เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 5

เมื่อความซึนทำงาน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงคีย์บอร์ดไร้สายยี่ห้อดังกระทบกันเป็นจังหวะรัวเร็ว ท่ามกลางความเงียบสงัดของออฟฟิศในยามตีสองครึ่ง แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ส่องกระทบใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ ธาม ธาดาธิป กำลังขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองไฟล์แบบแปลนภายในของโปรเจกต์รีสอร์ตหรูที่เพิ่งผ่านการปะทะคารมเดือดเมื่อช่วงเย็น สายตาคมกริบกวาดมองเส้น 3D ที่ถูกร่างขึ้นอย่างเร่งรีบแต่น่าประทับใจ ความคิดสร้างสรรค์ของพริมาพุ่งพล่านและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ แต่มันยังมีช่องโหว่... ช่องโหว่ที่คนหัวรั้นอย่างเธออาจไม่ยอมรับหากใครอื่นทักท้วง แต่สำหรับเขา—คนที่ยอมไม่ได้หากงานชิ้นนี้จะบกพร่องแม้แต่เซนติเมตรเดียว—มันคือสิ่งที่ปล่อยผ่านไม่ได้ นิ้วเรียวยาวกดคลิกเมาส์อย่างคล่องแคล่ว ลากเส้น ปรับมุม และแก้รายละเอียดโครงสร้างสีหน้าต่าง ๆ ในเลเยอร์ของมัณฑนากรสาวอย่างเงียบเชียบ ไม่มีคำว่าลังเล มีแต่ความแม่นยำระดับมืออาชีพที่แฝงไว้ด้วยความใส่ใจเกินร้อย ทุกเส้นที่เขาขยับ ไม่เพียงแต่ทำให้งานสมบูรณ์แบบขึ้น แต่มันคือการ "ซ่อมแซม" จุดที่เธออาจจะโดนกรรมการและลูกค้าฝ่ายบริหารโจมตีในวันพรุ่งนี้ ทั้งที่ปากก็บอกว่าเธอสะเพร่า ทั้งที่ตอนกลางวันเพิ่งจะเหวี่ยงใส่กันไปแทบตาย แต่พอนั่งมองหน้าจอat this hour ตัวเองกลับมานั่งหลังขดหลังแข็งแก้แบบให้เธอจนตีสาม... บ้าสิ้นดี ธามนึกเยาะหยันตัวเองในใจ พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงพร้อมกับถอนหายใจยาว "ยัยตัวแสบนี่..." เขารำพึงกับความว่างเปล่า ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเมื่อนึกถึงแววตาดื้อรั้นคู่นั้นที่หันมามองเขาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เต้นแรงผิดปกติในตอนท้ายของวัน "ปากเก่งนักนะ... ถ้าพรุ่งนี้รู้ว่าฉันแก้แบบให้ จะเชิดใส่หรือจะหาเรื่องด่าฉันก่อนดีล่ะเนี่ย" ในขณะที่ธามกำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง ประตูห้องทำงานโซนออกแบบก็ส่งเสียง "คลิก" เบาๆ พร้อมกับร่างบางของพริมาที่ผลักประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะ เธอสวมเสื้อฮู้ดตัวโคร่งกับกางเกงวอร์ม สภาพหัวฟูเล็กน้อยเพราะเพิ่งตื่นขึ้นมาหาแฟ้มเอกสารที่ลืมไว้บนโต๊ะ พริมาหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นแสงไฟสว่างลอดออกมาจากห้องประชุมกระจกใส และยิ่งตกใจหนักขึ้นเมื่อเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ควรจะปิดไปตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อน ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นเรียกสติ ธามหันขวับกลับมามอง ร่างสูงโปร่งดีดตัวลุกขึ้นยืนทันทีก่อนที่ความประหลาดใจจะฉายชัดในแววตาคม แต่เสี้ยววินาทีต่อมา หน้ากากความซึนและท่าทีหยิ่งทะนงก็ถูกสวมทับอย่างรวดเร็ว "ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมยังไม่กลับบ้าน หรือว่านอนไม่หลับเพราะสำนึกผิดที่เถียงฉันไม่ขึ้นเมื่อตอนเย็นล่ะ คุณพริมา" ธามเปิดฉากด้วยน้ำเสียงกวนประสาททันที มือหนายกขึ้นกอดอกหลวมๆ พยายามกลบเกลื่อนร่องรอยความอ่อนล้าใต้ดวงตา พริมาหรี่ตามองร่างสูงด้วยความสงสัยระคนระแวง เธอเดินดุ่มๆ ตรงเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานก่อนจะกวาดสายตาไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดคาไว้ ข้อมูลในไฟล์งานถูกแก้ไขไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง—แต่มันกลับสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ ดีไซน์ที่เธอกังวลถูกปรับแก้ให้ใช้งานได้จริงโดยไม่เสียตัวตนของงานไปแม้แต่น้อย "นี่คุณ..." พริมาหันขวับกลับมาจ้องหน้าเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความจับผิด "คุณแอบเข้ามาดูงานฉันเหรอเนี่ย แล้วทำไม... ทำไมคุณถึงมาแก้แบบให้ฉันล่ะ ไหนบอกว่ามันแย่จนดูไม่ได้ไงคะ คุณสถาปนิกปากจัด" เธอเน้นเสียงคำว่า 'ปากจัด' ชัดถ้อยชัดคำ ขยับเข้าไปประชิดตัวเขามากขึ้นจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่ลอยมาจากตัวเธอทำเอาสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ธามถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อถูกรุกหนัก แต่ทว่าด้านหลังกลับติดขอบโต๊ะทำงานเสียแล้ว ทำให้เขาไม่มีทางหนีพ้น ดวงตาคมกริบก้มลงมองเจ้าของส่วนสูงที่น้อยกว่าอย่างถือไพ่เหนือกว่า แต่หัวใจข้างในกลับเต้นรัวผิดจังหวะเมื่อกลิ่นอายความเป็นเธอล้อมรอบตัวเขาไว้หมด "ใครบอกว่าฉันแก้ให้เธอ เพราะว่างงานหรือไง" ธามเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วกวนประสาทใส่เพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ "ฉันแค่ไม่อยากให้ผลงานของบริษัทพังพินาศเพราะความดื้อด้านและอีโก้สูงลิ่วของมัณฑนากรฝึกหัดอย่างเธอต่างหาก ถ้างานพัง ฉันก็ซวยไปด้วยสิ หน้าตาฉันเสียหายหมด" "ปากแข็ง!" พริมาสวนกลับทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหมั่นไส้ผสมความเขินอายที่พุ่งพล่านจนควบคุมไม่ได้ "ถ้าบอกว่าไม่อยากให้งานพัง แล้วทำไมต้องนั่งแก้ให้จนดึกดื่นป่านนี้ด้วยล่ะคะ ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันโดนด่าไปเลยล่ะ หึ... หรือจริงๆ แล้วคุณแอบเป็นห่วงฉันกลัวฉันโดนเจ้านายเฉ่งจนต้องมารับบทพระเอกขี่ม้าขาวแก้แบบให้กลางดึกกันแน่คะคุณธาม" ประโยคย้อนถามที่จี้ใจดำกระแทกเข้ากลางอกธามอย่างจัง ดวงตาคมเข้มไหววูบไปชั่วขณะ เขาไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับการรุกฆาตด้วยความรู้ทันแบบนี้ของเธอเลยสักนิด ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของคนทั้งคู่ ธามก้มมองหญิงสาวที่เงີยบหน้าขึ้นมาสบตาเขา แววตาดื้อรั้นคู่นั้นในตอนนี้กลับฉายแววระยิบระยับราวกับจับไต๋เขาได้คาหนังคาเขา มือหนาที่กอดอกอยู่ค่อยๆ คลายลง นิ้วเรียวเผลอกำเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนในอก ความซึนที่เคยเป็นเกราะกำบังเริ่มพังทลายลงทีละน้อยเมื่อเจอความปากเก่งและสายตาที่อ่านทะลุปรุโปร่งของเธอ ธามโน้มใบหน้าลงต่ำเข้าใกล้เธอโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกแทบจะชนกันในความมืดสลัวของออฟฟิศยามวิกาล เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและจริงจังกว่าทุกครั้ง "ปากเก่งนักนะพริมา..." เขากระซิบชิดริมหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนคนฟังสะท้านเฮือก "อยากรู้มากเหรอว่าฉันทำไปทำไม..." พริมาหัวใจกระตุกวูบ สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมดเมื่อสบเข้ากับแววตาคู่คมที่ดุดันแต่กลับเจือความคลั่งรักเอาไว้จนมิดชิด เธออ้าปากจะเถียงกลับตามสัญชาตญาณ แต่ทว่า— กริ๊งงงงงง! เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธามดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกนั้นอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าของ "ท่านประธาน" ที่โทรมาเช็กความคืบหน้าโปรเจกต์ด่วนกลางดึก ธามกัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย เขายืดตัวถอยห่างจากพริมาอย่างจำใจ ขณะที่หญิงสาวรีบกระโดดถอยหลังไปตั้งหลัก ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ธามกดรับสายด้วยใบหน้าบึ้งตึง แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะกรอกเสียงตอบรับเจ้านาย สายตากลับเหลือบไปเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของพริมา—รอยยิ้มที่กำลังเยาะเย้ยเขาอย่างออกนอกหน้าว่า *'รอดตัวไปนะคุณสถาปนิกปากแข็ง'* ธามหรี่ตามองเธอนิ่ง ขบกรามแน่นด้วยความหมั่นไส้ และในวินาทีที่เขาวางสายโทรศัพท์ลง ท่ามกลางความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง... มือหนาก็กระชากข้อมือเล็กของพริมาเอาไว้ทันทีก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเท้าหนีออกจากห้อง! พริมาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางถูกดึงกลับเข้ามาประชิดแผ่นอกกว้างของเขาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับสายตาดุดันที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและ... แรงอารมณ์ที่ระงับไว้ไม่อยู่ "จะรีบไปไหนล่ะพริมา..." ธามโน้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำและแววตาคู่นั้นทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึก "เกมของเรายังไม่จบ... และฉันไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ซะด้วยสิ" ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ — เอมเมอรัลด์อายส์ —
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%