“คุณกำลังทำบ้าอะไรของคุณ ธาม!”
เสียงหอบหายใจรดรินอยู่ชิดริมฝีปาก พริมาผงะถอยหลังราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อต ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่ยังตกค้างจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ปลายนิ้วเรียวเผลอยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองโดยอัตโนมัติ รสสัมผัสอุ่นร้อนและความวุ่นวายที่เพิ่งเกิดขึ้นมันชัดเจนเสียจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก
แต่คนที่ก่อเรื่องกลับยืนตีหน้าขรึม ราวกับเมื่อกี้ไม่ได้เพิ่งทำลายเส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์อันเปราะบางลงด้วยซ้ำ
ธามถอนหายใจยาว แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและแรงปะทะยามเถียงกันเรื่องงาน กลับไหววับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและยากจะคาดเดา เขายัดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋าเสื้อกาวน์สถาปนิก รักษาระยะห่างทันทีราวกับต้องการสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาขวางกั้นอีกครั้ง
“ผมไม่ได้ทำอะไร... ผมแค่เรียกสติคุณ” น้ำเสียงห้วนจัดถูกพ่นออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง “หยุดทำตัวเป็นเด็กดื้อแล้วฟังผมให้ดีนะ พริมา”
“เด็กดื้อเหรอ?” หญิงสาวทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอเต็มไปด้วยความหยันแต่แฝงความร้าวราญไว้ลึกๆ “ฉันไม่ใช่เด็กอายุสิบห้าที่จะต้องให้คุณมาคอยชี้แนะเส้นทางชีวิตนะธาม! โปรjекต์ที่มิลานนั่น... ฉันคว้ามันมาได้ด้วยความสามารถของฉันเอง ไม่ใช่เพราะความสงสารหรือความใจดีจอมปลอมของคุณ!”
“ใครบอกว่าผมสงสารคุณ!” ธามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นและติดจะหงุดหงิดเสียจนคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม “ตื่นซะทีเถอะพริมา! คุณเก่ง... ยอมรับสิว่าคุณเก่งจนบางทีมันก็ทะเยอทะยานเกินกว่าจะมาจมปลักอยู่กับโปรเจกต์บ้านๆ ในบริษัทเล็กๆ อย่างผม หรือในประเทศที่กรอบความคิดมันแคบแค่นี้!”
“แล้วทำไมล่ะ! ทำไมฉันจะต้องทิ้งทุกอย่างที่นี่เพื่อไปเริ่มต้นใหม่ในที่ที่ฉันไม่มีใครเลยด้วยเล่า!”
พริมาตะโกนออกไป น้ำตาคลอเบ้าอย่างสุดจะกลั้น ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาตลอดหลายวันปะทุขึ้นมาพร้อมกัน เธอมองหน้าผู้ชายตรงหน้า—ผู้ชายปากร้ายที่คอยขัดขาเธอในทุกเรื่อง แต่กลับเป็นคนเดียวกันที่แอบแก้แบบแปลนโครงสร้างให้เธอตอนดึกดื่น แอบซื้อกาแฟแก้วโปรดมาวางไว้บนโต๊ะเงียบๆ และตอนนี้... กำลังพยายามผลักไสเธอให้บินไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพียงเพราะเขาคิดว่ามันดีต่ออนาคตของเธอ
“เพราะที่นี่มันไม่ใช่ที่สำหรับคนที่มีศักยภาพอย่างคุณ” ธามผ่อนลมหายใจยาว แววตาที่มองเธอมันทั้งดุดันและเจ็บปวดในคราวเดียวกัน “ตึกสูงระฟ้าที่ยุโรป งานดีไซน์ระดับโลกที่พวกเขารอให้คุณไปสร้างสรรค์... นั่นต่างหากคือที่ของคุณ ไม่ใช่มายืนเถียงกับสถาปนิกปากจัดอย่างผมเรื่องกระเบื้องห้องน้ำไปวันๆ”
“คุณพูดเหมือนกับว่า... เราจะไม่เจอกันอีกเลยนะธาม”
เสียงของพริมาแผ่วลงทันที ความแข็งกร้าวเมื่อครู่ละลายหายไปเหลือเพียงความเวิ้งว้างในอก ดวงตาคู่สวยสั่นระริกยามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมของเขา เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เพื่อพยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ
ธามนิ่งเงัดไป วินาทีนั้น... กำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดแทบจะพังทลายลงมาอีกรอบ สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน เขาเบือนหน้าหนีไปมองนอกกระจกหน้าต่างออฟฟิศที่สะท้อนภาพเมืองยามค่ำคืน เพื่อซ่อนประกายความเจ็บปวดที่วาบผ่านนัยน์ตา
“มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในอกมันร้อนรุ่มราวยفةมีไฟสุม “ต่างคนต่างไปเติบโตในเส้นทางของตัวเอง... มันคือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแล้ว พริมา”
“การตัดสินใจบ้าอะไรของคุณ!” น้ำตาหยดหนึ่งไหลร่วงลงมาอาบแก้มเนียนอย่างไม่อาจควบคุม พริมาแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา “คุณคิดแทนฉันอีกแล้วนะธาม... คุณคิดว่าการผลักฉันออกไปแล้วทำตัวเป็นคนใจร้ายมันเท่มากรึไง? คุณคิดว่าฉันต้องการอนาคตที่ไม่มีคุณอยู่ด้วยเหรอ—!”
เธอชะงักไป คำพูดที่พลั้งปากออกไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ธามหันขวับกลับมามองเธอ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจของคนฟังกระตุกวูบอย่างรุนแรงกับประโยคที่เพิ่งหลุดออกมาจากริมฝีปากสั่นระริกนั้น
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ มันเป็นความเงียบที่ดังหนวกหูที่สุดในชีวิต เสียงหัวใจเต้นโครมครามประสานไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว เคมีและความรู้สึกโหยหาที่อัดแน่นอยู่เต็มอกแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ
ธามก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ ทีละก้าว... ทีละก้าว จนกระทั่งร่างสูงยืนประชิดตัวมัณฑนากรสาว ปลายนิ้วเรียวใหญ่เอื้อมออกไปอย่างสั่นเทา หมายจะเกลี่ยหยาดน้ำตาบนแก้มเนียนออกให้อย่างเผลอตัว พริมาไม่ได้ถอยหนี เธอยังคงยืนนิ่งเงยหน้าสบตาเขา หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
ธามโน้มใบหน้าลงมาดั่งถูกมนต์สะกด ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะแตะเข้ากับแก้มของเธออยู่แล้ว ทว่าในจังหวะที่หัวใจของรี้ดเดอร์กำลังพองโตและจิกหมอนลุ้นไปกับโมเมนต์หวานปนดราม่าอันแสนบีบคั้นหัวใจนั้นเอง—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท
“คุณธามคะ! เอกสารอนุมัติงบจากบอร์ดบริหารชุดสุดท้ายมาแล้วค่ะ... เอ๊ะ! ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?”
เสียงแหลมสูงของเลขาฝึกงานสาวดังลั่นห้องทำงาน พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบยืนประชิดตัวกับมัณฑนากรสาวคนเก่งในระยะประชิดชนิดแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว!
ธามผละถอยหลังออกห่างจากพริมาด้วยความรวดเร็วราویกับโดนไฟลวก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดจนแทบจะกินหัวคนได้ ส่วนพริมาหน้าแดงก่ำ รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ แล้วหันหลังขวับเพื่อหลบซ่อนความเขินอายและหลักฐานความอ่อนแอเมื่อครู่อย่างลนลาน
ธามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะ ดำมืดในแววตาฉายชัดขณะหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิต
“วางไว้ตรงนั้น... แล้วออกไปให้พ้นจากห้องนี้เดี๋ยวนี้!”
“ขอบคุณค่ะรี้ดเดอร์ทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!”
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 26
การตัดสินใจที่เจ็บปวด
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!