ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 23

การมาเยือนที่ไม่คาดคิด

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
กลิ่นควันสีม่วงจางๆ ที่ลอยลอดร่องหน้าต่างไม้เก่า ไม่ใช่ไอพิษคร่าชีวิตอย่างที่สัญชาตญาณหวาดระแวงในคราแรก หากแต่เป็นกลิ่นหอมฉุนของยาจุดกันยุงสมุนไพรจีนสูตรโบราณ ที่ถูกจุดขึ้นเพื่อไล่ยุงร้ายในยามพลบค่ำของชนบทมณฑลทางเหนือ หลี่จินหรงผ่อนลมหายใจยาวเหยียด หัวใจที่เต้นรัวรากับกลองศึกเมื่อครู่ค่อยๆ กลับสู่จังหวะปกติ นางป้องปากกลั้นเสียงถอนหายใจ ขณะตวัดสายตาดุดันมองไปยังเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับอยู่หลังบานหน้าต่าง "คิดจะเล่นตลกอะไรตอนนี้ครับ จินเอ๋อร์" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยลอดเข้ามา พร้อมกับแรงผลักเบาๆ ที่บานหน้าต่างไม้ผุๆ ให้เปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและฝุ่นควันจากการเดินทาง ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองภรรยาด้วยความห่วงหาอาทรอย่างปิดไม่มิด ลู่หานเจียงมาถึงแล้ว—สามีหนุ่มผู้สร้างความอบอุ่นในอกและเป็นที่พึ่งพิงอันมั่นคงของนางเสมอมา จินหรงค้อนขวับให้สามีตัวดีไปหนึ่งวง พลางสะบัดมือไล่ควันธูปกันยุงที่ลอยเข้าตา "คุณนี่นะ! ชอบทำตัวเป็นภูตผีปีศาจยามวิกาล ตั้งใจจะมาหลอกให้ภรรยาตกใจตายหรืออย่างไร ถึงได้ไม่ยอมส่งเสียงบอกก่อนเข้าบ้านล่ะครับ" ลู่หานเจียงหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความเหนื่อยล้า ชายหนุ่มปีนข้ามกรอบหน้าต่างเข้ามาในห้องครัวอย่างคล่องแคล่วราวกับเสือดาว ก่อนจะคว้าเอวบางของภรรยาเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าครึ้มหนวดเคราลงกับซอกคอหอมกรุ่นของนาง สูดดมกลิ่นกายสะอาดสะอ้านที่คุ้นเคยราวกับคนอดอยากมานานปี "ผมคิดถึงคุณใจจะขาดครับ... รถจี๊ปของหน่วยเพิ่งจะซ่อมเสร็จเมื่อช่วงบ่าย พอเคลียร์งานที่ค่ายเสร็จผมก็รีบบึ่งรถกลับบ้านทันที ไม่คิดว่าเมียรักจะต้อนรับด้วยสายตาคมกริบเหมือนจะเฉือนเนื้อผมเช่นนี้" ลู่หานเจียงกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงเว้าวอนและออดอ้อนจนจินหรงต้องยอมอ่อนระทวยในอ้อมแขน ทว่า บรรยากาศแสนหวานชื่นย่อมมีมารมาขัดจังหวะเสมอ เสียงเคาะประตูดังปังๆ พร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดของแม่เฒ่าลู่ที่แผดดังทะลุเข้ามาจากลานบ้าน ทำให้สองสามีภรรยาต้องผละออกจากกันทันที "หลี่จินหรง! นังตัวดี! แกซ่อนอาหารอะไรไว้ในบ้าน ทำไมกลิ่นมันถึงได้หอมตลบอบอวลไปสามบ้านแปดบ้านขนาดนี้ ห้ะ! คิดจะแอบกินคนเดียวในขณะที่แม่สามีตาดำๆ อย่างฉันต้องทนกินแป้งหยาบกับผักต้มหรือยังไง เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" ใบหน้าของจินหรงบึ้งตึงขึ้นในทันที นางเพิ่งจะเคี่ยวซุปไก่ตุ๋นโสมตังกุยในหม้อดินขนาดใหญ่โดยแอบดึงวัตถุดิบชั้นดีจากห้างสรรพสินค้ามิติออกมาบำรุงกำลัง กลิ่นหอมหวานของโสมและเนื้อไก่ตุ๋นเปื่อยย่อมลอยไปไกลตามสายลมยามเย็น เป็นธรรมดาที่แม่เฒ่าลู่ผู้มีจมูกไวราวกับสุนัขล่าเนื้อจะรีบวิ่งแจ้นมาเคาะประตูไถของกิน ลู่หานเจียงขมวดคิ้วมุ่น แววตาฉายแววเย็นชาและรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง ตลอดเวลาที่ผ่านมามารดาบังเกิดเกล้าไม่เคยสนใจไยดีสะใภ้คนนี้เลย มีแต่จะคอยหาเรื่องรีดไถและกดขี่อยู่ร่ำไป หากไม่ใช่เพราะเขาคอยปกป้อง จินหรงคงต้องบอบช้ำทั้งกายและใจไปนานแล้ว "ปล่อยให้ผมจัดการเองครับ" ลู่หานเจียงเอ่ยเสียงเรียบ พรางเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของภรรยาไว้เพื่อปลอบประโลม "ไม่ต้องครับ" จินหรงยกย่องมุมปาก รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนดวงหน้างาม "นานๆ ทีคุณสามีกลับมาบ้านทั้งที เรามารับแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยความบันเทิงกันสักตั้งเถอะครับ" นางเดินนำลิ่วไปปลดกลอนประตูอย่างไม่เกรงกลัว ทันทีที่บานประตูเปิดออก แม่เฒ่าลู่ที่ง้างมือเตรียมจะทุบซ้ำก็เกือบจะถลาล้มคะมำไปข้างหน้า หากไม่ “อุ๊ย! คุณแม่ ระวังหน่อยสครับ แกéชรามากแล้ว ล้มไปกระดูกกระเดี้ยวจะหักเอาได้นะ” จินหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับไร้ความเคารพโดยสิ้นเชิง แม่เฒ่าลู่หน้าดำคร่ำเครียด ยื่นมือเหี่ยวย่นหมายจะผลักอกสะใภ้เพื่อระบายความโกรธ "นังสะใภ้อกตัญญู! กล้าดียังไงมาแช่งฉัน! แล้วในหม้อนั้น... แกทำอะไรกิน กลิ่นมันลอยไปถึงบ้านฉัน โน่น! พี่ชายกับน้องสะใภ้แกเขารอชิมอยู่ รีบตักใส่ปิ่นโตมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!" ยังไม่ทันที่จินหรงจะได้อ้าปากตอกกลับ เงาร่างสูงใหญ่ของลู่หานเจียงก็ก้าวออกมาจากความมืดภายในบ้าน บดบังร่างของภรรยาไว้มิดชิด รังสีอำมหิตและกดดันแบบทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกมาจนแม่เฒ่าลู่สะดุ้งเฮือกถอยหลังไปสามก้าว "ถ้าแม่กล้าพูดคำว่า 'รีดไถอาหาร' ออกมาอีกคำเดียว ผมจะส่งเรื่องขอย้ายไปประจำการที่ชายแดนถาวร และจะไม่ส่งเงินเบี้ยเลี้ยงให้บ้านเราแม้แต่หยวนเดียวอีกเลย!" เสียงของลู่หานเจียงราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังจนแม่เฒ่าลู่อ้าปากค้าง ตาลานด้วยความตกใจ "ตา... ตาเจียง! แกกล้าขู่แม่หรือ! นังนี่มันเป่าหูแกใช่ไหม!" แม่เฒ่าลู่กรี๊ดร้องโวยวาย "ไม่มีใครเป่าหูผมทั้งนั้นครับ สิ่งที่ผมพูดคือความจริง แม่ปฏิบัติกับจินหรงอย่างไร ผมรู้ดีทุกอย่าง ถ้าไม่อยากให้ความสัมพันธ์แม่ลูกขาดสะบั้น ก็เชิญกลับบ้านไปเสียเถอะครับ" ลู่หานเจียงเอ่ยจบ ก็ปิดประตูกระแทកใส่หน้ามารดาเสียงดังสนั่น ไม่สนใจเสียงโวยวายด่าทอที่ดังแว่วมาตามลม จินหรงมองแผ่นหลังกว้างของสามีด้วยความรู้สึกหลากหลาย นางอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปโอบกอดเอวสอบของเขาจากด้านหลัง แนบใบหน้าลงกับแผ่นหลังหนาที่อบอุ่น "ใจร้ายจังนะครับ... นั่นแม่แท้ๆ ของคุณเลยนะ" นางกระเซ้า ลู่หานเจียงหันกลับมาคว้าตัวนางเข้าสู่อ้อมกอด ดวงตาคู่นั้นทอประกายอ่อนโยนจนละลายใจคนมอง "สำหรับผม... ความสุขและรอยยิ้มของคุณสำคัญกว่าคนอื่นทั้งหมดครับ" บรรยากาศในห้องครัวกลับมาอบอุ่นและเงียบสงบอีกครั้ง กลิ่นหอมของซุปไก่ตุ๋นโสมตังกุยยังคงอบอวลชวนน้ำลายสอ ลู่หานเจียงสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความแปลกใจ เมื่อหันไปเห็นพาหนะลึกลับที่จอดอยู่มุมห้องครัว—รถจี๊ปทหารคันเก่งที่เพิ่งซ่อมเสร็จจอดสนิทอยู่กลางลานบ้าน... เดี๋ยวนะ! รถจี๊ปคันนั้นจอดอยู่ข้างนอกไม่ใช่หรือ แล้วทำไมล้อหน้ามันถึงมีโคลนสีแดงจากภูเขาหลังหมู่บ้านติดอยู่ ทั้งๆ ที่วันนี้เขายังไม่ได้ขับมันไปทางนั้นเลยสักนิด! ลู่หานเจียงชะงักกึก หันขวับมามองภรรยาด้วยแววตาเต็มไปด้วยคำถาม ขณะที่จินหรงเพียงแต่ยิ้มค้าง เผลอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความลืมตัว และในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูเบาๆ สามครั้งก็ดังขึ้นที่หน้าต่างบานเดิม... แต่ครั้งนี้ ไม่มีเงาร่างของมนุษย์ มีเพียงกล่องพัสดุปริศนาสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นบนขอบหน้าต่าง พร้อมกับตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานที่กำลังนับถอยหลังอย่างรวดเร็ว! ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ "ใบชาหอมหมื่นลี้"
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%