยความเขินอาย กลับแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย เย็นชา และเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยแบบที่เขาเกลียดที่สุด
"อ้าว... มีแขกอยู่ด้วยเหรอคะเนี่ย นึกว่าพี่ธามอยู่คนเดียวซะอีก" เปรมปรายตามองพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยามเล็กน้อย ก่อนจะหันไปออดอ้อนธามต่อ "ใครเหรอคะพี่ธาม เด็กฝึกงานเหรอ หน้าคุ้นๆ นะคะเนี่ย"
พริมายกยิ้มมุมปาก ชำเลืองมองธามที่กำลังทำหน้าเหมือนกลืนยาขมลงท้อง แล้วเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงหวานใสปานน้ำผึ้งอาบยาพิษ
"ไม่ใช่เด็กฝึกงานหค่ะ... พอดีเมื่อคืน 'คุยงานกันดึก' ไปหน่อย เจ้าของห้องเขาก็เลยรั้งให้อยู่ 'เคลียร์ปม' ยาวจนเช้าน่ะค่ะ... เชิญตามสบายนะคะ พอดีฉัน 'ความจำดี' เกินกว่าจะอยู่เป็นก้างขวางคอใคร"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของเรานะคะ หวังว่าตอนี้จะทำให้ทุกคนฟินและอินไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 9
เช้าวันใหม่กับความกระอักกระอ่วน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!