เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 16

กำแพงที่ทลายลง

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
“หมดเวลาโรแมนติกแล้วค่ะคุณสถาปนิก... ไปลุยน้ำตบปัญหากันดีกว่า!” เสียงใสที่สะท้อนก้องอยู่ในห้องทำงานชั่วคราวหน้าไซต์งานก่อสร้าง ยังคงดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของธาม แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ แล้วก็ตาม สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและวาจาเชือดเฉือน กำลังยืนกอดอกนิ่งอยู่หน้าโต๊ะดราฟต์แบบแปลน ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกดูรกเร้าสายตาด้วยรอยเปื้อนฝุ่นปูนเล็กน้อย แต่นั่นกลับไม่ได้ลดทอนความดูดีลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับขับเน้นให้เขาดูเป็นผู้ชายที่พร้อมลุยงานจริง ไม่ใช่แค่คุณชายห้องแอร์อย่างที่พริมาเคยปรามาสไว้ในใจตอนแรก สายตาคมกริบมองลอดผ่านแว่นสายตา กรอบโลหะบางเฉียบไปยังร่างบางของมัณฑนากรสาวที่กำลังงละมุลอยู่กับกองวัสดุปูพื้นกระเบื้องยางลายไม้ เธอไม่ได้สวมรองเท้าส้นสูงคู่เก่งในวันนี้ แต่เลือกเปลี่ยนเป็นผ้าใบสีขาวเลอะคราบฝุ่นปูน และกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ที่พับขาขึ้นลวกๆ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นหางม้าสูงอย่างทะัดทะแมง เผยให้เห็นลำคอระหงและหยดเหงื่อพราวที่ไรผม ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของธามไม่ใช่ความเหนื่อยล้า หากแต่เป็นประกายตาที่มุ่งมั่นและรอยยิ้มมุมปากอย่างคนเอาชนะ เมื่อเธอเพิ่งแก้ปัญหาหน้างานเฉพาะหน้าเรื่องระดับพื้นต่างระดับได้อย่างเฉียบคม โดยไม่ต้องรื้อระบบท่อระบายน้ำใหม่ตามที่ผู้รับเหมาหัวหมอพยายามจะยัดเยียด “มองอะไรคะคุณธาม กลัวว่าผลงานการออกแบบภายในของฉันจะไปทำลายสถาปัตยกรรมระดับมาสเตอร์พีซของคุณจนป่นปี้หรือไง” พริมาเงยหน้าขึ้นจากชาร์จสีตัวอย่างวัสดุ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายเช่นเคย เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากลวกๆ จนฝุ่นปูนจางๆ ติดเปื้อนแก้มนวลโดยไม่รู้ตัว ท่าทางห้าวหาญแต่น่ารักโดยธรรมชาติแบบนั้น ทำให้คนที่ยืนมองอยู่เงียบๆ ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ธามแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เดินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาใกล้โต๊ะตัวใหญ่ที่เธอยืนอยู่ จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่เด็กผสมกับกลิ่นอายฝุ่นดินและเหงื่อจากการทำงานลอยมาแตะจมูก เป็นความดิบและจริงใจที่สถาปนิกหนุ่มไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสจากผู้หญิงคนไหนในแวดวงไฮโซที่เขาคุ้นเคย “ผมไม่ได้กลัวว่าคุณจะทำลายผลงานผมหرอกพริมา...” ธามเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลขึ้นโดยอัตโนมัติอย่างที่เจ้าตัวก็แทบไม่ทันรู้ตัว “ผมแค่แปลกใจ... ที่ผู้หญิงปากเก่งอย่างคุณ วันนี้กลับยอมก้มหัวลงมาลุยงานหน้างานแบบไม่กลัวเลอะเทอะเหมือนที่ผ่านมา” พริมาหรี่ตามองเขาอย่างรู้ทัน เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยยอมแพ้ใคร “ก็เพราะว่าฉันเพิ่งรู้ต่างหากล่ะคะ ว่าบางที... ทฤษฎีที่สวยหรูบนกระดาษของคุณ มันก็ต้องอาศัยมือที่เปื้อนโคลนของคนอื่นมาทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาได้เหมือนกัน” คำพูดนั้นไม่ได้เจือความประชดประชันเหมือนทุกที แต่กลับแฝงรอยยิ้มยอมรับและแววตาชื่นชมลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ความดื้อรั้น ธามชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึกของสถาปนิกหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่มีความเย่อหยิ่งจองหองหลงเหลืออยู่เลย “พูดแบบนี้... แปลว่าเริ่มยอมรับสไตล์งานดิบๆ ของผมแล้วสินะครับ” เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ ระยะห่างที่ใกล้จนเกินพอใจทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างกะทันหัน พริมานิ่งงันไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ความใกล้ชิดนี้ทำเอาสติที่เคยแข็งแกร่งของเธอเริ่มกระเจิดกระเจิง หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน ปกติเธอต้องหาคำพูดจิกกัดมาตอบโต้เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่วินาทีนี้... สมองเธอกลับขาวโพลนไปหมด “ฉัน... ฉันแค่ยอมรับว่าคุณไม่ได้เก่งแต่ปากแค่นั้นแหละค่ะ” เธอพยายามเค้นเสียงออกมาให้หนักแน่นที่สุด แม้ว่าพวงแก้มเนียนใสจะเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ธามหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างชอบใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปเป็นเก้ๆ กังๆ ของแม่เสือสาวปากเก่ง มือหนายื่นออกไปโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดเกลี่ยคราบฝุ่นสีขาวที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มเนียนของเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนเกินคาดเดานั้นทำให้พริมาถึงกับตัวแข็งทื่อ ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านผิวเนื้อ สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ “หน้าเลอะหมดแล้วครับ... คุณมัณฑนากรคนเก่ง” เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากริมฝีปากที่อยู่ใกล้แค่คืบ ทำเอาพริมาแทบจะหลอมละลายไปกับพื้นปูนตรงนั้น บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ โลกทั้งใบเหลือเพียงแค่สายตาคู่คมที่มองมาอย่างลึกซึ้งและความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่ยังคงสัมผัสอยู่ข้างแก้ม กำแพงความหึงหวง ทิฐิ และความเกลียดขี้หน้ากันในวันแรก ถูกพังทลายลงทีละน้อย เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่เติบโตขึ้นอย่างเงียบเชียบในใจของคนทั้งคู่ เป็นความเข้าใจ เป็นการยอมรับ และเป็นความผูกพันที่เกินเลยคำว่าเพื่อนร่วมงานไปไกลลิบ ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำและใบหน้าของทั้งคู่ค่อยๆโน้มเข้าหากันทีละนิดเพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเอะอะก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง! “คุณธามครับ! แย่แล้วครับคุณธาม! ทีมงานฝ่ายระบบโครงสร้างแจ้งมาว่า ท่อเมนหลักที่ฝังอยู่ใต้พื้นคอนกรีตโซน C เกิดรอยร้าว น้ำรั่วซึมเข้าฐานรากแล้วครับตอนนี้!” เสียงตะโกนกระหืดกระหอบของหัวหน้าโฟורה์แมนที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มและมัณฑนากรสาวยืนประชิดติดกันจนแทบจะสิงร่างอยู่กลางห้องทำงานชั่วคราว ธามผละตัวออกอย่างรวดเร็ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมจริงจังในเสี้ยววินาที เช่นเดียวกับพริมาที่รีบก้าวถอยหลัง หน้าแดงแจ๋ด้วยความตกใจและกระอักกระอ่วนใจระคนกัน ธามขบกรามแน่น สายตาคมกริบตวัดมองไปยังทิศทางของโซน C ทันที ปัญหาใหญ่ที่ไม่อาจคาดคิดกำลังรอให้พวกเขาไปสะสาง ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองพริมาด้วยแววตาที่สื่อความหมายบางอย่างชัดเจน “ดูท่าทาง... น้ำตบปัญหาที่คุณว่า คงต้องเปลี่ยนเป็นสึนามิซะแล้วล่ะมั้งครับ” ธามเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย พริมาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมา เธอยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ แล้วปั้นหน้าเชิดใส่เขากลับทันที กลบเกลื่อนความเขินอายเมื่อครู่ด้วยความดุดันแบบสายลุย “ก็ดีเหมือนกันค่ะ! ฉันจะได้พิสูจน์ให้คุณเห็นว่า... ต่อให้สึนามิมาถล่ม งานออกแบบของฉันก็ไม่มีทางพังคามือคุณเด็ดขาด!” พริมาหมุนตัวเตรียมจะวิ่งนำหน้าไปยังจุดเกิดเหตุทันที แต่ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวเท้าพ้นขอบประตู เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของธามก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบที่กำลังก่อตัวอีกครั้ง สถาปนิกหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเหลือบมองหน้าจอเพียงแววตาเดียว สีหน้าที่เคยเคร่งเครียดจากปัญหาหน้างาน กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเรียบเฉยจนน่ากลัวในทันทีที่เห็นชื่อผู้โทรเข้า พริมาหันกลับมามองด้วยความสงสัย เมื่อเห็นกรามของธามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน และรังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันชัดเจนเสียจนเธอนิ่งงันไป “ใครโทรมาคะ...” พริโตถามเสียงแผ่วโดยสัญชาตญาณ ธามกดรับสายด้วยสีหน้าที่เรียบสนิทจนน่ากลัว ก่อนกรอกเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกไปเพียงประโยคเดียว ที่ทำเอาเลือดในกายของพริมาเย็นเฉียบลงทันที “เธอ... กลับมาเหยียบที่นี่ทำไมอีก” (โปรดติดตามตอนต่อไป) ด้วยรักและอินจัด เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%