เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 26

การตัดสินใจที่เจ็บปวด

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“คุณกำลังทำบ้าอะไรของคุณ ธาม!” เสียงหอบหายใจรดรินอยู่ชิดริมฝีปาก พริมาผงะถอยหลังราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ยังตกค้างจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองโดยอัตโนมัติ รสสัมผัสอุ่นร้อนและความวุ่นวายที่เพิ่งเกิดขึ้นมันชัดเจนเสียจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก แต่คนที่ก่อเรื่องกลับยืนตีหน้าขรึม ราวกับเมื่อกี้ไม่ได้เพิ่งทำลายเส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์อันเปราะบางลงด้วยซ้ำ ธามถอนหายใจยาว แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและแรงปะทะยามเถียงกันเรื่องงาน กลับไหววับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและยากจะคาดเดา เขายัดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋าเสื้อกาวน์สถาปนิก รักษาระยะห่างทันทีราวกับต้องการสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาขวางกั้นอีกครั้ง “ผมไม่ได้ทำอะไร... ผมแค่เรียกสติคุณ” น้ำเสียงห้วนจัดถูกพ่นออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง “หยุดทำตัวเป็นเด็กดื้อแล้วฟังผมให้ดีนะ พริมา” “เด็กดื้อเหรอ?” หญิงสาวทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอเต็มไปด้วยความหยันแต่แฝงความร้าวราญไว้ลึกๆ “ฉันไม่ใช่เด็กอายุสิบห้าที่จะต้องให้คุณมาคอยชี้แนะเส้นทางชีวิตนะธาม! โปรjекต์ที่มิลานนั่น... ฉันคว้ามันมาได้ด้วยความสามารถของฉันเอง ไม่ใช่เพราะความสงสารหรือความใจดีจอมปลอมของคุณ!” “ใครบอกว่าผมสงสารคุณ!” ธามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นและติดจะหงุดหงิดเสียจนคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม “ตื่นซะทีเถอะพริมา! คุณเก่ง... ยอมรับสิว่าคุณเก่งจนบางทีมันก็ทะเยอทะยานเกินกว่าจะมาจมปลักอยู่กับโปรเจกต์บ้านๆ ในบริษัทเล็กๆ อย่างผม หรือในประเทศที่กรอบความคิดมันแคบแค่นี้!” “แล้วทำไมล่ะ! ทำไมฉันจะต้องทิ้งทุกอย่างที่นี่เพื่อไปเริ่มต้นใหม่ในที่ที่ฉันไม่มีใครเลยด้วยเล่า!” พริมาตะโกนออกไป น้ำตาคลอเบ้าอย่างสุดจะกลั้น ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาตลอดหลายวันปะทุขึ้นมาพร้อมกัน เธอมองหน้าผู้ชายตรงหน้า—ผู้ชายปากร้ายที่คอยขัดขาเธอในทุกเรื่อง แต่กลับเป็นคนเดียวกันที่แอบแก้แบบแปลนโครงสร้างให้เธอตอนดึกดื่น แอบซื้อกาแฟแก้วโปรดมาวางไว้บนโต๊ะเงียบๆ และตอนนี้... กำลังพยายามผลักไสเธอให้บินไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพียงเพราะเขาคิดว่ามันดีต่ออนาคตของเธอ “เพราะที่นี่มันไม่ใช่ที่สำหรับคนที่มีศักยภาพอย่างคุณ” ธามผ่อนลมหายใจยาว แววตาที่มองเธอมันทั้งดุดันและเจ็บปวดในคราวเดียวกัน “ตึกสูงระฟ้าที่ยุโรป งานดีไซน์ระดับโลกที่พวกเขารอให้คุณไปสร้างสรรค์... นั่นต่างหากคือที่ของคุณ ไม่ใช่มายืนเถียงกับสถาปนิกปากจัดอย่างผมเรื่องกระเบื้องห้องน้ำไปวันๆ” “คุณพูดเหมือนกับว่า... เราจะไม่เจอกันอีกเลยนะธาม” เสียงของพริมาแผ่วลงทันที ความแข็งกร้าวเมื่อครู่ละลายหายไปเหลือเพียงความเวิ้งว้างในอก ดวงตาคู่สวยสั่นระริกยามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมของเขา เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เพื่อพยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ ธามนิ่งเงัดไป วินาทีนั้น... กำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดแทบจะพังทลายลงมาอีกรอบ สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน เขาเบือนหน้าหนีไปมองนอกกระจกหน้าต่างออฟฟิศที่สะท้อนภาพเมืองยามค่ำคืน เพื่อซ่อนประกายความเจ็บปวดที่วาบผ่านนัยน์ตา “มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในอกมันร้อนรุ่มราวยفةมีไฟสุม “ต่างคนต่างไปเติบโตในเส้นทางของตัวเอง... มันคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้ว พริมา” “การตัดสินใจบ้าอะไรของคุณ!” น้ำตาหยดหนึ่งไหลร่วงลงมาอาบแก้มเนียนอย่างไม่อาจควบคุม พริมาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “คุณคิดแทนฉันอีกแล้วนะธาม... คุณคิดว่าการผลักฉันออกไปแล้วทำตัวเป็นคนใจร้ายมันเท่มากรึไง? คุณคิดว่าฉันต้องการอนาคตที่ไม่มีคุณอยู่ด้วยเหรอ—!” เธอชะงักไป คำพูดที่พลั้งปากออกไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ธามหันขวับกลับมามองเธอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจของคนฟังกระตุกวูบอย่างรุนแรงกับประโยคที่เพิ่งหลุดออกมาจากริมฝีปากสั่นระริกนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ มันเป็นความเงียบที่ดังหนวกหูที่สุดในชีวิต เสียงหัวใจเต้นโครมครามประสานไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว เคมีและความรู้สึกโหยหาที่อัดแน่นอยู่เต็มอกแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ ธามก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ ทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งร่างสูงยืนประชิดตัวมัณฑนากรสาว ปลายนิ้วเรียวใหญ่เอื้อมออกไปอย่างสั่นเทา หมายจะเกลี่ยหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนออกให้อย่างเผลอตัว พริมาไม่ได้ถอยหนี เธอยังคงยืนนิ่งเงยหน้าสบตาเขา หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ธามโน้มใบหน้าลงมาดั่งถูกมนต์สะกด ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะแตะเข้ากับแก้มของเธออยู่แล้ว ทว่าในจังหวะที่หัวใจของรี้ดเดอร์กำลังพองโตและจิกหมอนลุ้นไปกับโมเมนต์หวานปนดราม่าอันแสนบีบคั้นหัวใจนั้นเอง— *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท “คุณธามคะ! เอกสารอนุมัติงบจากบอร์ดบริหารชุดสุดท้ายมาแล้วค่ะ... เอ๊ะ! ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?” เสียงแหลมสูงของเลขาฝึกงานสาวดังลั่นห้องทำงาน พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบยืนประชิดตัวกับมัณฑนากรสาวคนเก่งในระยะประชิดชนิดแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว! ธามผละถอยหลังออกห่างจากพริมาด้วยความรวดเร็วราویกับโดนไฟลวก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดจนแทบจะกินหัวคนได้ ส่วนพริมาหน้าแดงก่ำ รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ แล้วหันหลังขวับเพื่อหลบซ่อนความเขินอายและหลักฐานความอ่อนแอเมื่อครู่อย่างลนลาน ธามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะ ดำมืดในแววตาฉายชัดขณะหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิต “วางไว้ตรงนั้น... แล้วออกไปให้พ้นจากห้องนี้เดี๋ยวนี้!” “ขอบคุณค่ะรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!”
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%