เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 2

กฎเหล็กที่ถูกทำลาย

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
เสียงหัวeเราะเบาๆ ในประโยคกวนประสาทของไอ้คุณกรณ์ยังไม่ทันจางหายไปจากโถงทางเดินคอนกรีตเปลือยผิวของไซต์งานโปรเจกต์ ‘The Heritage’ พริมาก็เลือกที่จะตอบกลับด้วยการกระทำที่เด็ดขาดกว่าการต่อปากต่อคำ—เธอปัดแฟ้มเอกสารรายงานความคืบหน้าออกจากมือของสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่คนนั้นอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวฉับๆ ผ่านวงล้อมของบรรดาโฟร์แมนและวิศวกรสนามที่ยืนหน้าซีดเป็นไก่ตาแตกราวกับกำลังรอรับทัณฑ์บนจากพญายม “คุณพิมพ์! เดี๋ยวก่อนครับ นั่นมันแปลนโครงสร้างหลักที่ผ่านการอนุมัติจากคุณธามมาแล้วถึงสามรอบนะ!” เสียงร้องท้วงของกรณ์ดังไล่หลังมา แต่มันช่างน่ารำคาญเสียจนหญิงสาวเลือกที่จะทำเป็นหูทวนลม พริมาในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีครีมตัดกับรองเท้าส้นสูงสีดำที่ส่งเสียงกระทบพื้นปูนซีเมนต์อย่างมั่นอกมั่นใจ ไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำขู่ของใครทั้งสิ้น เธอกวาดสายตาคมกริบมองโครงสร้างผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่ถูกหล่อขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบตามหลักเรขาคณิต... แต่มันช่างแห้งแล้ง ไร้จิตวิญญาณ และเย็นชาเสียจนเธอรู้สึกหายใจไม่ออก สมกับที่เป็นผลงานของ ‘ธาม ธาดาธิป’ ผู้ชายที่มองโลกเป็นเส้นตรงและทุกอย่างต้องถูกตีเส้นด้วยไม้บรรทัดเหล็ก *น่าเบื่อ... สถาปัตยกรรมบ้าอะไรไร้ที่ซ่อนความลับเป็นบ้า* มัณฑนากรสาวคิดในใจขณะดึงม้วนกระดาษไขร่างแบบแปลนภายในออกจากกระเป๋าหนังทรง tote ของตัวเอง เธอคว้าปากกาเคมีสีแดงเข้มจากกระเป๋าเสื้อสูทรวดเร็วราวกับนักฆ่าเตรียมปลิดชีพเหยื่อ ก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนจุดเชื่อมต่อระหว่างห้องโถงรับรองกับสวนหย่อมกลางบ้านที่ธามยืนกรานนักหนาว่าต้องกั้นด้วยผนังกระจกใสบานใหญ่เต็มพื้นที่เพื่อความโล่งโปร่งตา *ฉับ!* เส้นสีแดงถูกลากทับแนวผนังกระจกเดิมอย่างไม่ไยดี พร้อมกับลูกศรที่เขียนข้อความหวัดๆ แต่เฉียบขาดว่า: *“เจาะทะลวงผนังทึบตรงนี้ ใส่ระเบียงโค้งยื่นออกไปรับลมสวน และเปลี่ยนกระจกเป็นบานกระทุ้งครึ่งท่อนซะ ไม่งั้นแขกที่มางานเลี้ยงจะอึดอัดจนต้องวิ่งไปสำลักออกซิเจนตายกลางห้องแน่คุณสถาปนิกเทวดา!”* “คุณกำลังทำบ้าอะไรอยู่ พริมา พิมพ์มาดา!” เสียงทุ้มต่ำที่ทรงพลังและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนสีเทาเข้ม ธามยืนกอดอกอยู่ตรงซุ้มประตูทางเข้า ดวงตาคมกราบกวาดมองแปลนกระดาษในมือเธอสลับกับรอยหมึกสีแดงบนผนังคอนกรีตจริงด้วยแววตาที่แทบจะพ่นไฟออกมาได้ พริมาไม่แม้แต่จะสะดุ้งโหยหาความเกรงกลัว เธอยืดตัวขึ้นตรง หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของโปรเจกต์ที่กำลังขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุกอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสนิทไร้อารมณ์ตอนนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธระคนเหลือเชื่อที่ใครกล้ามาแตะต้อง ‘งานศิลป์’ ของเขา “อ้าว คุณธาม... ลงมาจากหอคอยงาช้างแล้วเหรอคะ นึกว่ากำลังนั่งกอดโมเดลบ้านหลังนี้ร้องไห้เพราะกลัวว่ามันจะมีมุมอับสายตาเสียอีก” พริมาลากเสียงกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากของเธอยิ่งเติมเชื้อไฟให้ผู้ชายตรงหน้าพุ่งทะยานถึงขีดสุด “คุณมีสิทธิ์อะไรมาแก้แบบของผม?” ธามก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยระยะห่างที่อันตราย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนและบุคลิกที่กดดันทำให้พริมาต้องสูดลมหายใจลึก แต่เธอก็ยังเชิดหน้าสู้ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว “นี่มันแปลนโครงสร้างที่ผ่านการคำนวณรับน้ำหนักมาอย่างแม่นยำทุกมิลลิเมตร ไม่ใช่กระดาษวาดเล่นในชั่วโมงศิลปะเด็กอนุบาลนะที่คุณจะมาขีดฆ่าตามอำเภอใจแบบนี้!” “แม่นยำเหรอคะ?” พริ่ายกยิ้มเยาะ เธอใช้ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่อกเสื้อเชิ้ตของเขาตรงตำแหน่งกระเป๋าเสื้อ เป็นการท้าทายเส้นความอดทนที่บางเฉียบเสียยิ่งกว่าเส้นด้าย “แม่นยำจนลืมไปหรือเปล่าว่ามนุษย์ที่ต้องมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้เขาไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์แบบคุณ บ้านหลังนี้ต้องการพื้นที่หายใจค่ะธาม ไม่ใช่ห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ทุกตารางนิ้วต้องเป๊ะจนน่าอึดอัด” “คุณมันพวกไร้ระเบียบ ทำงานตามแต่อารมณ์ชั่ววูบ!” ธามกัดฟันกรอด ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ อย่างคาดโทษ “เพราะอีโก้บ้าๆ ของคุณแบบนี้ไง งานอินทีเรียถึงได้ชอบมาทำลายงานสถาปัตยกรรมสวยๆ ให้พังไม่เป็นท่าอยู่เรื่อย” “อ๋อเหรอคะ? งั้นก็เชิญคุณกอดแปลนบ้านบ้าๆ ของคุณไว้คนเดียวเถอะค่ะ เพราะถ้าสร้างออกมาตามแบบเดิมจริงๆ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนแรกที่เขียนรีวิวประจานว่าบ้านสถาปนิกรางวัล Asean Awards หลังนี้ออกแบบมาได้ไร้หัวใจสิ้นดี!” พริมาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอทั้งเฉียบคมและเยาะเย้ยในเวลาเดียวกัน เธอยื่นแฟ้มเอกสารคืนให้เขาด้วยความแรงระดับที่ทำให้กระดาษด้านในกระพือไหว แต่ธามไม่ยอมรับมัน มือหนาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนเกินควบคุม สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาที่ทาบทับลงบนผิวเนื้อนุ่มทำให้ลมหายใจของพริมาสะดุดไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันกำลังสะท้อนภาพเงาของเธอเข้าไปลึกถึงก้นบึ้งของความรู้สึก เคมีบางอย่างที่ทั้งร้อนแรงและอันตรายระเบิดตัวขึ้นเงียบๆ ในอากาศรอบตัวพวกเขาทั้งคู่ ท่ามกลางเสียงซุบซิบของคนงานก่อสร้างที่ต่างพากันถอยกรูดไปคนละทิศละทาง “ปล่อยค่ะธาม คุณไม่มีสิทธิ์มาจับตัวฉันนะ” พริมาเอ่ยเสียงกระซิบ รnพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงของสถาปนิกหนุ่มกลับมหาศาลเสียจนเธอนึกอยากจะเตะหน้าแข้งเขาให้รู้แล้วรู้รอด “ผมมีสิทธิ์ทุกอย่างในพื้นที่ของผม... และคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งรื้ออะไรทั้งนั้นจนกว่าเราจะเคลียร์เรื่องนี้กันให้รู้เรื่อง” ธามโน้มใบหน้าลงมาหาเธอ ร่างสูงใหญ่กักตัวเธอไว้ระหว่างผนังปูนเปลือยกับแผงอกแข็งแกร่งของเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มจนพริมาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์ระหว่างคนปากจัดทั้งสองจะก้าวข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้ไปมากกว่าเดิม เสียงปรบมือเบาๆ สองสามครั้งจากทางด้านหลังก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกนั้นลงอย่างไม่ไว้หน้า “โอ้โห... ภาพบาดตาบาดใจนี่มันอะไรกันครับเนี่ย? ผมมาช้าไปหรือเปล่า หรือว่าพวกคุณกำลังประชุม ‘นอกรอบ’ เรื่องแปลนบ้านหลังใหม่อย่างดุเดือดกันอยู่จริงๆ?” ธามและพริมาผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต สถาปนิกหนุ่มยอมปล่อยข้อมือเรียวด้วยความเสียดายลึกๆ ขณะที่พริมาสูดหายใจเข้าปอดลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่หันไปมองต้นตอของเสียงกวนประสาทพร้อมกัน ตรงซุ้มทางเข้าไซต์งาน ร่างสูงโปรغในชุดสูทแบรนด์เนมเนี๊ยบกริบของ ‘กรณ์’ กำลังยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายอารมณ์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาสำอาง แต่วันนี้ไม่ได้มีแค่กรณ์คนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนั้น ข้างกายของเขาคือร่างระหงในชุดเดรสยาวผ้าไหมสีเขียวมรกตที่เดินนินทาเอื่อยเฉื่อยเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองสภาพที่ชวนให้คิดลึกของธามและพริมาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “สวัสดีค่ะทุกคน... ธามคะ พอดีพิมพ์ผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้คุณเซ็นอนุมัติค่ะ” เสียงหวานใสของ ‘พิมพ์รตา’—อดีคนคู่หมั้นสาวสวยไฮโซที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศและเป็นลูกสาวเจ้าของโปรเจกต์รายใหญ่—ดังขึ้นทำลายความเงียบงันทั้งหมดลง เธอเดินตรงเข้าไปหาธามอย่างสนิทสนม พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้เขาโดยไม่สนใจสายตาแข็งกร้าวที่พริมาส่งมาให้เลยแม้แต่น้อย ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขารับซองเอกสารมาถือไว้ลวกๆ สายตายังคงเหลือบมองพริมาที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าสวยเชิ่ดขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด “คุณพิมพ์รตามาทำอะไรที่นี่ครับ?” ธามเอ่ยถามเสียงเรียบ เจือความรำคาญไว้อย่างไม่ปิดบัง “อ้าว... ก็คุณพ่อบอกว่าแปลนภายในมีปัญหาไม่ใช่เหรอคะ พิมพ์เลยอาสาเอาเอกสารอนุมัติงบปรับปรุงส่วนของสระว่ายน้ำมาให้คุณเซ็นด่วนน่ะค่ะ เผื่อว่าเราจะได้จัดงานปาร์ตี้เปิดตัวบ้านหลังนี้ด้วยกันเร็วๆ นี้ไงคะ” พิมพ์รตาแย้มยิ้มกว้าง ขยับเข้าไปใกล้ธามจนแขนแทบจะแนบชิดกับอกของเขา พริมาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นดังพอที่จะทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นหันมามองเป็นตาเดียว มัณฑนากรสาวส่งสายตาเหยียดหยามไปยังคู่หมั้นสาวแสนandสม2ของธาม ก่อนจะหันมาสบตากับสถาปนิกหนุ่มตรงๆ ด้วยรอยยิ้มเย็นชา “อ้อ... งั้นก็ตามสบายเลยนะคะ เชิญพวกคุณเคลียร์เรื่องปาร์ตี้กันตามใจชอบเถอะค่ะ ส่วนแปลนบ้านตรงนี้... ถ้าคิดว่าจะสร้างตึกร้างไร้หัวใจให้ออกมาเป็นอนุสาวรีย์ความเย่อหยิ่งของตัวเองได้สำเร็จ ก็เชิญเซ็นอนุมัติแล้วลงมือทำได้เลยค่ะ... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าถ้าลูกค้าเดินเข้ามาแล้วบ่นว่าอึดอัดจนอยากจะกระโดดตึกตาย ฉันจะไม่ยอมเอาชื่อตัวเองไปแปะร่วมกับโปรเจกต์ห่วยๆ นี่เด็ดขาด!” พริมาคว้ากระเป๋าถือของตัวเองขึ้นสะพายบ่า สะบัดหน้าหนีอย่างไม่ไยดี แล้วก้าวฉับๆ เดินสวนผ่านพิมพ์รตาและกรณ์ออกไปจากไซต์งานโดยไม่หันกลับมามองอีกเลยแม้แต่นิดเดียว “เดี๋ยวสิพริมา!” ธามเผลออุทานออกมา เขารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ ร่างสูงทำท่าจะก้าวเท้าตามผู้หญิงปากเก่งคนนั้นไปทันที “ธามคะ... จะรีบไปไหนเหรอคะ เอกสารตรงนี้ต้องรีบเซ็นนะคะ คุณพ่อรอฟังข่าวอยู่” พิมพ์รตารั้งแขนเขาไว้ด้วยใบหน้าออดอเซาะ ธามหยุดชะงัก เขาก้มมองซองเอกสารในมือสลับกับประตูทางออกที่พริมาเพิ่งเดินหายลับไป สายตาคมกริบกวาดมองรอยหมึกสีแดงบนผนังคอนกรีตที่ยังคงทิ้งข้อความท้าทายเอาไว้เด่นชัด... *ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไง... ถึงได้เข้ามาปั่นหัวโลกทั้งใบของเขาจนพังไม่เป็นท่าแบบนี้!* ธามขบกรามแน่นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด... และบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้นซึ่งเขายังไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับกับตัวเอง -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและอินไปกับความปากร้ายแต่คลั่งรักของยัยน้องกับพี่ธามนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - เอมเมอรัลด์อายส์
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%