เสียงทุบประตูไม้เก่าดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าลู่ที่แผดเผาเข้ามาในความเงียบสงบของห้องพักคับแคบ "หลี่จินหรง! นังสะใภ้ขี้เกียจ! สายโด่งป่านนี้แล้วยังไม่ลุกมาหุงหาอาหารให้อ้ายกั๋วกับน้องๆ อีกรึ? คิดจะกินข้าวฟรีโดยไม่ทำงานหรือไง!"
หลี่จินหรงลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของเชฟมือฉมังและนักธุรกิจหญิงผู้ผ่านสมรภูมิการแข่งขันอันดุเดือดในยุคปัจจุบันไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้แข็งๆ ที่ส่งกลิ่นอับของกาลเวลา พลางทบทวนความทรงจำที่ไหลทะลักเข้ามาในสมอง ร่างนี้เพิ่งแต่งงานเข้ามาในตระกูลลู่ได้ไม่นาน ทว่ากลับต้องตกเป็นทาสรับใช้ของบ้านหลังนี้ ทั้งถูกกดขี่ ข่มเหง และใช้งานราวกับวัวควาย ขณะที่สามีของเธออย่าง ลู่หานเจียง ถูกส่งตัวไปประจำการที่ค่ายทหารชายแดน ปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับแม่สามีจอมเคี่ยวและบรรดาพี่น้องสามีที่จ้องจะเอาเปรียบทุกฝีก้าว
"ถ้ายังไม่ลุกออกมาภายในสามนาที ฉันจะพังประตูเข้ามาลากเธอไปตักน้ำรดแปลงผักเอง!" เสียงแหลมแสบแก้วหูยังคงแผดดังต่อเนื่อง
จินหรงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยдяเยาะผุดขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน เธอค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง ปัดชายเสื้อที่เก่าจนซีดจางอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้าวเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เอี๊ยด... เสียงบานประตูไม้ผุๆ เปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของแม่เฒ่าลู่ที่ยกมือขึ้นเตรียมจะเคาะซ้ำ ทว่าต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมกริบที่นิ่งสนิท ทว่าทรงพลังจนน่าประหลาดของลูกสะใภ้
"มองหน้าฉันทำไม นังตัวดี! อาหารเช้าล่ะ? แกอยากให้ลูกชายฉันอดตายรึไง!" แม่เฒ่าลู่ถลึงตาใส่ พยายามใช้ความอาวุโสข่มขู่
จินหรงกอดอก ปรายตามองแม่สามีหัวโบราณผู้นี้ด้วยความรู้สึกเวทนาปนสมเพช น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเรียบเรื่อยแต่นุ่มลึกและเฉียบคมจนอีกฝ่ายสำลักคำพูด "แม่ครับ ถ้าอยากให้มีข้าวให้กิน เช้าวันนี้นอกจากฉันจะไม่ทำแล้ว ผักในแปลงที่แม่สั่งให้รดน้ำ... ก็เชิญแม่ไปทำเองเถอะครับ พอดีว่าร่างกายฉันไม่ค่อยสบาย ตั้งแต่แต่งเข้าบ้านนี้มา ข้าวก็ไม่ได้กินให้อิ่มท้อง แรงจะเดินยังแทบไม่มี จะเอาแรงที่ไหนไปปรนนิบัติคนทั้งบ้านล่ะครับ"
"แก! นังสะใภ้อกตัญญู กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับฉัน!" แม่เฒ่าลู่หน้าดำคร่ำเครียด ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัดจนนิ้วเหี่ยวย่นชี้หน้าเธอ "คิดว่าแต่งเข้าบ้านนี้แล้วจะเป็นใหญ่เรอะ? เดี๋ยวพอลูกชายฉันกลับมา ฉันจะฟ้องให้หย่ากับเธอเสียให้เข็ด!"
"เชิญตามสบายเลยครับ" จินหรงตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องแล้วกระแทกประตูปิดใส่หน้าแม่เฒ่าลู่เสียงดังปัง! จนหญิงชรากรีดร้องโวยวายอยู่หน้าห้องด้วยความคลุ้มคลั่ง
ภายในห้องพักที่ปิดสนิท รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของจินหรงพลันหายไป แทนที่ด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ เธอกวาดสายตามองไปรอบห้อง เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครมองลอดช่องหน้าต่างเข้ามา หญิงสาวจึงยกมือขึ้นแตะที่รอยปานรูปใบชาจางๆ บนข้อมือซ้าย
วูบ!
พริบตาเดียว ภาพห้องพักเก่าๆ มืดมนและคับแคบก็มลายหายไปรอบกาย บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความสว่างโล่ง กลิ่นอายความเจริญและไอเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศพัดปะทะผิวหน้า จินหรงยืนอยู่กลางโถงทางเดินอันกว้างใหญ่ไพศาล พื้นหินอ่อนขัดมันวาวสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ที่นี่คือ "ซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะ" อาณาจักรส่วนตัวที่ติดตัวเธอข้ามมิติมาด้วย!
"ฮ่าๆ สวรรค์... ท่านช่างเมตตาข้าจริงๆ" จินหรงหลุดหัวเราะออกมาด้วยความโล่งอกและสะใจ
เธอเดินสำรวจไปตามชั้นวางสินค้าที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ตั้งแต่อาหารสด อาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยว เครื่องปรุงรส ไปจนถึงเสื้อผ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าทุกชิ้นในห้างแห่งนี้มีความพิเศษตรงที่ "ไม่มีวันหมดอายุ" และสามารถหยิบออกมาใช้ได้ตามใจชอบ โดยเธอเป็นผู้ถือสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว
ท้องที่ส่งเสียงร้องโครกครากเพราะความหิวโหยดึงสติเธอกลับมา จินหรงเดินตรงไปยังโซนอาหารพร้อมทานทันที สายตาคมกริบกวาดมองหาเมนูที่ถูกใจก่อนจะหยิบ "บะหมี่เนื้อตุ๋นฮ่องกง" แบบพรีเมียมถ้วยใหญ่ ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อตุ๋นชิ้นโตเปื่อบนุ่มละลายในปาก และน้ำซุปเคี่ยวเคี่ยวเค็มกลมกล่อมจากสมุนไพรจีนชั้นดี รวมถึง "นมสดอุ่นๆ" หนึ่งกล่อง และ "ขนมปังเนยสดหอมกรุ่น" ออกมาจากชั้นวาง
เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาหนานุ่มที่ถูกเนรมิตขึ้นมากลางห้าง เปิดฝาถ้วยบะหมี่ออก กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อวัวตุ๋นพวยพุ่งเตะจมูกทันที ชวนให้ต่อ 12 คู่ในร่างกายตื่นตัวอย่างรุนแรง จินหรงไม่รอช้า ใช้ตะเกียบาหยิบบะหมี่เส้นเหนียวนุ่มเข้าปาก รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมที่ไม่ได้สัมผัสมานานทำให้ดวงตาของเธอพริ้มรับความสุขอย่างเต็มเปี่ยม
"อา... สวรรค์ชัดๆ" เธอพึมพำเบาๆ ขณะเคี้ยวเนื้อตุ๋นที่นุ่มละมุนลิ้น สลับกับจิบน้ำซุปร้อนๆ ให้คลายความหนาวเหน็บจากอากาศภายนอกในยุค 80 นี้
ในขณะที่จินหรงกำลังดื่มด่ำกับมื้ออาหารอันหรูหราท่ามกลางความอดอยากของผู้คนภายนอก โดยไม่รู้เลยว่า ที่หน้าประตูห้องพักในโลกความเป็นจริง บานประตูไม้ที่เธอเพิ่งปิดใส่หน้าแม่สามี กำลังถูกผลักออกอย่างแผ่วเบาด้วยฝ่ามือของใครบางคน...
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการเดินทางไกล ก้าวเข้ามาในห้องพักที่ว่างเปล่า ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความแปลกใจเมื่อไม่พบร่างของภรรยาที่ควรจะอยู่ที่นี่ ทว่า... จมูกคมสันกลับดมกลิ่นหอมกรุ่นแปลกประหลาดที่ลอยวนเวียนอยู่ในอากาศ เป็นกลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นและเครื่องเทศชั้นดีที่คนยากจนในยุคนี้ไม่มีทางหาทานได้อย่างแน่นอน
ลู่หานเจียงขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณนายทหารหนุ่มบอกเขาว่า... ภรรยาตัวน้อยที่เขาแต่งเข้ามาคนนี้ มีความลับบางอย่างที่ซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียน
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้ครับ*
— **ใบชาหอมหมื่นลี้**
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 2
มิติลับห้างสรรพสินค้าเปิดทำงาน
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!