เสียงตบเนื้อกระทบฝ่ามือดังฉาดจนก้องกังวานไปทั่วลานดินหน้าบ้านสกุลลู่ กลิ่นสาบโคลนและกลิ่นฉุนของมูลสัตว์ลอยอวลปะปนกับกลิ่นอายความเกลียดชังที่อบอวลอยู่เต็มบรรยากาศ
"อีตัวกาลกินี! มึงแต่งเข้าบ้านตระกูลลู่มาได้สามปี มีดีแต่ผลาญเสบียงแถมยังเบ่งลูกออกมาเป็นภาระ วันนี้ถ้ามึงไม่ไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้พร้อมกับไอ้เด็กเหลือขอพวกนี้ อย่าหาว่าฉันคนนี้ใจร้าย!"
น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของแม่เฒ่าลู่ดังขึ้น พร้อมกับร่างของหญิงชราที่พุ่งเข้ามากระชากกลุ่มผมของหลี่จินหรงอย่างแรงจนศีรษะสะบัดหงาย แรงปะทะนั้นทำให้รสชาติคาวเลือดแล่นพล่านขึ้นมาใน1โพรงปาก จินหรงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดที่แล่นแปลบไปถึงรากสมอง แต่นั่นไม่ใช่ความเจ็บปวดจากร่างเดิมที่เธอเพิ่งรับช่วงต่อ หากแต่เป็นความตื่นตัวของสัญชาตญาณนักธุรกิจและเชฟมือหนึ่งที่ผ่านการฟาดฟันในวงการแข่งขันอาหารระดับประเทศมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ดวงตาที่เคยพร่ามัวค่อยๆ กวาดมองสถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้อยู่ในห้องครัวสเตนเลสเงาวับและเสียงจอแจของลูกน้องในศตวรรษที่ 21 อีกต่อไปแล้ว ทว่ากลับเป็นลานดินแห้งแล้งในชนบทจีนยุค 1980 บ้านดินมุงจากเก่าๆ ที่ใกล้พัง ท้องฟ้าสีหม่น และเสียงร้องไห้ระงมของเด็กน้อยสองคนที่กอดขาเธอไว้แน่น
ร่างเล็กผอมโซของเด็กชายวัยสี่ขวบและเด็กหญิงวัยสองขวบกำลังสั่นเทา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและร่องรอยความหวาดกลัว แม่เฒ่าลู่ผู้เป็นแม่สามี กำลังงื้อมือเตรียมตบซ้ำเป็นรอบที่สอง ในขณะที่บรรดาญาติผู้พี่และเพื่อนบ้านต่างยืนล้อมวงดูเหตุการณ์ด้วยสายตาสมเพชเวทนาและรอสมน้ำหน้า
*เปรี้ยง!*
จินหรงไม่หลบ หล่อนกลับเอื้อมมือคว้าข้อมือเหี่ยวย่นของแม่เฒ่าลู่ไว้แน่นด้วยแรงอันน่าประหลาด แรงบีบที่จุดชีพจรทำให้หญิงชราต้องร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ผิวหนังเหี่ยวแห้งถูกบีบจนขึ้นรอยแดง
"ปล่อยนะ! อีสะใภ้ชั่ว กล้าดียังไงมาจับมือฉัน!" แม่เฒ่าลู่แผדเสียงแหลมสูง ใบหน้าย่นยู่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดขืน ปกติแล้วสะใภ้รองคนนี้จะก้มหน้ายอมรับชะตากรรมแต่โดยดี ไร้ซึ่งเสียงเถียง แต่วันนี้... แววตาคู่นั้นกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ดวงตาของหลี่จินหรงในยามนี้คมกริบดั่งใบมีดสเตนเลส เปล่งประกายความเยือกเย็นและทรงพลังจนแม่เฒ่าลู่เผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ยายแก่..." น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เจือคราบเลือด "ท่านบอกว่าฉันผลาญเสบียงบ้านท่านงั้นหรือ? สามีฉัน 'ลู่หานเจียง' ส่งเงินและตั๋วอาหารกลับมาทุกเดือน เงินก้อนนั้นมันหายไปไหนหมด? ทำไมลูกฉันถึงต้องกินแค่น้ำต้มผักป่าจนผอมโซเหลือแต่กระดูกแบบนี้ล่ะ?"
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางลานบ้าน บรรดาชาวบ้านที่ยืนมุงดูเริ่มส่งเสียงซุบซิบนินทากันระงม ทุกคนต่างรู้ดีว่าลู่หานเจียงส่งเงินเดือนทหารกลับมาจุนเจือครอบครัวไม่เคยขาด แต่แม่เฒ่าลู่กลับอ้างเสมอว่าลูกชายเก็บเงินไว้ใช้ส่วนตัวที่ค่าย ทว่าสภาพความเป็นอยู่ของบ้านรองกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
"สะ... สตอเบอร์รี่! แกกล้าดียังไงมาทวงบุญคุณกับฉัน เงินพวกนั้นฉันเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกชายคนโตต่างหาก! อีกอย่าง แกมันเป็นแค่คนนอก ลูกชายฉันส่งเงินมาให้ตระกูลลู่ ไม่ใช่ให้แกเอามาปรนเปรอตัวเองกับลูกกาลกินี!" แม่เฒ่าลู่แผดเสียงกลบเกลื่อน ใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความอับอายและโมโห
จินหรงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปาก "ทุนการศึกษาของพี่ใหญ่ลู่เจี้ยนรึ? น่าขันสิ้นดี เอาเงินจากน้ำพักน้ำแรงของสามีฉัน ไปส่งเสริมให้ลูกชายคนโปรดของท่านกินดีอยู่ดี ส่วนสามแม่ลูกนี่ถูกขับไล่ให้ออกไปตายข้างนอก... ช่างเป็นแม่ที่ยุติธรรมเสียจริงนะ"
"อี... อีสารเลว! ปากดีนักนะ แกคิดว่าหย่ากับหานเจียงแล้วจะมีที่ไปรึไง? สามีแกส่งจดหมายมาบอกแล้วว่าเขายังไม่กลับมาเร็วๆ นี้หรอก ไสหัวออกไปซะ! ถ้าไม่อยากให้ฉันใช้ไม้กวาดไล่ตีพวกแก!" แม่เฒ่าลู่คว้าด้ามไม้กวาดทางมะพร้าวเก่าๆ ขึ้นมาเงื้อมือเตรียมฟาด
เด็กน้อยทั้งสองส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจและซุกซบใบหน้าเข้ากับชายเสื้อของจินหรง แรงสั่นสะเทือนจากร่างเล็กๆ นั้นทำให้หัวใจของเชฟสาวกระตุกวูบ ความรู้สึกผูกพันบางอย่างที่ตกค้างอยู่ในร่างนี้ผสมผสานเข้ากับจิตวิญญาณเดิมของเธออย่างสมบูรณ์แบบ ในเมื่อเธอดันทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้แล้ว แถมสามีทหารหนุ่มก็ยังส่งเงินมาให้แต่ถูกสูบเลือดสูบเนื้อโดยแม่สามีจอมเปรต... มีหรือที่คนอย่าง หลี่จินหรง จะยอมตกเป็นเหยื่อ!
ในจังหวะนั้นเอง ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด ห้วงความคิดของจินหรงก็สั่นไหว เสียงกริ๊งใสๆ ราวกับระฆังแก้วดังขึ้นในห้วงสำนึก
*[ติ๊ง! ระบบห้างสรรพสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะยุคศตวรรษที่ 21 ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ]*
*[พื้นที่จัดเก็บมิติพิเศษ: เปิดใช้งาน]*
*[คลังสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบอาหาร: พร้อมใช้งาน]*
หน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วปรากฏขึ้นในสายตาของจินหรงเพียงคนเดียว เผยให้เห็นชั้นวางสินค้า ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องปรุงรสชั้นเลิศ และอุปกรณ์ทำครัวครบครันที่อัดแน่นจนเต็มพื้นที่ร้อยไร่ในมิติ!
ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้แม่เฒ่าลู่รู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"อยากให้ฉันไปจากที่นี่นักใช่ไหม?" จินหรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน ชัดถ้อยชัดคำจนทุกคนเงียบเสียงลง "ตกลง... ฉันจะไป แต่ก่อนไป เรามาเคลียร์บัญชีกันให้เรียบร้อยเสียก่อน เงินที่สามีฉันส่งมาสามปีเต็ม รวมกับค่าสินเดิมที่ฉันเอาติดตัวมาวันแต่งงาน... ถ้าไม่คืนมาครบทุกหยวน วันนี้บ้านสกุลลู่ได้พังคามือฉันแน่!"
"ฝันไปเถอะ! เงินเข้าบ้านฉันแล้วไม่มีวันคายออก..."
แม่เฒ่าลู่ยังไม่ทันพูดจบประโยค จินหรงก็ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วที่คาดไม่ถึง มือเรียวยาวคว้าคอเสื้อของแม่สามีไว้มั่น พร้อมกับที่สายตาคมกวาดมองไปรอบตัว
ทว่า ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางปากทางหมู่บ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตกใจของชาวบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"แย่แล้ว! แม่เฒ่าลู่! รองกัปตัน... รองกัปตันลู่หานเจียงกลับมาแล้ว!"
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการเดินทางไกล ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาในลานบ้านด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและแววตาดุดันดั่งพญาอินทรี ทว่าเมื่อสายตาของเขาปะทะเข้ากับภาพภรรยาและลูกน้อยที่กำลังยืนเนื้อตัวมอมแมมอยู่ท่ามกลางวงล้อมของความขัดแย้ง...
นัยน์ตาคมกริบของลู่หานเจียงก็หรี่แคบลง ความเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากร่าง จนบรรดาญาติๆ ที่เคยยืนส่งเสียงดังถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ใบชาหอมหมื่นลี้
(โปรดติดตามตอนต่อไปครับ)
---
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้ครับ*
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 1
ลืมตาตื่นในกลิ่นอายชาป่า
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!