หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานสะท้อนคอมเมนต์นับพันที่ไหลทะลักเข้ามาดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก ข้อความโจมตีโปรเจกต์เรือธงของบริษัทพรั่งพรูเข้ามาจนแทบมองไม่เห็นตัวหนังสืออื่น บรรยากาศในห้องทำงานของธามเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของตัวเอง ไลฟ์สดที่พริมาเพิ่งกดหยุดไปทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ชิ้นใหญ่เกินกว่าจะกวาดซุกใต้พรม
"คุณคิดอะไรอยู่ถึงเลือกวิธีไลฟ์สดแก้ตัวแบบนั้น" เสียงทุ้มต่ำของธามดังขึ้น ทำลายความเงียบแสนอึดอัด เขาไม่ได้ตะคอก แต่แววตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตากลับเย็นเยียบจนน่ากลัว
พริมาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคนตรงข้ามทันที ความมั่นใจที่เคยถูกสั่นคลอนไปชั่วขณะกลับมาตั้งลำได้ใหม่อย่างรวดเร็ว เธอเกลียดความสมบูรณ์แบบที่แห้งแล้งของเขาก็จริง แต่สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เธอก็ไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนใครง่าย ๆ
"แล้วคุณมีแผนที่ดีกว่านี้ไหมล่ะคะ คุณสถาปนิกผู้ไร้ที่ติ" พริมาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความท้าทายชัดเจน "ในเมื่อพวกมันเล่นสกปรกปล่อยข่าวลือว่าวัสดุก่อสร้างเราได้มาตรฐานปลอม ถ้าฉันไม่ลุกขึ้นมาไลฟ์เปิดแปลนและใบเสร็จให้ดูจะ ๆ ตอนนั้น ป่านนี้บริษัทเราคงโดนฟ้องจนล้มละลายไปแล้วมั้งคะ"
ธามขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวมัณฑนากรสาวตัวแสบอย่างรวดเร็ว ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านในอก ไม่ใช่เพราะเธอทำพละการ แต่เพราะเขาเป็นห่วงจนแทบคลั่งต่างหาก—แม้ว่าไอ้ความรู้สึกนี้เขาจะไม่มีวันยอมปริปากบอกออกไปตรง ๆ ก็ตาม
"แต่คุณพลาดจุดตายไปข้อหนึ่ง" ธามโน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบ แววตาดุดันฉายแววห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้าย "พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ดิสเครดิตวัสดุ แต่พวกมันกำลังขุดหลุมรอให้เราเอาข้อมูลภายในออกมาชlวโชว์ เพื่อจะฟ้องเราข้อหาเปิดเผยความลับทางการค้าต่างหากล่ะ พริมา!"
คำพูดนั้นทำให้พริมาถึงกับชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตระหนักรู้แล่นปราดเข้ามาในหัวสมองอย่างรวดเร็ว เธอกะพริบตาปริบ ๆ ความดื้อรั้นในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉย
"เอ่อ... คือ..." พริมาอึกอักไปชั่วขณะ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อสมองประมวลผลทันว่าตัวเองเพิ่งเดินตกหลุมพรางที่คู่แข่งขุดไว้พอดิบพอดี "ฉัน... ฉันแค่อยากปกป้องโปรเจกต์นี่นา"
"รู้ตัวก็สายไปเสียแล้วล่ะค่ะ" ธามถอนหายใจยาวเหยียด ยอมผถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่แววตาที่มองเธอยังคงเต็มไปด้วยความระอาแกมเอ็นดูที่เขาพยายามปกปิดไว้สุดฤทธิ์ "ทีนี้จะทำยังไงดีล่ะครับ คุณสาวมั่น? ในเมื่อหลักฐานมัดตัวเราอยู่ครึ่งหนึ่งแล้ว"
พริมาเม้มริมฝีปากแน่น สมองหมุนติ้วอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออก เธอยอมรับความจริงในใจว่าลำพังตัวเธอเองคนเดียวในตอนนี้ คงยากที่จะรับมือกับเกมการเมืองสกปรกในวงการนี้ได้หมดจด และทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่... ก็คือการหันไปมองสถาปนิกหนุ่มจอมเนียบที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ตรงนี้
ห้องทำงานขนาดกว้างกลับแคบลงถนัดตาเมื่อคนทั้งสองต้องยืนเผชิญหน้ากันด้วยความจำยอม ความเงียบโรยตัวลงมาชั่วครู่ ก่อนที่พริมาจะเป็นฝ่ายถอนหายใจยอมแพ้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
"โอเคค่ะ ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันพลาด" พริมาเสียงอ่อนลงเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงตึงเครียด "เรา... มาจับมือกันแก้ปัญหานี้ดีไหมคะ ร่วมมือกันกู้ชื่อเสียงโปรเจกต์นี้คืนมาก่อนที่มันจะสายเกินไป"
ธามหรี่ตามองเธอนิ่ง คล้ายกำลังประเมินความจริงใจและความน่าเชื่อถือจากคนตรงหน้า ริมฝีปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มเยาะน้อย ๆ ตามนิสัยปากร้ายที่แก้ไม่หาย
"เพิ่งรู้เหรอคะว่าคุณขาดฉันไม่ได้" ธามเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "แต่ก็นั่นแหละ... ในเมื่อเธอดึงดันสร้างเรื่องขึ้นมาเองแล้ว ฉันที่เป็นหัวหน้าโปรเจกต์ก็คงต้องตามเช็ดตามล้างให้สินะคะ"
"นี่! อย่ามาทำเป็นเหนือกว่านะ" พริมาแยกเขี้ยวใส่ทันที ความเกรงใจเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศ "ถ้าคุณไม่อยากช่วยก็บอกมาตรง ๆ สิคะ ฉันจัดการเองได้น่า!"
"ปากเก่งไม่เข้าเรื่อง" ธามสวนกลับทันควัน พร้อมกับย่างสามขุมเข้าไปหาเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวบางไว้เบา ๆ ไม่ให้เธอถอยหนี แรงปะทะระหว่างคนทั้งคู่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าที่สпарکกันจนน่าหวาดเสียว เคมีของความซึนและความดื้อรั้นตีรวนกันจนห้องทำงานแทบระเบิด
พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินพอดีทำให้ลมหายใจอุ่น ๆ ของทั้งคู่ปะทะกัน ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะจนน่ารำคาญ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอยังเถียงเขาคอเป็นเอ็นอยู่แท้ ๆ
"ปล่อยนะ..." พริมาพึมพำเสียงเบาลงอย่างผิดวิสัย ความดื้อรั้นหายวับไปกับตาเมื่อถูกสายตาคู่คมคายของเขากดดันจนมุม
"จากนี้ไป ห้ามทำอะไรโดยไม่ปรึกษาฉันอีกเป็นอันขาด เข้าใจไหมครับ" ธามกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่แววตากลับอ่อนแสงลงจนคนมองใจสั่นระรัว
พริมาพยักหน้ารับช้า ๆ อย่างจำยอม หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ในสถานการณ์ที่วิกฤตที่สุด เธอกลับพบว่าอ้อมแขนของศัตรูตัวฉกาจคนนี้คือเซฟโซนที่ปลอดภัยที่สุดอย่างน่าประหลาด
แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างไม่มีมารยาท
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ทั้งธามและพริมาสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันแทบไม่ทัน ธามขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ในขณะที่พริมาจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่อย่างลิบลน
ประวัติศาสตร์ความลับกำลังจะถูกเปิดเผย เมื่อบานประตูห้องทำงานค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาล...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "เอมเมอรัลด์อายส์" นะคะ
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก•ตอนที่ 11
ร่วมมือชั่วคราว
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!