เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 12

ความลับในแฟ้มเอกสาร

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะถือว่าคุณบุกรุกยามวิกาลนะคะคุณธาดาธิป" เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของพริมาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องทำงานในยามตีสองครึ่ง ร่างสูงโปร่งของธามที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยตามฟอร์มของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนจะเจ้าระเบียบ เขาไม่ได้ถอยหลังกลับอย่างที่ถูกขู่ แต่กลับสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีเอกสารกระจัดกระจายเต็มไปหมด ใบหน้าหล่อเหลานั้นบึ้งตึงขึ้นสามระดับทันทีที่เห็นว่าบนโต๊ะมีแฟ้มสีน้ำเงินเข้มเล่มไหนถูกเปิดค้างไว้ "ดึกดื่นป่านนี้ แทนที่จะกลับไปนอนเอาแรงเพื่อตรวจไซต์งานพรุ่งนี้เช้า คุณมาทำลับๆ ล่อๆ อะไรอยู่ในห้องส่วนตัวของคนอื่นคะพริมา" น้ำเสียงของธามติดจะกระแทกกระทั้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการถูกละเมิดพื้นที่ส่วนตัว แต่ทว่าแววตาที่มองเธอกลับไม่ได้มีรังสีความโกรธขึงอย่างที่ปากว่า มีเพียงความไหวระริกบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง "คนอื่นเหรอคะ?" พริมาเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นสูง ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอไม่ได้ปิดแฟ้มเอกสารในมือลงทันที แต่กลับจงใจใช้นิ้วเรียวเคาะเบาๆ ลงบนกระดาษแผ่นที่เพิ่งอ่านผ่านตาไปหมาดๆ "แปลกจะตายนะคะ คนที่ปากบอกว่านี่คือห้องส่วนตัว แต่กลับซ่อนประวัติการสร้างตึกร้างแถวชานเมืองเมื่อห้าปีก่อนไว้ในลิ้นชักที่ไม่ใส่กุญแจ... นี่เรียกว่าหวงความเป็นส่วนตัว หรือเรียกว่าจงใจซ่อนหลักฐานจากอดีตกันแน่คะคุณธาม" บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น ร่างสูงของธามหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟดำจางๆ ลอยมาปะทะนาง ทำให้พริมาต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติกับแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "คุณไม่มีสิทธิ์มาค้นของๆ ผม พริมา" ธามกัดกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นตามแรงอารมณ์ เขายื่นมือหนาหมายจะคว้าแฟ้มเอกสารในมือเธอกลับคืน แต่มีหรือที่คนอย่างพริมาจะยอมให้ปล้นชิงความจริงไปได้ง่ายๆ หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ปลายผมยาวสลวยสะบัดผ่านปลายคางของเขาเฉียดฉิวจนธามต้องชะงักมือค้างกลางอากาศ "ไม่มีสิทธิ์เหรอคะ? แต่ในฐานะมัณฑนากรที่ต้องรับผิดชอบโปรเจกต์รีโนเวตตึกนี้ต่อจากคุณ ฉันมีสิทธิ์เต็มที่ในการรู้ว่าโครงสร้างเดิมมันพังเพราะอะไร และ... ทำไมมันถึงคร่าชีวิตคนไปถึงสามคนเมื่อห้าปีก่อน" พริมาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอินกับข้อมูลที่เพิ่งอ่านเจอ แต่แววตายังคงแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ "เอกสารใבนี้บอกว่า คุณไม่ใช่แค่สถาปนิกผู้ออกแบบธรรมดา แต่คุณคือคนเซ็นอนุมัติโครงสร้างที่รู้ทั้งรู้ว่าเหล็กไม่ได้มาตรฐาน... ทำไมล่ะคะ? ทำไมคุณถึงต้องยอมเอาชื่อเสียงและอนาคตมาแลกกับการเซ็นชื่อในวันนั้น" ธามนิ่งงันไปอึดใจใหญ่ แววตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและปากร้ายใส่เธอมาตลอด ยามนี้กลับฉายร่องรอยของความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง ทำเอาเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กลายเป็นเสียงเดียวที่ดังขึ้นในโสตประสาท "คุณไม่รู้อะไรเลย พริมา" ธามเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมก้มมองเธอนิ่ง ขยับเข้ามาประชิดจนสะโพกของเธอดันติดกับขอบโต๊ะทำงานอย่างเลี่ยงไม่ได้ การร่นระยะห่างนี้ทำให้พริมาต้องแหงนหน้าขึ้นมองเขาโดยอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทาน "คุณเก่งแต่ปาก คุณคิดว่าตัวเองเจ๋ง ชytสู้ชีวิต ขวางโลกไปหมดทุกเรื่อง... แต่คุณไม่เคยรู้เลยว่า คนเราบางคนมันไม่มีทางเลือกตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ!" "ทางเลือกเหรอคะ?" พริมาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่จะเหลือเพียงแค่คืบเดียว จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดพวงแก้มเนียน "การปล่อยให้คนอื่นตายเพราะความมักง่ายของคุณ มันเรียกว่าไม่มีทางเลือกเหรอคะธาม! คุณเป็นคนเลือกที่จะเซ็นชื่อลงไปเองไม่ใช่เหรอ!" คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่าของธาม ร่างสูงสะท้านเฮือก ดวงตาที่เคยมั่นคงฉายแววเจ็บปวดวูบหนึ่ง ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปคว้าข้อมือบางของพริมาที่ถือแฟ้มเอกสารไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้เธอนิ่งงันไปได้ "ถ้าผมไม่เซ็น... คนที่ตายจะไม่ใช่แค่สามคนนั้น..." ธามกระซิบเสียงพร่า ชิดริมฝีปากลงมาใกล้ใบหูของเธอจนพริมาสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากตัวเขา น้ำเสียงของชายหนุ่มสั่นระริกเต็มไปด้วยความร้าวราญที่ถูกเก็บกดไว้มานานปี "แต่น้องสาวของผม... จะเป็นหนึ่งในคนที่ต้องแลกด้วยชีวิตวันนั้นด้วย..." พริมาเบิกตากว้าง ความโกรธเกรี้ยวและอคติที่มีต่อความสมบูรณ์แบบของธามพังทลายลงในพริบตาเดียว ข้อมูลในหัวตีรวนไปหมด น้องสาว? ธามมีน้องสาวด้วยอย่างนั้นเหรอ? ทำไมประวัติส่วนตัวของเขาถึงไม่มีระบุเรื่องนี้ไว้เลย ธามก้มมองหญิงสาวในอ้อมกอดกลายๆ ที่ตอนนี้แข็งค้างไปเรียบร้อยแล้ว เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างต่อเพื่ออธิบายความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่หลังแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเล่มนั้น แต่ทว่า... *กริ๊ก! แกร็ก...* เสียงไขกุญแจแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านนอกประตูห้องทำงาน ตามมาด้วยเสียงบานประตูที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนพื้นห้อง ท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งคู่ที่ยังยืนแนบชิดติดกันในระยะประชิด! เอมเมอรัลด์อายส์ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับปมเบื้องหลังของพี่ธามและยัยตัวแสบพริมาในตอนนี้มากๆ เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%