กลิ่นอายความชื้นของตรอกมืดด้านหลังห้างสรรพสินค้าผิงอันยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ทว่าลู่หานเจียงเลือกที่จะเก็บงำความสงสัยเรื่องเงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีดำและกลิ่นอายยาพิษโบราณนั้นไว้เบื้องหลังก่อน ในเมื่อเวลานี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดกำลังรอเขาอยู่ ณ เรือนพักอบอุ่น
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับกลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรจีนที่ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัว ลู่หานเจียงเห็นภรรยาตัวน้อยของเขากำลังยืนอยู่หน้าเตาถ่าน แผ่นหลังบอบบางแต่เปี่ยมด้วยความมั่นคงนั้นกำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวบางสิ่งในหม้อดินเผาใบใหญ่
หลี่จินหรงปาดเหงื่อที่ซึมอยู่บนหน้าผากด้วยหลังมือเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับยามมองน้ำซุปสีอำพันในหม้อที่กำลังเดือดปุดๆ โสมป่าอายุหลายสิบปีจากมิติพิเศษถูกหั่นเป็นชิ้นบางเฉียบ เคี่ยวเคียงคู่กับเนื้อไก่บ้านเนื้อแน่นและเก๋ากี้แดงฉ่ำ กลิ่นหอมหวานล้ำลึกของโสมผสานกับความกลมกล่อมของเนื้อสัตว์ ช่างกระตุ้นต่อมน้ำลายให้ทำงานอย่างรุนแรงเสียจนชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ยังต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"กลับมาแล้วหรือครับ คนที่ก่อเรื่องที่ห้างวันนี้จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ" จินหรงเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันกลับมามอง นางรู้ดีว่าจังหวะก้าวเดินแบบนี้มีเพียงสามีหนุ่มของนางเท่านั้น
ลู่หานเจียงสาวเท้าเข้าไปใกล้ สวมกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมคายซบลงบนลาดไหล่กว้างของภรรยา สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นไอความอบอุ่นของอาหาร "เรียบร้อยครับ หลี่เฉิงเฉียงถูกควบคุมตัวไปสอบสวนแล้ว คงไม่ได้ออกมาสร้างความวุ่นวายให้เราอีกสักพักใหญ่... แต่ว่า กลิ่นนี่..." เขาเว้นวรรค จมูกโด่งสูดกลิ่นหอมล้ำลึกที่โชยเข้าจมูก "หอมจนผมแทบไม่มีสติเหลือไว้คิดเรื่องอื่นแล้วครับ"
จินหรงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เอี้ยวตัวกลับมาหยิกแขนล่ำสันของสามีเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "ปากหวานเสียจริง ระวังเถอะค่ะ... เอ๊ย ระวังเถอะครับ เดี๋ยวซุปไก่ตุ๋นโสมหม้อนี้จะหมดสิทธิ์กินพอดีย" นางเกือบหลุดปากพูดสำนวนติดปากยุคปัจจุบันเสียแล้ว โชคดีที่ดึงสติกลับมาทันเวลา
"เมนูนี้ผมจองสิทธิ์คนแรกแน่นอนครับ" ลู่หานเจียงกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหู นัยน์ตาคมกริบฉายแววคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด
ในขณะที่ภายในเรือนตระกูลลู่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นและกลิ่นหอมยั่วยวน ทว่าภายนอกรั้วบ้าน... สถานการณ์กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
สายลมอ่อนยามเย็นพัดพาเอาละอองความหอมของ "ไก่ตุ๋นโสมสะท้านโลกันตร์" ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งซอยแคบ กลิ่นหอมเย้ายวนของโสมป่าชั้นดีที่ผสมผสานกับไขมันไก่เคี่ยวจนได้ที่ ช่างมีอณูความเข้มข้นจนทะลวกลึกเข้าไปในรูจมูกของผู้คนในละแวกนั้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
บ้านหลังแรกที่ประตูรั้วเปิดผางออกมาคือบ้านของป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ชอบนินทา นางยืนสูดจมูกฟุดฟิด ใบหน้าที่มักจะเชิดหยิ่งยามเจอหน้าจินหรงบิดเบี้ยวด้วยความอยากอาหาร น้ำลายสอจนต้องรีบกลืนลงคอ "กลิ่นอะไรวะเนี่ย หอมฉุนชะมัด! หรือว่านังเด็กบ้านนอกนั่นมันทำเนื้อตุ๋นกินกันอีกแล้ว? กลิ่นโสมชัดเจนขนาดนี้ มันเอาเงินที่ไหนมาซื้อโสมแพงๆ แบบนั้นกัน!" นางบ่นพึมพำด้วยความอิจฉาริษยาจนอกแทบระเบิด
ถัดไปอีกสามหลัง ลุงเฉินผู้ขึ้นชื่อเรื่องความงกและปากจัด ถึงกับวางตะเกียบในมือกระแทกกับโต๊ะเสียงดังลั่น เขานั่งไม่ติดเก้าอี้ เดินออกมาหน้าบ้านแล้วชะเง้อคอมองไปยังทิศทางของเรือนตระกูลลู่ด้วยความหงุดหงิด "ให้ตายเถอะ กลิ่นโสมลอยมาเตะจมูกข้าขนาดนี้ ข้ากินข้าวเปล่ากับผักดองไม่ลงแล้วนะเว้ย! เจ้าพวกบ้านลู่มันแอบไปร่ำรวยมาจากไหนกันวะ ถึงได้ต้มซุปบำรุงกลิ่นฟุ้งไปครึ่งหมู่บ้านแบบนี้!"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงท้องร้องโครกครากดังระงมไปทั่วทั้งซอย ผู้คนต่างพากันเดินออกมาเกาะรั้ว ชะเง้อมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่จนคอแห้งผาก ความอิจฉาริษยาและความอยากลิ้มลองตีรวนขึ้นมาในอกของคนตระกูลใหญ่และชาวบ้านรอบข้างที่เคยดูถูกดูแคลนสองสามีภรรยา
ภายในห้องครัว ลู่หานเจียงตักซุปไก่ตุ๋นโสมร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างระมัดระวัง ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมที่ทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกขั้น จินหรงมองดูผลงานของตนเองด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางไม่ได้ตั้งใจจะเปิดเผยความร่ำรวย แต่บางครั้ง... การตบหน้าคนด้วยกลิ่นอาหารหอมๆ ก็เป็นศิลปะการเอาคืนที่สะใจไม่แพ้การใช้กฎหมายเลยทีเดียว
"หอมมากครับ" ลู่หานเจียงยื่นชามซุปส่งให้ภรรยาชิมก่อน ทว่าในจังหวะที่จินหรงกำลังจะรับชามกระเบื้องนั้นเอง...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงทุบประตูรัวๆ และเสียงตะโกนโวยวายของแม่เฒ่าลู่ที่เพิ่งกลับมาจากตลาดโดยมีร่องรอยความโกรธเกรี้ยวเต็มใบหน้า "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังตัวดี แกทำอะไรกินกัน กลิ่นถึงได้โชยไปถึงปากซอย! แกแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินกันเองสองคนใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ร้อยยย!"
ลู่หานเจียงขมวดคิ้วมุ่น รังสีความเย็นชาแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ทันที เขาวางชามซุปกลิ่นหอมกรุ่นลงบนโต๊ะไม้ กำลังจะก้าวไปเปิดประตูเพื่อจัดการมารดาผู้สร้างความรำคาญไม่รู้จบ
ทว่า หลี่จินหรงกลับเอื้อมมือเรียวไปคว้าแขนสามีไว้เบื้องหน้า นางส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นบนใบหน้าสวยคม "ปล่อยให้แกเคาะไปก่อนเถอะครับ... อุตส่าห์เคี่ยวซุปไก่ตุ๋นโสมหม้อนี้ทั้งที ถ้าเปิดประตูรับแขกไม่ได้รับเชิญตอนนี้ รสชาติซุปคงกร่อยแย่"
จินหรงหันกลับไปหยิบชามซุปของตนเองขึ้นมาสูดกลิ่นหอมล้ำลึกอีกครั้ง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเงาดำทมิฬสายหนึ่งที่พาดผ่านแสงไฟจากหน้าต่างห้องครัว... เป็นเงาร่างของคนแปลกหน้าที่ไม่ได้มาจากตระกูลลู่ และไม่ได้เป็นชาวบ้านในซอยนี้
และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... เงาดำนั้นกำลังถือวัตถุบางอย่างที่ส่งกลิ่นฉุนรุนแรงยิ่งกว่ากลิ่นโสม มันคือกลิ่นของ "ยาพิษโบราณ" ชนิดเดียวกับที่พบในตรอกมืดหลังห้างผิงอัน!
"หานเจียง..." จินหรงเอ่ยเรียกชื่อสามีเสียงแผ่วเบา ร่างกายแข็งทื่อในพริบตา เมื่อเงาร่างลึกลับนอกหน้าต่างค่อยๆ ยกมือขึ้น พร้อมกับวัตถุในมือที่กำลังพ่นควันสีม่วงจางๆ เข้ามาทางร่องหน้าต่างไม้เก่าๆ!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ใบชาหอมหมื่นลี้" ด้วยดีเสมอมานะครับ
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 22
เมนูไก่ตุ๋นโสมสะท้านโลกันตร์
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!