“คำว่า ‘สมรู้ร่วมคิดกับของเถื่อน’ ของพวกท่าน เขียนไว้บนหน้าผากของข้า หรือว่าเอาขี้เถ้าในเตาไฟป้ายมาครับ สหายสารวัตร?”
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานบ้านตระกูลลู่ ลู่หานเจียงยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวขี้ม้าทหารปลดกระดุมเม็ดบนออกเล็กน้อย เผยให้เห็นลำคอหนาและไหปลาร้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดัน สายตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ซุ่มในพงไพรตวัดมองนายตำรวจนอกเครื่องแบบสามนายที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่หน้าประตูรั้ว
เอกสารในมือของหัวหน้าชุดสืบสวนร่วงหล่นลงพื้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อครู่พวกเขารับคำสั่งด่วนจากเบื้องบนว่ามีสายรายงานว่าบ้านหลังนี้ซุกซ่อนสินค้า contraband ล็อตใหญ่จากชายแดน แต่ใครจะคาดคิดว่าเป้าหมายที่ควรจะถูกควบคุมตัวไปสอบสวนตั้งแต่เช้าตรู่ กลับยืนกอดอกจ้องมองพวกเขาด้วยแววตานิ่งสนิทราวกับกำลังมองดูตัวตลกเล่นละครสัตว์
“ล-ลู่... สหายลู่หานเจียง ทางเราได้รับแจ้งเบาะแสมาว่า...” ตำรวจนายหนึ่งละล่ำละลักแก้ตัว
“แจ้งเบาะแส? หรือว่ารับสินบนจากใครบางคนมาเพื่อหวังจะทำลายชื่อเสียงของนายทหารประจำการ?” หลี่จินหรงก้าวเดินออกมาจากห้องครัว มือเรียวบางที่เพิ่งล้างคราบแป้งสาลีออกหมาดๆ ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดมืออย่างใจเย็น ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา “ถ้าท่านอยากตรวจค้นบ้านข้า เชิญตามสบายครับ แต่ถ้าผลตรวจออกมาว่าไม่มีสิ่งผิดกฎหมายแม้แต่เข็มเล่มเดียว ข้าคงต้องขออนุญาตทำเรื่องฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทและบุกรุกเคหสถานยามวิกาลต่อผู้บัญชาการเขตทหารสูงสุดเสียแล้ว”
คำพูดเรียบเรื่อยแต่น้ำเสียงเฉียบคมดั่งใบมีดอาบยาพิษ ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก แม่เฒ่าลู่ที่แอบย่องออกมาดูเหตุการณ์จากหลังประตูถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น นางอุตส่าห์ไปติดต่อญาติห่างๆ ที่เป็นเสมียนอำเภอให้ช่วยจัดฉากใส่ร้ายลูกชายคนรองผู้นี้ เพื่อหวังจะฮุบเงินเก็บในก้นหีบและใบรับรองโควต้าซื้อจักรเย็บผ้า แต่ใครจะรู้ว่าลู่หานเจียงกลับไหวตัวทันและจัดการเคลียร์เอกสารกับกองพันเสร็จตั้งแต่เมื่อคืนก่อนจะเดินทางกลับมาเสียอีก!
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ตำรวจกลุ่มนั้นก็ต้องล่าถอยออกไปด้วยความอับอาย ขายขี้หน้าจนแทบไม่กล้าสบตาเจ้าของบ้าน ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนสู่ลานบ้านตระกูลลู่อีกครั้ง
จินหรงถอนหายใจเบาๆ นางวางผ้าเช็ดมือลงบนโต๊ะไม้ เตรียมจะเดินกลับเข้าไปจัดการกับแป้งซาลาเปาที่นวดค้างไว้ ทว่าเอวบางกลับถูกวงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กคว้าหมับเข้าให้ ร่างทั้งร่างลอยหวือจนต้องอุทานออกมาเบาๆ
“คุณพระ! ลู่หานเจียง เจ้าบ้าหรือเปล่าเนี่ย ปล่อยนะ คนเห็นหมด!” นางตีเข้าที่ท่อนแขนแกร่งเบาๆ แต่แรงปะทะนั้นแทบไม่สะเทือนกล้ามเนื้อแน่นขนัดของเขาเลยแม้แต่น้อย
“ให้คนอื่นเห็นไปสิครับ ใครจะกล้าว่าอะไรภรรยาของผม” นายทหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าดุร้ายที่สุดในค่ายทหารชายแดน บัดนี้กลับซุกใบหน้าครึ้มหนวดเคราลงกับลาดไหล่ของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดแน่น “เมื่อกี้... คุณเกือบจะต้องเผชิญหน้ากับพวกมันคนเดียว ผมขอโทษนะครับที่กลับมาเกือบไม่ทัน”
จินหรงชะงักไปเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า และเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งของคนตัวโต ท่าทางดุดันน่าเกรงขามเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสุนัขตัวใหญ่ที่กำลังออดอ้อนเจ้าของเพื่อขอความเห็นใจ
“ปล่อยได้แล้ว ข้าหนักนะ อีกอย่าง... ข้าจัดการพวกนั้นได้เองโดยไม่ต้องพึ่งคุณหรอกน่า” นางเอ่ยเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว พลางใช้มือผลักอกแกร่งเบาๆ
“ไม่ได้ครับ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หน้าที่ปกป้องคุณและบ้านหลังนี้ เป็นของผมคนเดียว” ลู่หานเจียงประกาศกร้าวด้วยแววตาจริงจัง ก่อนจะวางภรรยาลงกับพื้นอย่างทะนุถนอม แต่ทว่า... มือหนากลับไม่ยอมปล่อย เขาคว้าข้อมือนางไว้แน่น
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ ‘มหกรรมคลั่งรัก’ ที่ทำให้คนทั้งหมู่บ้านต้องอ้าปากค้างตลอดทั้งวัน!
เริ่มจากช่วงสาย...
ที่กองฟืนหลังบ้าน ซึ่งปกติแล้วจะเป็นหน้าที่ของจินหรงหรือบางครั้งก็ปล่อยให้ผุกร่อนไปตามกาลเวลา บัดนี้กลับปรากฏร่างของนายทหารหนุ่มถอดเสื้อคลุมทหารออก เหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวชุ่มเหงื่อ กล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนคลื่นและแผงอกกว้างไหวระริกตามจังหวะการหวดขวานลงบนท่อนไม้โอ๊ก
*ฉับ! ฉับ!*
เสียงขวานกระทบเนื้อไม้ดังสนั่นหวั่นไหว ท่อนไม้ขนาดใหญ่ถูกผ่าออกเป็นซีกๆ อย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับปอกกล้วย ทุกครั้งที่กล้ามเนื้อแขนขยับ เส้นเลือดปูดโปนและหยาดเหงื่อที่ไหลรินลงตามโครงหน้าคมคาย ล้วนขับเน้นเสน่ห์แบบบุรุษเพศออกมาจนทะลักล้น จินหรงที่ถือถาดน้ำชาเดินออกมามองดูอยู่ห่างๆ ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสามีบ้านไร่ของนาง จะมีรูปร่างชวนเลือดกำเดาไหลได้ขนาดนี้
“พักดื่มน้ำก่อนสิครับ หานเจียง” จินหรงยื่นผ้าขนหนูและชามน้ำสมุนไพรเย็นๆ ให้
ลู่หานเจียงวางขวานลงทันทีราวกับรอจังหวะนี้อยู่แล้ว ชายหนุ่มรับผ้ามาซับเหงื่อลวกๆ ก่อนจะก้มลงมองหน้าภรรยาด้วยดวงתאเป็นประกายวิบวับ “ไม่เหนื่อยครับ เพื่อคุณแล้ว ให้ผ่าภูเขาpoweredทั้งลูกผมก็ทำได้”
“ปากหวานนะเรา ไปกินยามาผิดขวดหรือเปล่าเนี่ย” นางค้อนให้วงหนึ่งอย่างหมั่นไส้ แต่กลับซ่อนรอยยิ้มกริ่มไว้ไม่อยู่
ยังไม่ทันที่ความร้อนระอุจากการผ่าฟืนจะจางหาย ลู่หานเจียงก็เริ่มภารกิจถัดไปทันที... การหาบน้ำจากลำธารท้ายหมู่บ้าน!
ปกติแล้วการหาบน้ำเป็นงานหนักที่สะใภ้ตระกูลลู่ต้องทำวันละหลายเที่ยว แต่วันนี้ ลู่หานเจียงเหมาทำคนเดียวทั้งหมด ถังไม้โอ๊กสองใบถูกเติมจนเต็มปรี่ นายทหารหนุ่มใช้ไม้คานบ่าเดินดุ่มๆ ตรงมาที่ห้องครัว ท่าทางกระฉับกระเฉงราวกับคนไม่ได้ผ่านการเดินทางไกลมาตลอดคืน ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างพากันหยุดมองด้วยความประหลาดใจ บ้างก็กระซิบกระซาบกันว่านายทหารลู่เสียสติไปแล้วหรือไร ถึงยอมก้มหัวให้ภรรยาขนาดนี้
“หานเจียง วางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวล้น” จินหรงร้องบอกเมื่อเห็นเขายกถังน้ำเทใส่โอ่งจนเต็มเอี๊ยด
“เรียบร้อยครับ!” ลู่หานเจียงหันมายิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด รอยยิ้มที่ดูซื่อตรงและจริงใจจนคนมองใจละลาย “น้ำในโอ่งเต็มแล้ว ฟืนก็ผ่ากองสูงเท่าภูเขาแล้ว... ตอนนี้เหลือเวลาว่างอีกตั้งหลายชั่วโมง คุณอยากไปเดินตลาดในเมืองไหมครับ? ผมจะพาไปซื้อวัตถุดิบทำขนมที่คุณอยากได้”
จินหรงหรี่ตามองสามีหนุ่มที่เกาะติดนางแจตั้งแต่เช้า ยิ่งกว่าลูกสุนัขพันธุ์ทางที่เพิ่งเก็บมาเลี้ยง นางยื่นมือไปหยิกแก้มสากของเขาเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว “ตามติดข้าเป็นเงาขนาดนี้ ไม่กลัวเพื่อนทหารล้อเอาหรือไงว่ากลัวเมีย?”
“ใครกล้าล้อผม ผมจะเตะก้านคอให้หมด” ลู่หานเจียงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวจนร่างบางแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นอายแดดและบุรุษเพศอบอวลอยู่รอบตัว “ให้ผมกลัวคุณคนเดียวนี่แหละครับดีที่สุดแล้ว... ว่าแต่ เย็นนี้ภรรยาคนสวยจะทำเมนูอะไรให้ผมกินครับ หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว”
“อยากกินเหรอ?” จินหรงยิ้มยั่ว นางเอียงคอมองเขาด้วยแววตาสبرประกายซุกซน “งั้นก็ช่วยข้าล้างผักในแปลงมิติให้หมดก่อนสิ ถ้าทำไม่เสร็จ... คืนนี้ก็ไม่ต้องนอนเข้าห้องนะ!”
พูดจบนางก็สะบัดตัวเดินหนีเข้าครัวทิ้งให้สามีหนุ่มยืนค้างกลางอากาศ แต่แทนที่จะหงุดหงิด ลู่หานเจียงกลับหัวเราะร่วนในลำคอด้วยความเอ็นดู ดวงตาคมกريบมองตามแผ่นหลังบางของภรรยาด้วยความคลั่งรักที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทันใดนั้นเอง...
เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา
“สหายลู่! คุณจินหรง!แย่แล้วครับ! ที่โกดังเก็บสินค้าในตลาดมืด... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! สินค้าล็อตใหม่ที่พวกคุณซ่อนไว้ ถูกคนของกลุ่มอิทธิพลอีกกลุ่มบุกปล้น และตอนนี้... ตำรวจกำลังปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมด!”
ลู่หานเจียงหุบยิ้มทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก
จินหรงที่ถือตะหลิวเดินออกมาจากครัว ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันทีเมื่อสบตากับสามี
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ใบชาหอมหมื่นลี้" มาโดยตลอดนะครับ!
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 27
ปฏิบัติการคลั่งรักฉบับนายทหาร
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!