เสียงทุบประตูไม้หน้าบ้านตระกูลลู่ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังลงมาในคราเดียว พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่แผดก้องทะลุกำแพงดินอัดแน่นเข้ามาในห้องครัว จนกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนๆ แทบจะถูกกลบด้วยมลพิษทางเสียงอันน่ารำคาญนั้น
"หลี่จินหรง! นังสะใภ้ตัวดี! ออกมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้! คิดจะซ่อนหัวอยู่ในรูแล้วทำเป็นหูทวนลมกับแม่ผัวอย่างฉันอย่างนั้นเรอะ!"
เสียงแผดร้องของแม่เฒ่าลู่ดังแว่วเข้ามา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใบหน้าเหี่ยวย่นยามนี้คงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบเป็นบ้าเป็นหลัง หลอดเลือดที่ขมับคงปูดโปนด้วยความเคียดแค้นที่วันนี้ลูกชายคนเล็กอย่างลู่หานเจียงกล้าปฏิเสธที่จะส่งเงินค่าเลี้ยงดูตามจำนวนที่นางขูดรีดมาโดยตลอด
จินหรงที่ถือตะหลิวสเตนเลสค้างไว้กลางอากาศ ชะงักกึกทันทีเมื่อสบตากับดวงตาคมกริบของสามีที่เพิ่งก้าวเข้ามาสมทบในห้องครัว สีหน้าของนางเอกสาวเปลี่ยนจากความผ่อนคลายยามปรุงอาหาร กลายเป็นความเย็นชาเฉียบคมในเสี้ยววินาที นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกกลับยกย่องขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่ฉายชัดถึงความแสบสัน
"ดูท่าทางวันนี้... แม่สามีผู้ประเสริฐของพี่คงไม่ได้พก 'สมอง' ติดตัวมาด้วยกระมังถึงได้มาแหกปากโวยวายหน้าบ้านแต่เช้าตรู่แบบนี้" จินหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความคมกริบ นางวางตะหลิวลงบนขอบเตาอย่างใจเย็น เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสะอาดสะอ้าน ก่อนจะปรายตามองสามีที่ยืนนิ่งสนิท
ลู่หานเจียงขมวดคิ้วมุ่น สันจมูกโด่งเป็นสันคมยามนี้ย่นเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง ดวงตาคู่นคมเข้มทอประกายเย็นชา เขาไม่ได้มองภรรยาด้วยความกังวลว่านางจะตกใจ แต่เขากลัวว่าเสียงหนวกหูข้างนอกจะมารบกวนช่วงเวลาสงบสุขของภรรยาอันเป็นที่รักต่างหาก
"พี่จัดการเองครับ อาหรง... เธออยู่ทำกับข้าวต่อเถอะ อย่าเอาคนไม่มีเหตุผลพวกนี้มาทำให้เสียอารมณ์เลย" ลู่หานเจียงเอ่ยเสียงทุบต่ำ หนุ่มใหญ่ร่างสูงโปรดก้าวเข้ามาใกล้ภรรยา พร้อมกับเอื้อมมือหนามาลูบกลุ่มผมนุ่มของนางเบาๆ อย่างทะนุถนอม เป็นการปลอบประโลมที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและคลั่งรักจนคนมองแทบละลาย
"จัดการเองหรือคะ... อ๊ะ! หมายถึง จัดการเองครับ" จินหรงเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินจากยุคปัจจุบันออกมา นางรีบเปลี่ยนสรรพนามแก้เกี้ยวทันที พร้อมกับค้อนใส่สามีหนุ่มวงใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู "จะให้พี่ออกไปจัดการคนเดียวได้อย่างไร ในเมื่อเป้าหมายของนางไม่ใช่แค่ลูกชายอกตัญญูในสายตานางหรอกนะ แต่เป็นเงินในกระเป๋าของฉันต่างหากเล่า!"
พูดจบ จินหรงก็ปลดผ้ากันเปื้อนออก พับวางไว้อย่างเป็นระเบียบ นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับอารมณ์ ก่อนจะก้าวเดินนำหน้าสามีออกไปยังลานหน้าบ้านด้วยท่าทีสง่างาม ไม่สะทกสะท้านต่อเสียงกรีดร้องโวยวายที่ดังระรัวไม่หยุดหย่อน
ปึง!
ประตูไม้ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างชราของแม่เฒ่าลู่ที่ยืนเท้าสะเอว หน้าตาดำคล้ำด้วยความโกรธ ข้างกายยังมีลู่ต้าเฉียง พี่ชายคนโตผู้เห็นแก่ตัวและภรรยาจอมเจ้าเล่ห์ยืนสมรู้ร่วมคิดอยู่ไม่ห่าง ทว่าเมื่อแม่เฒ่าลู่เห็นหน้าจินหรงและลูกชายคนเล็กก้าวออกมาพร้อมกัน นางก็ยิ่งได้ใจ แผดเสียงแหลมสูงใส่ทันทีโดยไม่ให้ใครทันตั้งตัว
"นังตัวดี! กล้าดีอย่างไรถึงหลบอยู่ในบ้าน ไม่ออกมาต้อนรับฉันผู้เป็นแม่สามี! แกนี่มันอกตัญญูจริงๆ หานเจียง! แกดูเอาเถอะ ได้เมียใจดำอำมหิตแบบนี้ มันถึงคอยล้างสมองแกให้ตัดขาดจากครอบครัวเดิม! เดือนนี้ทำไมเงินส่งตัวถึงหายไปครึ่งหนึ่ง! แกเอาเงินไปซุกหัวนอนไว้ที่ไหนหมดฮะ!"
แม่เฒ่าลู่พ่นคำด่าทอยืดยาว น้ำลายแทบกระเด็นใส่หน้าประตูบ้าน ท่าทางเย่อหยิ่งและจองหองราวกับตนเองเป็นเจ้าชีวิตของคนทั้งบ้าน จินหรงยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายๆ นางมองดูหญิงชราตรงหน้าที่กำลังดิ้นรนด้วยความโลภด้วยสายตาสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองดูตัวตลกในโรงละครสัตว์
ลู่ต้าเฉียงที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบเสริมขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ "นั่นสิ, หานเจียง แกเป็นถึงนายทหารอนาคตไกล เงินเดือนตั้งมากมายแต่กลับส่งให้แม่แค่เศษเงินไม่กี่หยวนแบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหนกัน? หรือว่าเงินทั้งหมดถูกนังสะใภ้นี่ผลาญเล่นไปกับเรื่องไร้สาระหมดแล้ว? ถ้าดูแลเงินไม่เป็น ก็เอาเงินทั้งหมดมาให้แม่เก็บรักษาไว้เองจะดีกว่า!"
บรรยากาศหน้าบ้านตระกูลลู่ยามนี้เริ่มมีชาวบ้านละแวกใกล้เคียงทยอยกันมามุงดูความวุ่นวาย หลายคนกระซิบกระซาบวิพากษ์วิจารณ์ บ้างก็เห็นใจลู่หานเจียง บ้างก็มองจินหรงด้วยสายตาสงสัย ทว่าจินหรงกลับไม่มีทีท่าหวาดหวั่น นางเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเบาๆ เตรียมจะก้าวออกไปฟาดฟันให้หงายเงิบ
ทว่า... ยังไม่ทันที่จินหรงจะได้ขยับริมฝีปากเอ่ยอันใด มือหนาของสามีผู้เงียบขรึมมาตลอดก็ยื่นมาคว้าไหล่บางของนางไว้เบื้องหลัง ลู่หานเจียงก้าวขึ้นมาบังร่างของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองมารดาและพี่ชายแท้ๆ ของตนด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ใดๆ
ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะเมื่อนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่เอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงทุบต่ำทรงพลัง กังวานชัดเจนจนทุกคนรอบบริเวณต้องเงียบกริบเพื่อฟัง
"แม่ครับ... เลิกแหกปากโวยวายและเลิกกล่าวหาภรรยาผมเสียที"
แม่เฒ่าลู่ชะงักอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าลูกชายคนเล็กที่เคยเชื่อฟังนางมาตลอดจะกล้าพูดจาแข็งกระด้างใส่ต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้
"แก... แกกล้าพูดกับแม่แบบนี้เรอะ!" แม่เฒ่าลู่ชี้หน้าสั่นเทาด้วยความโกรธ "นังนี่มันมนต์ดำอะไรใส่แก หานเจียง! แกถึงได้กล้าเถียงฉัน!"
"ไม่มีมนต์ดำอะไรทั้งนั้นครับ" ลู่หานเจียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะประกาศกร้าวออกมาด้วยถ้อยคำที่ทำให้ทุกคน ณ ที่นั้นต้องตกตะลึงตาค้าง
"เงินเดือนทั้งหมดของผม... ผมไม่ได้ส่งให้แม่ครึ่งหนึ่ง หรือเหลือไว้ใช้เองสักหยวนเดียว" ลู่หานเจียงกวาดสายตามองหน้ามารดาและพี่ชายทีละคนอย่างชัดถ้อยชัดคำ "เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ผมหามาได้จากหยาดเหงื่อแรงงานในค่ายทหาร... ผมมอบให้ 'อาหรง' ภรรยาของผมเป็นคนเก็บรักษาไว้ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว!"
สิ้นคำประกาศนั้น ลานหน้าบ้านตระกูลลู่ก็พลันเงียบสนิทลงราวกับป่าช้า เสียงลมพัดผ่านเบาๆ ยิ่งขับเน้นความตกตะลึงของคนรอบข้างให้เด่นชัดขึ้นไปอีก แม่เฒ่าลู่หน้าซีดเผือดสลับเขียวคล้ำ อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ สมองของนางขาวโพลนจนคิดคำด่าไม่ออก
ส่วนจินหรงที่ยืนอยู่ด้านหลัง แอบซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย นางเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของสามีที่ยืนหยัดปกป้องนางอย่างองอาจ หัวใจดวงน้อยพลันกระตุกวูบด้วยความรู้สึกอบอุ่นลึกล้ำที่แผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกคนกำลังอึ้งงัดกับประกาศกร้าวของนายทหารหนุ่ม จู่ๆ ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ จากกลุ่มชาวบ้านที่มุงดู พร้อมกับร่างของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่แหวกฝูงชนก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย นางถือซองกระดาษสีน้ำตาลปริศนาไว้ในมือ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้สถานการณ์พลิกผันไปในทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด
"อุ๊ย... ประกาศตัวเป็นคนคลั่งรักเมียแบบนี้ น่าประทับใจเสียจริงนะผู้กองลู่ แต่ว่านะ... สิ่งที่นายถืออยู่นั่นน่ะ อาจจะไม่ใช่เงินเดือนอย่างที่นายเข้าใจก็ได้ เพราะฉันเพิ่งเห็นหลักฐานชิ้นนี้ถูกส่งมาจากสำนักงานเขตต่างหากล่ะ..."
ดวงตาของจินหรงหรี่แคบลงทันingเมื่อสบเข้ากับซองกระดาษในมือของหญิงแปลกหน้าผู้นั้น...
[Cliffhanger Hook]
ซองกระดาษสีน้ำตาลในมือของหญิงแปลกหน้าคืออะไร? และความจริงเบื้องหลังเงินเดือนของลู่หานเจียงกำลังซ่อนปมปริศนาใดไว้ที่สามารถพลิกเกมตระกูลลู่ได้ในพริบตาเดียว? โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งชีวิตและชาหอมๆ ในทุกๆ ตอนด้วยนะครับ
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 28
ตบหน้าแม่สามีอีกรอบด้วยความหวานของสามี
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!