เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 24

พริมาผู้เป็นเกราะคุ้มกัน

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงกระเบื้องพอร์ซเลนราคาแพงกระทบกับพื้นหินอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวของตระกูลธาดาธิปดังขึ้นจนบาดหู ไม่ใช่เสียงแตกหักของวัตถุ แต่เป็นเสียงของการปะทะกันทางความคิดที่คุกรุ่นจนออกนอกหน้า ธามยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมที่ปกติมักฉายแววเย่อหยิ่งและเรียบเฉย บัดนี้กลับไหววับด้วยเปลวเพลิงแห่งความกรุ่นโกรธที่พยายามกดเก็บไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น “แกจะดึงดันทำโครงการนี้ไปเพื่ออะไร ธาม!” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของประมุขแห่งตระกูลดังขึ้นอีกระลอก พร้อมกับแฟ้มเอกสารข้อเสนอโครงการออกแบบรีสอร์ตเชิงอนุรักษ์ที่ถูกผลักกลับมาตรงหน้า “มันไม่ใช่แนวทางของบริษัทเรา แกกำลังเอาชื่อเสียงของตระกูลไปเสี่ยงกับสถาปัตยกรรมไร้สาระพวกนี้!” “มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระครับคุณพ่อ แต่มันคือทิศทางที่โลกกำลังจะไป และผมจะไม่ยอมถอยเพียงเพราะมันไม่อยู่ในกรอบคร่ำครึที่ถูกขีดไว้เมื่อสามสิบปี ก่อน” ธามสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำคำเชือดเฉือนพอกัน บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมหรูหราอัดแน่นไปด้วยความกดดันชนิดที่ทำให้คนหายใจไม่ออก แรงปะทะระหว่างพ่อกับลูกชายคนโปรดผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครมาถึงจุดแตกหัก ธามชินชากับการถูกกดดัน เขายืนหยัดอยู่บนความสมบูรณ์แบบที่ครอบครัวขีดเส้นไว้มาตลอดชีวิต จนกระทั่งวินาทีนี้—วินาทีที่เขาเริ่มตระหนักว่า กรอบเหล่านั้นมันช่างว่างเปล่าและแห้งแล้งเหลือเกิน ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างสองพ่อลูกจะลุกลามไปมากกว่านั้น ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง “ขออนุญาตค่ะ พอดีพริมาทำกาแฟมาเสิร์ฟผู้บริหาร… เอ๊ะ หรือว่ารบกวนเวลาครอบครัวกันอยู่คะเนี่ย?” น้ำเสียงใสกระจ่างแต่กวนประสาทเบอร์ใหญ่ดังแทรกขึ้นกลางคัน พริมา้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับนี่คือคาเฟ่ชิคๆ สไตล์มัณฑนากรสาวมั่น ไม่ใช่สนามรบย่อมๆ ของตระกูลมหาเศรษฐี เธอสวมชุดสูทเข้ารูปสีครีมที่ขับให้ผิวขาวเนียนดูโดดเด่น มือบางถือถาดกระเบื้องเคลือบที่มีแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น ดวงตากลมโตคู่สวยกราดมองบรรยากาศตึงเครียดในห้องแวบหนึ่ง ก่อนจะคลี่ ยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษความมั่นใจไว้เต็มร้อย คุณثาดาธิปขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นแขกไม่ได้รับเชิญ “คุณเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง นี่เป็นเรื่องภายในของครอบครัวเรา” “พิมพ์มาดาค่ะ เป็นหัวหน้าทีมมัณฑนากรของโปรเจกต์ที่ท่านประธานกำลัง ‘เข้าใจผิด’ ว่ามันไร้สาระอยู่เมื่อกี้ไงคะ” พริมาวางถาดกาแฟลงบนโต๊ะทำงานอย่างถือวิสาสะ สายตาคมกริบสบตากับประมุขของบ้านอย่างไร้ความเกรงกลัว “แล้วก็ต้องขอโทษด้วยนะคะที่เสียมารยาท พอดีหน้าห้องเงียบเกินไป กลัวว่าท่านประธานกับคุณธามจะขาดออกซิเจนตายเสียก่อน เลยถือวิสาสะเอาคาเฟอีนมาช่วยกู้ชีพค่ะ” ธามลอบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้าง หัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ความอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างเงียบเชียบ พริมา... ยายตัวแสบปากเก่งคนนี้ก้าวเข้ามาในรัศมีอันตรายของเขาอีกแล้ว และเธอก็ทำมันด้วยความหน้าตาเฉยเสมอ “นี่คุณ...” ธามปรามเสียงต่ำโดยสัญชาตญาณ พยายามส่งสายตาเตือนสติว่านี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้นกับผู้มีอิทธิพลในบริษัท “อุ๊ย ไม่ต้องห่วงค่ะคุณธาม ฉันแค่มารับฟังในฐานะคนทำหน้าที่ออกแบบร่วมกัน” พริมาหันมาขยิบตาให้เขาหนึ่งทีแบบเนียนๆ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสด้วยรอยยิ้มการค้าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ “ดิฉันเข้าใจนะคะว่าท่านประธานกังวลเรื่องความเสี่ยง แต่ในฐานะมัณฑนากรที่ต้องลงไปคลุกคลีกับหน้างานจริง ขอยืนยันตรงนี้เลยค่ะว่า โปรเจกต์นี้ไม่ได้ขายแค่ความแปลกใหม่ แต่มันขาย ‘จิตวิญญาณ’ ที่บริษัทเราไม่เคยมีต่างหากล่ะคะ” “เด็กสาวอย่างคุณรู้อะไร เรื่องธุรกิจมันไม่ใช่เรื่องของการเล่นขายของนะคุณพริมา” คุณธาดาธิปแค่นหัวเราะในลำคอ สายตากดดันมองประเมินเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “เล่นขายของเหรอคะ? งั้นท่านประธานคงประเมินตัวเลขในพอร์ตการลงทุนของฉันต่ำไปหน่อยแล้วล่ะค่ะ” พริมาโน้มตัวไปข้างหนĭานิดๆ รอยยิ้มมั่นใจฉาบบนเรียวปากสีพีช “ถ้าโปรเจกต์นี้พัง อย่างน้อยที่สุดก็พังเพราะเราได้ลองทำในสิ่งที่ต่างออกไป ไม่ใช่พังเพราะนั่งหายใจทิ้งไปวันๆ รอให้บริษัทอื่นเขาแซงหน้าไปไกลจนมองไม่เห็นฝุ่น แบบนั้นเขาเรียกว่า ‘อนุรักษ์ความล้าหลัง’ มากกว่าอนุรักษ์ธุรกิจนะคะ” “คุณพริมา!” ธามเผลออุทานชื่อเธอออกมาด้วยความตกใจ ระคนทึ่งในความใจกล้าบ้าบิ่นของเธอที่กล้าต่อปากต่อคำกับพ่อของเขาแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที คุณธาดาธิปนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่เคยมีใครหน้าไหนในบริษัท โดยเฉพาะพนักงานรุ่นใหม่ กล้าพูดจาตอกหน้าเขาด้วยเหตุผลที่คมคายและเจ็บแสบขนาดนี้มาก่อน ดวงตาคมกริบของผู้อาวุโสจ้องมองมัณฑนากรสาวนิ่งนาน ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายคนกำลังกลั้นยิ้ม “ปากเก่งเสียจริง... สมแล้วที่เป็นคนที่ธามมันคอยปกป้องนักหนา” คำพูดนั้นทำเอาธามชะงักไป สันกรามที่ขบแน่นคลายออกโดยอัตโนมัติ หันไปมองเสี้ยวหน้าของพริมาที่ยังคงเชิดรั้นไม่ยอมแพ้ แม้คำพูดของประมุขของบ้านจะมีความเยาะหยันอยู่บ้าง แต่ลึกๆ แล้วมันคือการยอมรับกลายๆ ว่าผู้หญิงคนนี้มีของ “ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะท่านประธาน” พริมาตอบกลับหน้าตาย ไม่มีความสะทกสะทองใดๆ “งั้นถือว่าท่านประธานอนุญาตให้เราเดินหน้าโปรเจกต์ต่อแบบไร้เสียงบ่นแล้วนะคะ ส่วนกาแฟแก้วนี้... ฉันชงเองกับมือ หวานน้อยแต่เข้มข้น รับรองว่าช่วยลดความดันได้ดีกว่าการนั่งเถียงกันแน่นอนค่ะ” พูดจบ พริมาก็เอื้อมมือไปคว้าแขนของธามที่ยังยืนแข็งทื่อเป็นเสาหิน ดึงเบาๆ เป็นเชิงบังคับให้เขาขยับตัว “ไปค่ะคุณธาม หมดเวลาเคลียร์คัทเรื่องครอบครัวแล้ว งานรีสอร์ตของเรายังรอให้คนปากจัดอย่างคุณไปตรวจแบบอยู่นะคะ” ธามปล่อยให้เธอจูงเดินออกมาจากห้องทำงานนั้นอย่างจำยอม ความกดดัน หนักอึ้งที่แบกรับไว้เมื่อครู่ราวกับถูกปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัมผัสอุ่นๆ จากมือบางที่กุมข้อมือเขาไว้ และกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางความเงียบของทางเดินยาว ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง พริมาก็ปล่อยมือเขา พร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก “ให้ตายเถอะ... พ่อคุณนี่ดุเป็นเสือเลยนะ ธาม นายรอดมาได้ยังไงตั้งหลายปีเนี่ย” เธอหันมาบ่นอุบอิบพร้อมกับทำหน้ายู่ใส่เขา ธามยืนมองคนตรงหน้า นัยน์ตาคู่คมที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้เสมอ บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนแทบจะเป็นประกาย ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอดพรั่งพรูเข้ามาในอกจนแน่นขนัด ผู้หญิงคนนี้... คนที่ชอบเถียงเขาฉอดๆ คนที่ปากร้ายไม่แพ้กัน แต่กลับก้าวเข้ามาเป็นเกราะคุ้มกันและยืนเคียงข้างเขาในวันที่เขาโดดเดี่ยวที่สุด “ทำไมถึงทำแบบนั้น” ธามเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ร่องรอยความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่ส่งผ่านทางสายตา พริมาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของสถาปนิกหนุ่ม ปรกติเขาต้องพ่นคำพูดกวนประสาทใส่เธอสักประโยคสองประโยคแล้ว แต่นี่... เขากลับมองเธอด้วยสายตาที่ทำให้หัวใจเธอดันเต้นผิดจังหวะเสียอย่างนั้น “ก็... นายดูเหมือนคนกำลังจะระเบิดตึกอยู่แล้วนี่นา” พริมาหลบสายตาไปทางอื่น กลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการยกมือขึ้นกอดอก “อีกอย่าง ฉันเป็นหัวหน้าทีมมัณฑนากรนะ ถ้านายเครียดจนงานพัง งานฉันก็พังตามสิ ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกน่า” ธามกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่แทบจะไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก มันเป็นรอยยิ้มที่จริงใจและอ่อนโยนจนพริมาต้องใจกระตุก เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังกระจกใสของทางเดินโดยมีร่างสูงกักตัวเธอไว้อยู่ตรงกลาง พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำรัวยิ่งกว่าตอนยืนเถียงกับท่านประธานเสียอีก “ธ... ธาม นายจะทำอะไร ที่นี่มันทางเดินนะ!” เธอร้องประท้วง เสียงเริ่มสั่นนิดๆ เมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “ขอบใจนะ...” เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้วNส2นเนียนจนพริมาต้องหลับตาปี๋ด้วยความเขินอาย “ที่ยอมเป็นเกราะให้ฉัน... ยายตัวแสบ” พริมาลืมตาขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป หัวใจของมัณฑนากรสาวเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก สมองที่เคยประมวลผลคำพูดจิกกัดเก่งกาจกลับขาวโพลนไปชั่วขณะ ทว่า ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะหลอมละลายไปกับบรรยากาศหวานล้ำนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นตรงมุมทางเดิน พร้อมกับเสียงเรียกที่ทำให้ทั้งสองคนต้องสะดุ้งสุดตัว “คุณธามคะ! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งาน...!” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของพวกเขานะคะ — **เอมเมอรัลด์อายส์**
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%