เสียงตบแฟ้มโปรเจกต์ลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังสนั่น จนกาแฟเย็นในแก้วสเตนเลสกระฉอกออกมาเล็กน้อย คือคำตอบเดียวที่พริมามอบให้สำหรับดีไซน์โครงสร้างคอนกรีตเปลือยที่ดูแห้งแล้งราวกับหลุมหลบภัยทางนิวเคลียร์ของธาม
"ถ้าคุณอยากให้ลูกค้าร้องไห้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าบ้าน ธาม... คุณมาถูกทางแล้วค่ะ สถาปนิกผู้ปราดเปรื่อง แต่ถ้าต้องการให้ที่นี่เป็น 'บ้าน' ที่มีชีวิตชีวา รบกวนช่วยรื้อไอเดียขยะนี่แล้วเอาสมองส่วนที่คิดเรื่องความอบอุ่นมาทำงานร่วมกันใหม่ด้วยนะคะ"
พริมาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายนั้นบึ้งตึงจนแทบจะเอาตะปูตอกติดกันได้อยู่แล้ว ธามปรายตามองเอกสารในมือสลับกับใบหน้ามั่นอกมั่นใจของมัณฑนากรสาวตัวแสบ ก่อนจะแค่น่นเสียงในลำคออย่างหมั่นไส้
"ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยน... คุณพิมพ์มาดา ว่าว่างๆ น่าจะลองเอาเวลาไปฝึกจับคู่สีผนังให้มันรสนิยมดีกว่ามานั่งจิกกัดผมดีไซน์งานคนอื่นนะ ดีไซน์เนอร์เกรดบี"
"ปากแบบนี้ไงคะถึงได้ขึ้นคานทองฝังเพชรอย่างไร้ผู้เหลียวแล... หลบไปค่ะ ฉันจะแก้แบบตรงมุมห้องนั่งเล่นนี้ให้มันดูมีออกซิเจนขึ้นมาหน่อย ก่อนที่ลูกค้าจะขาดใจตายเพราะสถาปนิกโรคจิตคิดจะสร้างตึกคอนกรีตขังคน"
พริมาปัดมือไล่อีกฝ่ายให้ออกห่างจากโต๊ะเขียนแบบ แล้วหยิบปากกาเคมีสีแดงขึ้นมาเตรียมขีดฆ่าเส้นตารางที่เธอขัดหูขัดตามาตั้งแต่บ่าย แต่ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วเรียวแตะโดนกล่องไม้สนสีเข้มขนาดเท่าฝ่ามือที่วางทับอยู่ใต้กองกระดาษร่าง ธามก็พุ่งพรวดเข้ามาคว้ามันเอาไว้ด้วยความเร็วจนน่าตกใจ
ดวงตากลมโตชะงักกึก เธอเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววกวนประสาทและเย่อหยิ่ง กลับไหววูบและฉายประกายความร้อนรนอย่างที่พริมาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"อย่าแตะ" น้ำเสียงของธามแหบพร่าและแข็งกร้าวผิดปกติ มือหนากำกล่องไม้สนนั้นแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด
พริมาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง ความยโสโอหังที่เคยมีมลายหายไปในพริบตาเมื่อเห็นอาการผิดปกติของคนตรงหน้า น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยอัตโนมัติอย่างไม่ตั้งใจ "ฉันแค่วางมันให้พ้นทาง... เป็นอะไรไปคะ ของสำคัญเหรอ หน้าซีดเชียว"
ธามไม่ได้ตอบ เขาไม่แม้แต่จะสบตาเธอ ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นสตูดิโอ กวาดสายตามองไปรอบโต๊ะทำงานอย่างลนลาน มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เปิดฝากล่องไม้สนออกเพื่อตรวจดูว่าสิ่งของข้างในยังอยู่ครบถ้วนหรือไม่
ภาพของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบ ผู้เนรมิตตึกระฟ้าและควบคุมทุกอย่างด้วยความมั่นใจเกินร้อย กำลังนั่งหน้าซีดเผือด ค้นหาของบางอย่างด้วยความกระวนกระวายใจราวกับเด็กน้อยทำของรักหาย ทำเอาพริมาหัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ปากที่เคยเก่งกาจและพร้อมจะสวนกลับทุกคำพูดกลับปิดสนิท เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิดอย่างลืมตัว
"ธาม... คุณหาอะไร บอกฉันได้นะ เผื่อฉันช่วยหา" พริญาเอ่ยเสียงนุ่ม ไร้ซึ่งร่องรอยของการประชดประชัน
ธามชะงักเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาคู่คมที่สั่นระริกนั้นทำให้พริมาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในกล่องไม้สนนั้น ไม่มีแบบแปลนราคาแพง ไม่มีนาฬิกาหรูหรา หรือแม้แต่แฟลชไดรฟ์เก็บข้อมูลโปรเจกต์ร้อยล้าน มีเพียง... ตุ๊กตาหมีตัวเล็กเก่าๆ ที่เนื้อผ้าเริ่มเปื่อยยุ่ยจนเกือบขาด และจดหมายพับเป็นรูปหัวใจเบี้ยวๆ ลายมือเด็กอนุบาลที่จารึกคำว่า 'คุณแม่' เอาไว้ด้วยสีเทียน
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนจากความขัดแย้งดุเดือดกลายเป็นความเปราะบางที่น่าใจหาย พริมาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ภายใต้เกราะหนาอันเย็นชาและฝีปากคมกริบที่คอยทิ่มแทงเธอมาตลอด ธามก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่มีแผลเป็นซ่อนไว้ในมุมลึกที่สุดของหัวใจ
มือเรียวตัดสินใจยื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่หลังมือหนาที่กำลังสั่นเทาของเขา เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความเข้าใจที่ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ธามสะดุ้งเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้ปัดมือเธอออกอย่างเคย ดวงตาคู่คมมองการกระทำนั้นด้วยความอึ้งงัน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้ขยับเอื้อnเอ่นคำใดออกมา...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูกระจกสตูดิโอดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างระหงของนางแบบสาวเซเลบชื่อดัง ลูกค้าโปรเจกต์นี้ที่เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์
"อุ๊ย... ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย สถาปนิกกับมัณฑนากรดูท่าทางจะ... แนบชิดกันเกินหน้างานไปหน่อยนะจ๊ะ"
พริมาผละมือออกจากมือของธามทันทีราวกับโดนไฟลวก เลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ขณะที่ธามค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปิดกล่องไม้สนเก็บลงกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว สีหน้าเย็นชาและกำแพงน้ำแข็งถูกยกกลับขึ้นมาตั้งตระหง่านอีกครั้งในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที
แต่สายตาที่ธามใช้มองนางแบบสาวที่เพิ่งเดินเข้ามา กลับเต็มไปด้วยความเย็นชาและรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด ผิดกับสายตาที่เขาเพิ่งใช้มองพริมาเมื่อครู่ลิบลับ
และก่อนที่พริมาจะได้ตั้งสติจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของธามก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา พร้อมกับการตัดสินใจที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
"เชิญกลับออกไปก่อนครับ วันนี้สตูดิโอ... ปิดทำการกะทันหัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - เอมเมอรัลด์อายส์
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 6
รอยร้าวที่เริ่มสมาน
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!