เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 3

มื้อค่ำที่ไม่ราบรื่น

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"บอกแล้วไงคะว่าแปลนตรงนี้มันต้องขยับออกไปอีกสبعเซนติเมตร ไม่ใช่ดึงเข้าหาตัวเพื่อเอาใจรสนิยมจืดชืดของคุณ!" เสียงตวาดแหลมสูงของพริมาดังสะท้อนก้องไปทั่วโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าของไซต์งานชั้นสิบสอง บรรยากาศรอบตัวอึมครึมด้วยฝุ่นปูนและกลิ่นอายความอับชื้นจากพายุฝนด้านนอกที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าคำรามลั่นรากับแผ่นดินจะแยก ส่งผลให้หลอดไฟนีออนดวงเดียวที่แขวนอยู่กลางห้องกะพริบไหววูบวาบ ก่อนจะดับสนิทลงในเสี้ยววินาทีต่อมา ทิ้งให้ทั้งพื้นที่ตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดและเสียงสายฝนที่เทกระหน่ำกระทบหลังคาสังกะสีดังสนั่นหวั่นไหว "มืดสนิท... ให้ตายเถอะ" พริมาสบถเบาๆ พร้อมกับควaานหามือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊ก ยิ่งนึกถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องติดแหง็กอยู่กับผู้ชายปากร้ายอย่างธามในตึกร้างกลางดึกแบบนี้ เธอก็ยิ่งอยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด ก็เพราะความหัวรั้นของเขาที่ยืนกรานจะตรวจงานรอบสุดท้ายให้เสร็จคืนนี้ เธอถึงต้องยอมอยู่เป็นเพื่อน และสุดท้าย... ระบบไฟฟ้าส่วนกลางก็ตัดฉับลงเพราะฟ้าผ่าใกล้สถานีย่อย ในความมืดที่มีเพียงแสงแฟลชจากหน้าจอมือถือส่องสว่างสะท้อนโครงหน้าคมคาย ธามกำลังขบกรามแน่นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด... และบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น ซึ่งเขายังไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับกับตัวเองว่ามันคือความเป็นห่วงเป็นใยที่มากเกินกว่าสถานะสถาปนิกและมัณฑนากรทั่วไปจะรู้สึกกัน "ยืนนิ่งเป็นเสาหินอยู่ได้ มือถือคุณมีแบตฯ เหลือพอมั้ยคะคุณธาดาธิป หรือว่าสมองอัจฉริยะของคุณมันคิดวิธีเดินลงบันไดหนีไฟสิบสองชั้นในความมืดไม่ได้แล้ว?" พริมาเปิดฉากจิกกัดทันทีตามความเคยชิน เพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวแปลกๆ ที่เริ่มเกาะกุมหัวใจ เมื่อเธอรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของเขาที่ยืนอยู่ใกล้เกินกว่าระยะปลอดภัยในพื้นที่แคบๆ นี้ ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นในความมืด "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะคะคุณพริมา... มืดจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์มีแรงมานั่งเถียงผมได้อีก ถ้าเอาพลังงานตรงนี้ไปใช้เดินตามผมให้ทันเมื่อกี้ เราคงลงไปถึงชั้นล่างนานแล้ว" "ก็คุณเดินเร็วเกินไปแถมยังชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพื้นที่! ใครจะไปเดินตามคนปากเสียอย่างคุณทันกันล่ะคะ!" พริมาย้อนกลับเสียงแข็ง พยายามก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ส้นรองเท้าบู้ทของเธอกลับสะดุดเข้ากับเศษท่อ PVC ที่วางเรี่ยราดบนพื้นปูนเปลือย ร่างเพรียวบางเซถลาเสียหลักล้มลงอย่างไม่อาจตั้งตัว *ตุบ!* พริมาหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวดจากการกระแทกพื้น แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่ความแข็งกระด้างของคอนกรีต เธอกลับลอยเคว้งอยู่ในอ้อมแขนที่ทั้งแข็งแกร่งและอบอุ่นอย่างน่าประหลาด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนและบุคลิกเฉพาะตัวสะอาดๆ ของธามโชยเข้าจมูก ปลุกหัวใจดวงน้อยให้เต้นระรัวราวกับกลองเพล ธามคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันในเสี้ยววินาที แรงเหวี่ยงทำให้เขาก้าวถดหลังไปชนกับเสาปูนด้านหลัง ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันสนิทอย่างไร้ช่องว่าง ความเงียบชั่วขณะเข้าปกคลุม ท่ามกลางเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นแข่งกับเสียงพายุฝนด้านนอก ดวงตากลมโตของพริมาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อความมืดเริ่มปรับสภาพ ทำให้เธอพอมองเห็นเค้าโครงใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มที่อยู่ห่างแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดแก้มสางความตึงเครียดรอบตัวให้ละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงกระแสไฟฟ้าแปลบปลาพที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวสัมผัส "ทีเรื่องซุ่มซ่ามormนี่เก่งนักนะครับ..." เสียงกระซิบของธามพร่าต่ำลงกว่าปกติ มันไม่ใช่เสียงเย้ยหยันอย่างเคย แต่เจือความแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อยที่ทำให้คนฟังถึงกับลมหายใจสะดุด "ถ้าผมรับคุณไว้ไม่ทัน หัวทุยๆ นี่คงได้ปูดโปนสมใจคุณแน่ๆ" "ปล่อยเลยนะคะ... ฉันยืนเองได้" พริมาพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่ธามกลับกระชับวงแขนรอบเอวเธอให้แน่นขึ้นไปอีก ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วเธอจะหายวับไปกับความมืด "อย่าดิ้นสิครับ... พื้นตรงนี้มันรก ถ้าคุณล้มลงไปอีกรอบ ผมคงต้องอุดยาวจนถึงเช้าแน่ๆ" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความใกล้ชิดที่แนบแน่นทำให้พริมาสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของคนที่มักทำตัวเย็นชาใส่เธอมาโดยตลอด มันเต้นรัวเร็วไม่แพ้เธอเลยแม้แต่น้อย ความเงียบงันเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศรอบกายเปลี่ยนจากความหงุดหงิดเป็นความหวานล้ำที่อบอวลไปด้วยความอึดอัดใจ ธามก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่เขาพยายามกดทับมันมาตลอดหลายเดือน นิ้วเรียวยาวของเขาขยับขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อและละอองฝนออกจากแก้มเนียนอย่างเผลอไผล สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนรุนแรงในความรู้สึกของพริมา "คุณ... เป็นอะไรคะ มองหน้าฉันทำไมแบบนั้น" พริมาถามเสียงแผ่ว ความมั่นใจทั้งหมดที่มีมลายหายไปสิ้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกลาที่มองมาด้วยประกายความรู้สึกที่เธอยังไม่กล้าตีความ "เปล่าครับ..." ธามตอบเสียงพร่า สายตาเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า "แค่กำลังคิดว่า... ผู้หญิงปากเก่งคนนี้ เวลาเงียบๆ แล้วก็น่ารักดีเหมือนกัน" พริมาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอกัดริมฝีปากแน่นเตรียมจะพ่นคำด่าทอใส่ความเจ้าเล่ห์ของเขาให้สาสม แต่ทว่า... *กริ๊งงงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธามแผדเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ทำลายโมเมนต์ชวนใจเต้นระทึกให้พังทลายลงในพริบตา ธามขมวดคิ้วด้วยความขัดเคืองใจอย่างเห็นได้ชัด เขายอมละมือข้างหนึ่งออกจากเอวบางอย่างไม่เต็มใจนัก ควักมือถือขึ้นมาหน้าจอแสดงสายเรียกเข้าของบุคคลที่ไม่คาดฝัน ธามชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ ก่อนจะกดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ครับแม่..." พริมาอาศัยจังหวะที่ธามกำลังไขว้เขว ผละตัวออกจากอ้อมแขนของเขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายปนหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันต่อว่าอะไร ประตูเหล็กหนาของบันไดหนีไฟฝั่งทิศเหนือก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับลำแสงไฟฉายแรงสูงสาดส่องเข้ามา "คุณธาม! คุณพริมา! อยู่ข้างในนี้มั้ยครับ ทีมวิศวกรซ่อมไฟเสร็จแล้วครับ!" เสียงตะโกนเรียกของโฟร์แมนคุมงานดังลากยาวเข้ามา พร้อมกับแสงสว่างจากหลอดไฟฉุกเฉินที่ทำงานขึ้นทั่วทั้งชั้น ธามลดมือถือลง ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ เขากวาดสายตามองพริมาที่ยืนกอดอกหันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยแดงระเรื่อบนพวงแก้ม ธามกระแอมเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์เช่นเดิม "ไปกันเถอะครับ... มื้อค่ำที่ติดค้างกันไว้ ดูท่าทางเราคงต้องเคลียร์กันยาวเสียแล้วล่ะมั้ง" พริมาหันขวับมามองค้อนวงใหญ่ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นไม่เป็นส่ำกับประโยคกำกวมนั้น ทว่าก่อนที่เธอจะได้ตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักๆ และเงาร่างของใครบางคนที่กำลังก้าวเข้ามาสมทบจากบันไดหนีไฟก็หยุดชะงักลง พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เอמהทักขึ้นด้วยความตกใจ "อ้าว... ธาม ยัยพริมา พวกแกสองคนมาติดอยู่ที่นี่ด้วยกันได้ยังไงเนี่ย?" ธามหน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะสำคัญในยามวิกาลอย่างเหมาะเจาะ! ---------------------------------------- ติดตามตอนต่อไปในคืนพรุ่งนี้ได้เลยนะคะ! *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาคอมเมนต์และเติมกำลังใจให้ "เอมเมอรัลด์อายส์" คนนี้เสมอนะคะ*
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%