เสียงแค่นหัวเราะในลำคอของธามดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงดงามของสตูดิโอที่ปิดไฟมืดสนิท เหลือเพียงแสงนีออนสีส้มอ่อนจากมุมเคาน์เตอร์บาร์ที่ฉาบใบหน้าคมคายให้ดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน
“เชิญกลับออกไปก่อนครับ วันนี้สตูดิโอ... ปิดทำการกะทันหัน”
ประโยคเดิมที่เขาใช้ไล่เธอเมื่อนาทีที่แล้วยังลอยเคว้งอยู่ในอากาศ แต่พริมาไม่มีทางยอมถอยหลังเดินออกจากที่นี่เด็ดขาด ในเมื่อเธอดันบังเอิญแจ็คพอตแตก รู้ความลับสุดยอดว่าสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเจ้าระเบียบและปากร้ายคนนี้ กำลังซ่อนความลับบางอย่างไว้เบื้องหลังมาตรการรักษาความปลอดภัยระดับทหาร
“ปิดกะทันหันอะไรคะคุณธาม ดิฉันเห็นคุณยืนสั่งงานลูกน้องหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หยกๆ หรือว่ากลัวว่าถ้าให้ฉันอยู่ร่วมปาร์ตี้ออฟฟิศย้อนหลังวงเล็กๆ นี่ด้วยแล้ว... ความลับเรื่องมุมอ่อนโยนของคุณจะหลุดรอดออกไปให้ฉันเอาไปล้อจนสำนักงานถล่มคะ”
พริมาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทาย พลางก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างสูงที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งตึงเครียดและชวนใจเต้นระส่ำ
ธามขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้น ดวงตาสีนิลคมกริบมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ชุดเดรสสั้นสีดำสนิทเข้ารูปที่เธอตั้งใจใส่มาปาร์ตี้ออฟฟิศวันนี้ขับเน้นให้เธอดูโดดเด่นและเย้ายวนเกินกว่าจะมองข้าม ยิ่งท่าทางดื้อรั้นไม่ยอมคนแบบนั้นด้วยแล้ว มันยิ่งกระตุ้นความรู้สึกอยากเอาชนะในตัวเขาจนแทบคลั่ง
“คุณนี่มัน... ดื้อด้านเป็นที่หนึ่งจริงๆ พริมา” ธามผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกทางจมูก ก่อนจะยอมแพ้โดยปริยายเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของเธอ “อยากอยู่นักใช่ไหม ปาร์ตี้วงเล็กๆ ของพวกเราน่ะ... เชิญ”
เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผายมือเชิญด้วยท่าทางประชดประชันเต็มขั้น
แสงไฟในห้องประชุมใหญ่ถูกปรับหรี่ลงเหลือเพียงความสว่างนวลตาจากโคมไฟตั้งพื้น พนักงานที่เหลืออยู่สามสคนต่างพากันมองหน้าสลับไปมาระหว่างหัวหน้าจอมโหดกับมัณฑนากรสาวตัวจี๊ดที่เพิ่งแทรกตัวเข้ามาเป็นส่วนเกินในค่ำคืนนี้ บรรยากาศอึดอัดถูกทำลายลงด้วยเสียงเปิดขวดไวน์และเสียงหัวingเบาๆ ของโปรแกรมเมอร์หนุ่มรุ่นน้องที่นั่งอยู่มุมห้อง
“ในเมื่อคุณพิมพ์มาดาเกียรติมาเยือนถึงถิ่นเราทั้งที... งั้นเรามาเริ่มเกมกระชับมิตรกันหน่อยดีกว่าไหมครับ” นนท์ เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับหยิบกระดาษโพสต์อิทแผ่นเล็กขึ้นมาแจกจ่ายให้ทุกคน “กติกาง่ายๆ ครับ เกม ‘จับผิดคนรัก’ เวอร์ชั่นคนโสดสนิทแต่ต้องมโนขั้นสุด ใครจับได้ชื่อใคร คนนั้นต้องทำตามคำสั่งของเจ้าของชื่อ... แบบไม่มีข้อแม้!”
พริมาเลิกคิ้วสูง หรี่ตามองเกมไร้สาระตรงหน้าด้วยความระแวง แต่ความท้าทายในสายตาของธามที่มองตรงมาที่เธอกลับทำให้เธอปฏิเสธไม่ลง
“เล่นก็เล่นค่ะ กลัวที่ไหนกัน” เธอรับกระดาษแผ่นเล็กมาอย่างไม่เกรงกลัว
เกมดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เสียงหัวเราะคิกคักของทีมงานดังขึ้นเป็นระยะเมื่อความลับรั่วไหลและคำสั่งประหลาดๆ ถูกหยิบยกขึ้นมาสั่ง แต้มบุญของพริมาดูเหมือนจะหมดลงเมื่อรอบที่สาม ปลายปากกาของเธอชี้ตรงไปที่ชื่อบนกระดาษแผ่นเล็กที่เพิ่งเปิดออก
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อเจ้าของกระดาษ... *ธาม ธาดาธิป*
“โอ๊ะ... ดูท่าทางฉันจะดวงดีเป็นพิเศษนะคะเนี่ย” พริมาลากเสียงยาวอย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับจ้องมองไปยังร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม “ในฐานะที่ฉันเป็นผู้ชนะในรอบนี้... ฉันขอสั่งให้คุณธามตอบคำถามมาตามตรง ห้ามโกหกเด็ดขาด”
ธามขยับตัวเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับไหววูบไปชั่วขณะ เขาประสานมือเข้าหากันบนตัก เอ่ยเสียงเรียบ “เชิญถามมาครับ... อยากรู้อะไรเกี่ยวกับผมล่ะ หรืออยากรู้ว่าทำไมผมถึงเก่งเกินหน้าเกินตาคุณในโปรเจกต์ล่าสุด”
“ไม่ใช่เรื่องงานค่ะ” พริมาส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก สัญชาตญาณนักล่าในตัวเธอร้องเตือนว่านี่คือโอกาสทองที่จะได้ทลายกำแพงน้ำแข็งของพ่อหนุ่มปากแข็งคนนี้ “คำถามก็คือ... ที่คุณคอยตามจิก ตามกัด และคอยขัดขาฉันทุกครั้งที่มีโอกาสเนี่ย แท้จริงแล้วเป็นเพราะคุณเกลียดฉันเข้าไส้... หรือว่ากำลังพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่มันมากจนล้นอกกันแน่คะ?”
สิ้นคำถาม บรรยากาศในห้องประชุมที่เคยมีเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วกลับเงียบกริบลงทันที ราวกับมีคนกดปุ่มหยุดเวลา ลูกน้องสามคนที่เหลือต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ธามชะงักไป ดวงตาสีนิลคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับมานิ่งสนิทอย่างรวดเร็ว สันกรามของเขาขยับเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมรอบกายเขากับเธอเนิ่นนานราวกับเป็นชั่วกัลปสาน
ไม่มีคำแก้ตัว ไม่มีเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน และไม่มีท่าทีหยิ่งผยองอย่างเคย มีเพียงสายตาคู่คมที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพริมา ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักว่าสมควรจะปล่อยให้ความลับที่ซ่อนไว้ใต้ซี่โครงข้างซ้ายหลุดรอดออกมาดีหรือไม่
ธามค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงโปร่งของเขาทำให้ร่างระหงของพริมาต้องเงยหน้าขึ้นมอง เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
ปลายนิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มเอื้อมออกไปสัมผัสกับเส้นผมที่ตกลงมาคลอเคลียข้างแก้มของหญิงสาวแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าตกใจนั้นทำให้พริมาถึงกับลืมหายใจ สมองที่เคยประมวลผลคำตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าสนิท
“ถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้เกลียดคุณเลยสักนิด” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ริมฝีปากของเธอ ชิดเสียจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนผ่าว “แต่ทุกสิ่งที่ทำไป... เป็นเพราะผมทนเห็นคุณไปยิ้มให้ไอ้พวกผู้ชายหน้าไหนไม่ได้เลยต่างหากล่ะ คุณคิดว่ามันเรียกว่าอะไรล่ะครับ... พริมา?”
หัวใจของพริมารัวกระหน่ำราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า เธอยังไม่ทันจะได้อ้าปากเอ่ยคำตอบใดๆ ออกไปเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก
*ปัง!*
เสียงผลักประตูกระจกเสียงดังสนั่นพร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราเข้ามาในห้องทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนจนกระเจิง
“คุณธามครับ! แย่แล้วครับระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของบริษัทโดน...!”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความฟินปนจิกกัดครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
- เอมเมอรัลด์อายส์ -
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 7
ปาร์ตี้ออฟฟิศที่ลุ้นระทึก
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!