ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของยามวิกาล จินหรงชะงักมือที่กำลังถือทัพพีตักซุปค้างไว้กลางอากาศ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างประหลาด ยามวิกาลเช่นนี้... ใครกันที่มาเคาะประตูร้านของพวกเขา?
สายตาคมกริบของหลี่จินหรงกวาดมองไปยังบานประตูก่อนจะหันกลับมาสบตากับลู่หานเจียง สามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องครัว ดวงตาคมเข้มของนายทหารหนุ่มฉายแววระแวดระวังขึ้นมาทันที เขาวางกระเป๋าเดินทางและเสื้อโค้ทลงบนเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินเข้ามาบังร่างเพรียวบางของภรรเอาไว้ด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง
"อยู่ที่นี่ เดี๋ยวผมไปดูเองครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น พร้อมกับฝ่ามือหนาที่เอื้อมไปแตะไหล่บางของเธอเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณให้อุ่นใจ
จินหรงพยักหน้ารับน้อยๆ แม้ในใจจะมีความกังวลอยู่บ้าง แต่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในกำมือ เธอย่อมมีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่าต่อให้เป็นโจรผู้ร้าย เธอก็มีวิธีรับมืออย่างแน่นอน
ลู่หานเจียงสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้บานประตูไม้ มือหนาปลดกลอนล็อกอย่างระมัดระวังก่อนจะกระชากเปิดออกกว้าง พร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ทหารกล้าผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนถึงกับนิ่งค้างไป
ร่างที่ยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตูไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นแม่เฒ่าลู่ผู้เป็นมารดา และมีลู่เฉิน... น้องชายคนเล็กยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่ข้างๆ สภาพของคนทั้งสองดูมอมแมมราวกับไปลุยโคลนมา เสื้อผ้าเนื้อหยาบเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำค้างและคราบโคลนยามค่ำคืน
"แม่...?" ลู่หานเจียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ ระคนแปลกใจ "ดึกดื่นมืดค่ำเช่นนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ครับ?"
แม่เฒ่าลู่ไม่รอให้ลูกชายเชิญเข้าบ้าน นางพุ่งตัวผลักอกบุตรชายแล้วเดินดุ่มๆ เข้ามาข้างในทันที ดวงตาฝ้าฟ cกวาดมองไปรอบร้านค้าที่ตกแต่งอย่างสะอาดสะอ้านและดูหรูหราผิดคาด ก่อนที่จมูกเหี่ยวย่นจะได้กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยอบอวลไปทั่ว
"เจ้าลูกอกตัญญู! น้องชายแกหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว พวกแกยังจะมีหน้ามาทำอาหารกินกันอย่างมีความสุขอย่างนั้นเรารึ!" แม่เฒ่าลู่โวยวายเสียงดังลั่น ลืมความเหน็ดเหนื่อยระหว่างทางไปจนหมดสิ้น เมื่อเห็นหม้อซุปและจานอาหารบนโต๊ะ
จินหรงที่เดินตามออกมาจากห้องครัวกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยเหยียดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แววตาฉายแววเยียบเย็นอย่างไม่ปิดบัง นางเฒ่าผู้นี้ไม่เคยมาหาพวกเขาด้วยความรักหรือความคิดถึง หากมาเยือนยามวิกาลเช่นนี้ ย่อมมีเรื่องเดือดร้อนหรือผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
"คุณแม่มาดึกดื่นป่านนี้ มีธุระอะไรหรือครับ?" จินหรงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม นางเดินเข้ามาเคียงข้างสามี พร้อมกับส่งมือไปแตะแขนแกร่งเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เขาสงบสติอารมณ์
"นังตัวดี! แกยังกล้าถามอีกรึ!" แม่เฒ่าลู่หันขวับมาตาดุใส่สะใภ้ "ตระกูลเฉินทางหมู่บ้านโน้นจะมาทวงเงินสินสอดที่เคยติดค้างไว้ถ้าน้องชายแกไม่ได้แต่งงานภายในเดือนนี้ พวกแกเป็นพี่ประสาอะไร ถึงปล่อยให้น้องต้องอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านเขา!"
ลู่หานเจียงขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นทันที "เงินสินสอดอะไรอีกครับแม่? ผมเคยส่งเงินเดือนทหารให้ทางบ้านเก็บไว้ตลอด ท่านก็น่าจะมีเก็บไว้จัดการเรื่องนี้ไม่ใช่หรือครับ?"
"เงินเดือนแกมันจะไปพออะไร! ข้าวของทุกวันนี้แพงขึ้นแค่ไหนแกไม่รู้รึไง!" แม่เฒ่าลู่เถียงเสียงข้างๆ คูๆ พลางส่งสายตาออดอ้อนแกมบังคับมาที่บุตรชายคนโต "หานเจียง แกต้องช่วยน้องนะ เงินในร้านของแกเนี่ย... ข้าเห็นว่าขายดีไม่ใช่รึ เอาออกมาช่วยน้องก่อนสักห้าร้อยหยวนเถอะ!"
ห้าร้อยหยวน!
ตัวเลขดังกล่าวทำให้บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ในยุค 80 นี้ เงินห้าร้อยหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ มันคือเงินเก็บทั้งปีของครอบครัวชนชั้นแรงงานทั่วไปเลยทีเดียว
จินหรงแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพช นางก้าวออกมาเผชิญหน้ากับแม่สามีตรงๆ "คุณแม่พูดง่ายเกินไปหน่อยไหมครับ? เงินห้าร้อยหยวนไม่ใช่เศษกระดาษนะ สมบัติทุกชิ้นและเงินทุกหยวนที่พวกเราหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย เป็นน้ำพักน้ำแรงของพวกเราสองคนผัวเมีย เหตุใดต้องเอาไปล้างผลาญให้คนที่วันๆ เอาแต่แบมือขอเงินล่ะครับ?"
"นังสะใภ้ปากดี! แกกล้าดียังไงมาว่าน้องชายแบบนี้!" แม่เฒ่าลู่กรีดเสียงแหลมด้วยความโกรธจัด นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้ผู้ไม่รักดีสักฉาด
ทว่า... เร็วกว่าแสง ลู่หานเจียงก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที มือหนาคว้าข้อมือของมารดาเอาไว้แน่น แรงบีบที่พอเหมาะทำให้แม่เฒ่าลู่สะดุ้งจนต้องชะงัก ดวงตาคมกริบของนายหนุ่มทหารหาญจ้องมองมารดาด้วยแววตาที่ผิดหวังและเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด
"พอเถอะครับแม่..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยล้า "ผมแต่งงานออกมาสร้างครอบครัวของตัวเองแล้ว เงินทุกบาทที่ผมหามา ผมตั้งใจจะให้จินหรงได้ใช้ชีวิตสุขสบาย ไม่ใช่เอามาเป็นภาระให้ใครมาสูบเลือดสูบเนื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
แม่เฒ่าลู่อ้าปากค้าง มองบุตรชายคนโปรดที่บัดนี้กล้าแข็งข้อกับนางเป็นครั้งแรก น้ำตาชราภาพเอ่อคลอเบ้าด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว "แก... แกกล้าเถียงแม่รึเพราะนังผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม!"
"ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้นครับ... แต่เป็นเพราะผมตาสว่างแล้วต่างหาก" ลู่หานเจียงตอบกลับเสียงเรียบแต่มั่นคง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผายมือเชิญ "ดึกมากแล้วครับ ทางที่ดีผมว่าแม่กับน้องกลับไปพักผ่อนเถอะครับ ส่วนเรื่องเงิน... ผมช่วยอะไรไม่ได้หรอก"
ลู่เฉินที่ยืนเงียบมานานเห็นท่าไม่ดี รีบดึงแขนเสื้อมารดา "แม่ครับ กลับกันเถอะ อยู่ไปก็อับอายเปล่าๆ"
แม่เฒ่าลู่กัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง นางชี้หน้าลูกชายและสะใภ้สั่นระริก "ได้! พ่อลูกอกตัญญู! เมียล้างผลาญ! พวกแกจำคำวันนี้ไว้ให้ดี อย่ามาพึ่งพาตระกูลลู่อีกก็แล้วกัน!" พูดจบนางก็สะบัดหน้าพรืด ลากตัวลู่เฉินเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากร้านอย่างหัวเสีย
ปัง!
ประตูไม้ปิดลงตามแรงอารมณ์ ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องอาหารอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับยังหลงเหลือความอึมครึมอยู่บ้าง ลู่หานเจียงยืนนิ่งค้างอยู่หน้าประตู แผ่นหลังกว้างไหวสะท้อนความรู้สึกผิดและอ่อนล้า เขาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมาสบตาภรรยา
จินหรงมองแผ่นหลังของสามี นางถอนหายใจออกมาเบาๆ ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจในตัวชายหนุ่มผู้ซื่อตรงคนนี้ นางรู้ดีว่าการตัดขาดจากครอบครัวเดิมสำหรับคนในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หัวใจของเขาคงกำลังเจ็บปวดไม่น้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับความเห็นแก่ตัวของแม่แท้ๆ
ร่างเพรียวบางก้าวเข้าไปใกล้ แขนเรียวสวมกอดเอวสอบของสามีจากด้านหลัง ใบหน้าเนียนแนบซบลงกับแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ สัมผัสอบอุ่นที่ส่งผ่านไปทำให้ลู่หานเจียงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่ร่างสูงจะผ่อนคลายลง
"เหนื่อยไหมครับ...?" เสียงหวานเอמהกระซิบแผ่วเบาข้างหลัง
ลู่หานเจียงหลับตาลง หยาดน้ำลูกผู้ชายที่พยายามอดกลั้นมาตลอดเอ่อล้นคลอเบ้า เขาหันกลับมาแล้วรวบร่างของภรรยาเข้าสู่อ้อมอกกว้างทันที ฝังใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ปล่อยให้ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของนางเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ
"ผมขอโทษนะจินหรง..." เสียงทุ้มสั่นเครือเล็กน้อย "ผมทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้อีกแล้ว..."
จินหรงยกมือขึ้นลูบผมหนาของสามีอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มละมุนละไมปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย "พูดอะไรบ้าๆ ครับ เราเป็นสามีภรรยากกันแล้วนะ มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้านไม่ใช่รึไง? อีกอย่าง..." นางผละออกเล็กน้อยเพื่อสบตาเขา ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ "ผมเตรียมของดีไว้ปลอบใจคุณโดยเฉพาะเลยนะ"
ว่าแล้วจินหรงก็จูงมือสามีเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร อาหารจีนชุดใหญ่ที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ ยังคงส่งควันกรุ่นและกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ปลาเปรี้ยวหวานสีสันสดใสน้ำราดฉ่ำเยิ้ม กุ้งผัดซอสพริกเผ็ดร้อนกำลังดี และซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนเคี่ยวจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวนวลส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
ลู่หานเจียงเบิกตากว้างด้วยความตะลึง อาหารเหล่านี้ดูหรูหราและน่ากินเสียยิ่งกว่าภัตตาคารในเมืองใหญ่เสียอีก
"นี่... ทำทั้งหมดนี่ให้ผมเหรอครับ?" เขาถามเสียงพร่า
"ใช่ครับ นั่งลงทานเสียตอนยังร้อนๆ เถอะนะ" จินหรงตักข้าวใส่ถ้วยส่งให้สามี พร้อมกับตักชิ้นปลาเนื้อแน่นราดซอสเปรี้ยวหวานวางลงบนจานของเขา "ทานให้อร่อยนะครับ สามีของผม"
ลู่หานเจียงมองอาหารตรงหน้าสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของภรรยา หัวใจที่เคยหน็บหนาวกลับมาพองโตและอบอุ่นขึ้นอย่างฉับพลัน หยาดน้ำตาซึมไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้น แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจ หากเป็นหยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจที่ล้นปรี่
เขาก้มหน้าลงตักซุปกระดูกหมูร้อนๆ ซดเข้าไปคำหนึ่ง ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วช่องท้อง รสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งมวลมลายหายไปในพริบตา
"อร่อยไหมครับ?" จินหรงเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มซุกซน
"อร่อยที่สุดในโลกเลยครับ" ลู่หานเจียงตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะตักอาหารป้อนเธอบ้าง บรรยากาศความอบอุ่นโรแมนติกกำลังโอบล้อมคนทั้งสองไว้ ท่ามกลางค่ำคืนอันหนาวเหน็บ
ทว่า... ในวินาทีที่ความสุขกำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุดนั้นเอง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งอย่างกะทันหัน แต่ครั้งนี้... มันไม่ใช่เสียงเคาะแบบคนมาขอความช่วยเหลือ หากแต่เป็นเสียงทุบประตูดังโครมครามด้วยความรุนแรง ราวกับจะพังมันเข้ามาให้ได้!
ลู่หานเจียงชะงักมือที่กำลังถือตะเกียบ ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเคร่งเครียดขึ้นในทันที ส่วนจินหรงขมวดคิ้วมุ่น นางหันไปมองบานประตูสลับกับสามีด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างเงาสูงใหญ่หลายร่างก็พังผุบทะลุบานประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของลู่หานเจียงเย็นเฉียบ
"ลู่หานเจียง! แกถูกจับข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับพวกค้าของเถื่อนในตลาดมืด! ส่งตัวมาเดี๋ยวนี้!"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของจินหรงและหานเจียงมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ)
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 26
สยบสามีด้วยมื้ออาหารสุดพิเศษ
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!