“ถ้าเราพังที่นี่... ก็แค่สร้างใหม่ให้ดีกว่าเดิม ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายซะหน่อย”
เสียงของพริมาดังแทรกความเงียบงันที่น่าอึดอัด กลิ่นฝุ่นคลุ้งและเศษปูนที่เพิ่งถล่มลงมายังไม่ทันจางหายไปดี แต่เธอกลับยืนตระหง่านอยู่กลางซากปรักหักพังของไซต์งาน ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว
ธามขยับแว่นสายตาที่เบี้ยวไปเล็กน้อย มือหนาเปื้อนคราบปูนปัดฝุ่นออกจากไหล่เสื้อเชิ้ตที่ยับยู่ยี่ เขาจ้องมองมัณฑนากรสาวตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับเต้นเร่าด้วยความขัดแย้ง
“สร้างใหม่? พูดง่ายดีนี่ พิมพ์มาดา” ธามแค่นยิ้มมุมปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะประชดประชันอย่างเคย “เธอคิดว่าโปรเจกต์ระดับนี้มันคือบ้านตุ๊กตาหรือไง จะได้พังแล้วต่อใหม่ตามใจชอบ ความเชื่อใจของลูกค้าที่เสียไปน่ะ เธอจะไปหาซื้อคืนที่ไหน”
พริมาก้าวฉับเข้ามาหาเขาจนระยะห่างลดเหลือเพียงคืบ เธอเงยหน้ามองคนตัวสูงกว่าที่มักจะใช้อำนาจเผด็จการกดขี่ความคิดสร้างสรรค์ของเธอมาตลอด “แล้วการที่ฉันเลือกจะเสี่ยงทำในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยทำ... เพื่อกู้หน้าโปรเจกต์นี้ขึ้นมา มันไม่ใช่ทางออกที่ดีกว่าการยืนกอดอกโทษโชคชะตาเหรอคะ?”
“มันไม่ใช่ความเสี่ยง แต่มันคือการฆ่าตัวตาย”
“ถ้าฉันฆ่าตัวตาย คุณก็ตายไปกับฉันด้วย เพราะโปรเจกต์นี้มีชื่อคุณพ่วงอยู่ข้างหลัง” พริมาตอกกลับทันควัน “ธาม... ฟังนะ สถาปนิกที่สมบูรณ์แบบอย่างคุณอาจจะกลัวรอยร้าวบนผนังจนไม่กล้าขยับตัว แต่ฉันคือมัณฑนากรที่จะเปลี่ยนรอยร้าวนั่นให้เป็นศิลปะ ฉันไม่ได้ขอให้คุณเชื่อใจในแบบของฉัน แต่ฉันขอให้คุณเชื่อใจ ‘ฉัน’... เชื่อในสัญชาตญาณที่เราเคยก้าวผ่านอะไรมาด้วยกัน”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ ธามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดื้อรั้นนั้น เขาเห็นความมุ่งมั่นที่ปนเปไปกับความหวาดกลัวลึกๆ ที่เธอพยายามปิดบัง
เขารู้ดีว่าข้อเสนอของพริมาคือความบ้าบิ่น—การรื้อผังโครงสร้างภายในใหม่ทั้งหมดโดยใช้ระบบค้ำยันแบบดิบๆ ที่ไม่มีใครกล้าทำในตึกเกรดเอ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เธอเป็น ‘พริมา’ คนที่ทำให้หัวใจที่เย็นชืดของเขากลับมาเต้นจังหวะแปลกๆ อีกครั้ง
“เธอรู้ใช่ไหมว่าถ้ามันล้มเหลว เธอจะถูกแบนออกจากวงการถาวร” ธามถามเสียงเบา ความปากร้ายที่เคยมีเริ่มเจือจางลงเหลือเพียงความกังวลที่ปิดไม่มิด
“ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ ถ้ามันจะล้มเหลวเพราะฉันได้ลองสู้ ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลังว่าเพราะเชื่อฟังคุณมากเกินไป” พริมาขยับยิ้มท้าทาย แต่แล้วเธอก็ชะงักเมื่อมือหนาของธามเอื้อมมาจับไหล่เธอไว้เบาๆ
เขากระชับมือแน่นขึ้น แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงอย่างน่าใจหาย “งั้นก็ทำให้ดีที่สุด... อย่าให้ฉันต้องมานั่งแก้ปัญหาให้เธอในสภาพที่พังกว่านี้อีกล่ะ เพราะถ้าคราวนี้เธอพลาด ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอไปทำโปรเจกต์ไหนได้อีกเลย... ยกเว้นในบ้านของฉัน”
พริมาหัวใจกระตุกวูบ คำพูดกำกวมที่ฟังดูเหมือนการขู่แต่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้แก้มของเธอร้อนผ่าว เธอเบือนหน้าหนีสายตาคมกริบคู่นั้น พยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ
“เป็นคำขู่ที่ฟังดูแย่ที่สุดเท่าที่เคยได้ยินเลยนะคะ”
“ก็แค่เตือนสติ” ธามปล่อยมือแล้วหันหลังเดินไปที่โต๊ะวางผังงาน “เอาล่ะ... ไหนบอกมาซิ ว่าเธอจะเอาโครงสร้างบ้าๆ นั่นไปไว้ตรงไหน ถึงจะทำให้ตึกไม่ถล่มลงมาทับหัวคนทำงานก่อน”
พริมาคลี่ยิ้มออกมาในที่สุด ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนข้างเขา พลางชี้ไปที่จุดสำคัญบนแบบแปลน ทั้งคู่จมลงสู่ห้วงเวลาแห่งการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อน เคมีที่ปะทะกันอย่างรุนแรงเปลี่ยนเป็นความร่วมมือที่น่าหลงใหล สายตาของทั้งคู่สอดประสานกันท่ามกลางกองเศษซาก ความเชื่อใจที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจของทั้งสองคนเริ่มแข็งแกร่งกว่าคอนกรีตที่เพิ่งพังทลายลงมา
ขณะที่ธามกำลังโน้มตัวลงอธิบายจุดเชื่อมต่อของคานเหล็ก สันจมูกของเขาก็เกือบจะแตะกับแก้มนวลของพริมา บรรยากาศรอบข้างที่เคยร้อนระอุด้วยความตึงเครียดกลับกลายเป็นความร้อนแรงที่เกิดจากหัวใจที่เต้นรัวของคนสองคน
พริมากลั้นหายใจ เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมสะอาดจากตัวเขา กลิ่นที่เธอเริ่มเสพติดโดยไม่รู้ตัว ธามชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันของเธอ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด... ใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา
“ถ้าคุณจูบฉันตอนนี้ ฉันจะถือว่าคุณยอมรับเงื่อนไขของฉันทั้งหมดนะ” พริมาพึมพำ ท้าทายทั้งที่ใจเต้นจนแทบจะหลุดออกมา
ธามยกยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาดูอันตรายและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน “งั้นฉันก็คงไม่มีทางเลือก...”
ยังไม่ทันที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะแตะกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้า พร้อมกับแสงไฟฉายที่ส่องกราดเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของพวกเขาทั้งสองคนจนต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
“ธาม! พริมา! พวกคุณยังอยู่ในนั้นใช่ไหม! ข้างนอกนั่นเขาจะฟ้องร้องพวกคุณกันหมดแล้ว!”
เสียงของหุ้นส่วนโครงการดังแทรกเข้ามาทำลายทุกอย่าง ธามสบถเบาๆ ก่อนจะหันมามองพริมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบ ส่วนพริมาได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ มองเงาร่างของคนที่เดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิมหลายเท่า...
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างกันมาจนถึงบรรทัดนี้ ขอบคุณนะคะ!
เอมเมอรัลด์อายส์
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 19
ความเชื่อใจคือทางออก
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!