เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 25

เส้นทางที่สั่นคลอน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นแข่งกับเสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท ธาดาธิป ดีไซน์ พริมาตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงขอบกระจกใสด้วยท่าทางนิ่งสนิท ดวงตาคมปลาทูของธามไม่ได้มองเธอโดยตรง เขากำลังมองลอดผ่านกระจกออกไปยังวิวกรุงเทพฯ เบื้องล่างราวกับว่าทัศนียภาพตึกสูงนั่นน่าสนใจกว่าอนาคตของโปรเจกต์คอมเพล็กซ์มูลค่าหลายพันล้านที่พวกเขาร่วมกันปลุกปั้นมานานนับปี “คุณธามคะ! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งาน...!” ประโยคที่เลขาฯ สาววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตะโกนรายงานเมื่อครู่ยังก้องอยู่ในหัว แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ประโยคที่น่าปวดหัวยิ่งกว่ากลับเป็นข้อเสนอจากปากของคนตัวสูงตรงหน้านี่ต่างหาก “ผมยืนยันคำเดิม พริมา” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไร้ซึ่งร่องรอยความลังเล “ผนังคอนกรีตเปลือยแนวลอฟท์ตรงโซนล็อบบี้หลักต้องรื้อทำใหม่ทั้งหมด มันไม่สอดคล้องกับโครงสร้างรับน้ำหนักระยะยาวที่คุณต้องการยื่นออกไปแบบนั้น มันเสี่ยงเกินไปสำหรับผม” “เสี่ยง?” พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความไม่ยอมแพ้ เธอก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะชิดตัวเขา หากไม่ติดว่าธามถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างระมัดระวังเสียก่อน “คุณพูดคำนี้มากี่รอบแล้วคะคุณธาม ทุกครั้งที่คุณพูดคำว่า ‘เสี่ยง’ มันแปลว่าคุณกำลังจะพังทลายไอเดียทั้งหมดของฉันเพื่อเซฟโซนอันน่าเบื่อหน่ายของคุณเองต่างหาก!” “นี่คุณกำลังใช้อารมณ์ตัดสินงานอีกแล้วนะพริมา” ธามหันขวับมามอง ปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างรำคาญใจ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม “ผมเป็นสถาปนิกผู้รับผิดชอบโครงสร้าง ถ้าตึกนี้ถล่มลงมาเพราะความอยากโชว์ความอาร์ตไร้ขีดจำกัดของคุณ คนที่ติดคุกคือผม ไม่ใช่คุณ!” “โอ้โห! พูดจาได้น่ารักน่าเอ็นดูมากค่ะคุณธาม!” พริมายกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นสูงอย่างท้าทาย ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ปลายจมูก “นี่คุณเห็นฉันเป็นตัวปัญหาที่คอยจะสร้างหายนะให้บริษัทคุณตลอดเวลาเลยใช่ไหมคะ? ถ้าการทำงานร่วมกับฉันมันทำให้คุณต้องหวาดระแวงจนนอนไม่หลับขนาดนี้ ทำไมไม่ไล่ฉันออกไปซะล่ะ หรือไม่ก็เซ็นอนุมัติแบบร่างเดิมของฉันซะจบเรื่อง!” บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่านขึ้นมาทันที ไดอะล็อกเชือดเฉือนระหว่างทั้งคู่ไม่เคยลดดีกรีความรุนแรงลงเลยตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์นี้ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์หรือสีของผนัง มันคือทางแยกของอนาคต... เส้นทางอาชีพ แนวคิด และความฝันที่สวนทางกันราวกับเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ ธามจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ภายใต้ความเย็นชา มือหนาที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン เขาไม่ได้กลัวว่าตึกจะถล่ม เขากลัว... กลัวว่าช่องว่างระหว่างเขากับเธอมันจะกว้างเกินกว่าที่คำว่า ‘เซฟโซน’ จะโอบอุ้มไว้ไหว “คุณไม่เข้าใจอะไรเลย...” ธามพึมพำออกมาเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นแหบพร่าลงชั่วขณะเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาวับวาวในดวงตาคู่สวยของคนตรงหน้า แม้เธอจะพยายามกะพริบตาไล่มันกลับลงไปอย่างรวดเร็วก็ตาม “ใช่ค่ะ! ฉันมันคนโง่ที่ไม่เข้าใจอะไรเลย!” พริมาสวนกลับทันควัน เสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นตันใจ “ฉันเข้าใจแค่ว่า คนที่บอกว่าจะคอยสนับสนุนกันในทุกๆ ก้าว กลับเป็นคนแรกที่เอาเบรกมือมากดใส่ฉันตลอดเวลา คุณไม่เคยเชื่อมั่นในตัวฉันเลยธาม คุณเห็นแค่ความผิดพลาดที่คุณจินตนาการขึ้นมาเองในหัว!” ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะจับต้องได้ พริมาหันหลังให้เขาทันที เธอหยิบกระเป๋าหนังบนโต๊ะมาสะพายไหล่ด้วยมือที่สั่นระริก ปากบางเม้มแน่นเพื่อกลั้นก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาจุกที่คอ “ถ้าตกลงกันไม่ได้... เราก็ไม่ต้องคุยกันอีกค่ะ” พริมาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็งทั้งหมดกลับคืนมาก่อนจะหันมาสบตาเขาเป็นครั้งสุดท้าย “โปรเจกต์นี้ ฉันขอถอนตัว” คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจ ธามเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าหลุดร่อนออกจนหมดสิ้น ร่างสูงก้าวพรวดเดียวเข้าไปคว้าข้อมือเล็กไว้ทันทีก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเดินพ้นประตูห้อง “ปล่อยค่ะ!” พริมาสะบัดข้อมือหนีสุดแรง แต่ธามกลับกระชับมือแน่นขึ้น ดึงร่างบางให้หันกลับมาประชิดตัว แรงปะทะทำให้แผ่นหลังของเธอเกือบแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความอบอุ่นคุ้นเคยที่เธอแสนเกลียดชังโชยเข้าแตะจมูก “คุณพูดว่าอะไรนะ... ถอนตัวงั้นเหรอ?” ธามก้มลงกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาต่ำพร่าและสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ตรงต้นคอจนพริมาขนลุกซู่ “คุณกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไงพริมา เราเหนื่อยมาด้วยกันเท่าไหร่แล้ว คุณจะทิ้งทุกอย่างเพียงเพราะอีโก้ของเราสองคนเนี่ยนะ?” “อีโก้เหรอคะ?” พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเสียจนลมหายใจชนกัน ดวงตาคู่คมของธามเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความคลั่งรักที่เขาพยายามปิดบังมาตลอด แต่ตอนนี้มันกลับทะลักล้นออกมาจนเธอกลัว “คนที่เอาแต่อ้างเหตุผลแล้วไม่ยอมฟังใครเลยคือคุณต่างหากล่ะธาม!” ธามมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดของคนตรงหน้า สายตาของชายหนุ่มเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวกลายเป็นความโหยหาชั่วพริบตา นิ้วโป้งข้างที่ว่างยกขึ้นเกลี่ยแก้มนวลแผ่วเบาอย่างลืมตัว สัมผัสนั้นอบอุ่นและอ่อนโยนจนพริมาถึงกับชะงัก ลืมคำพูดที่จะเถียงต่อไประหว่างความเงียบที่โรยตัวลงมาโอบล้อมคนทั้งคู่ “ผมแค่อยากให้คุณปลอดภัย... ในโลกที่พร้อมจะทำร้ายคุณตลอดเวลา” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบat ชิดริมฝีปากจนแทบจะกลืนหายไปกับอากาศ “ทำไมคุณถึงไม่ยอมเข้าใจผมบ้างเลย พริมา” หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เคมีบ้าๆ ที่มักจะดึงดูดให้พวกเขารusเข้าหาและทำร้ายกันด้วยคำพูดกำลังทำงานอย่างเต็มพิกัด ความโกรธที่เคยลุกโชนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความสั่นไหวที่ยากจะควบคุม มือเรียวที่เคยพยายามผลักไสเขาค่อยๆ วางลงบนอกแกร่งโดยไม่รู้ตัว ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศจะหวานปนดราม่าไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต “คุณธามคะ! คุณพริมา! แย่แล้วค่ะ!” เลขาฯ สาวคนเดิมวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนหอบหายใจโยนรายงานแผ่นสุดท้ายลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทา “ไซต์งานโซน C... ทรุดตัวลงมาแล้วค่ะ!” ธามและพริมาผละออกจากกันอย่างตกใจ ดวงตาทั้งสองคู่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความขัดแย้งเรื่องอนาคตและการออกแบบเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันโหดร้ายตรงหน้า ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะคะ – เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%