"พวกคุณกล้ากล่าวหาว่าห้างสรรพสินค้า 'ผิงอัน' ของเราใช้ฉลากปลอมแปลงและลักลอบค้าสินค้าต้องห้ามจากต่างประเทศ ช่วยแสดงใบอนุญาตและหมายค้นอย่างเป็นทางการให้ผมดูก่อนครับ เจ้าหน้าที่"
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของลู่หานเจียงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของตลาดมืด ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ตหนาสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาบังร่างของหลี่จินหรงไว้ครึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณความเป็นนายทหารผ่านศึกแผ่รังสีความกดดันออกมาจนเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบสองนายถึงกับชะงัก ชายหนุ่มไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่หลี่จินหรงก้าวออกมาจากด้านหลังสามี ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ทว่าแววตากลับเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูหนาว
จินหรงปรายตามองไปยังชายร่างท้วมสวมแว่นตากรอบทองที่ยืนหลบอยู่หลังเสาไฟไม่ไกลนัก บุคคลผู้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ "หลี่เฉิงเฉียง" ญาติผู้พี่ฝั่งตระกูลเดิมที่เคยมาตามรังควานและขอยืมเงินไม่เว้นแต่ละวัน ทว่าเมื่อถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เขากลับหอบความแค้นไปฟ้องร้องเจ้าหน้าที่โดยอ้างตัวว่าเป็นพลเมืองดีผู้รักชาติ
"พี่เฉิงเฉียงครับ... ลมอะไรหอบพี่มาถึงที่นี่ได้ หรือว่าสินค้าเกษตรแปรรูปในร้านของพี่ขายไม่ออก จนต้องมารับจ้างเป็นสายข่าวให้คนอื่นเขา ถึงได้ขยันสร้างเรื่องป้ายสีคนในครอบครัวตัวเองแบบนี้" น้ำเสียงของจินหรงราบเรียบ ไพเราะ แต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ
หลี่เฉิงเฉียงสะดุ้งโหย่ง เมื่อถูกเรียกชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ เขาหน้าถอดสี รีบเดินเข้ามาทำทีเป็นเฉไฉ "จินหรง น้องอย่ามาพูดจาใส่ร้ายพี่นะ พี่แค่วิ่งมาดูด้วยความเป็นห่วง เห็นว่าพวกเธอขายของราคาถูกเกินจริงแถมแพคเกจจิ้งยังแปลกตา ประชาชนทั่วไปเขาสงสัยกันทั้งตลาดต่างหาก!"
เจ้าหน้าที่นายหนึ่งขมวดคิ้ว รีบดึงท่าทีขึงขังกลับมา "ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือไม่อย่างไร เชิญพวกคุณไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจเดี๋ยวนี้ครับ นี่คือคำสั่ง"
ลู่หานเจียงหรี่ตาลง มือหนายื่นออกไปจับข้อมือภรรยาไว้เบาๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณว่าเขารับมือเองได้ ทว่าจินหรงกลับตบหลังมือสามีเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ห้างสรรพสินค้ามิติของนางมีระบบป้องกันและอำพรางตัวตนระดับสูง สินค้าทุกชิ้นที่นำออกมาวางขายล้วนถูกแปลงสภาพให้มีตราประทับและแหล่งที่มาถูกต้องตามกฎหมายของยุค 80 ทุกประการ ต่อให้พลิกแผ่นดินหาก็ไม่พบช่องโหว่ทางกฎหมายอย่างแน่นอน
"ได้ครับ หากเจ้าหน้าที่ต้องการความกระจ่าง พวกเรายินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่" จินหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ นอบน้อม แต่ทว่าแฝงความดุดันในที "แต่ก่อนจะไป... ดิฉันคิดว่าเราควรเคลียร์เรื่องการแจ้งความเท็จและการหมิ่นประมาทต่อหน้าธารกำนัลให้เรียบร้อยเสียก่อนนะครับ คุณพี่เฉิงเฉียง"
บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ฝูงชนที่มุงดูเริ่มซุบซิบกันหนาหู หลี่เฉิงเฉียงเริ่มมีเหงื่อกาฬผุดซึมเต็มใบหน้า เขาไม่คิดว่านางลูกพี่ลูกน้องคนนี้จะรับมือด้วยความนิ่งสงบถึงเพียงนี้ แผนการที่ตกลงไว้กับคู่แข่งทางธุรกิจคือการทำลายชื่อเสียงร้านผิงอันให้ย่อยยับในคืนเดียว กลับกำลังย้อนศรมาทิ่มแทงตัวเอง
ระหว่างที่รถจี๊ปของเจ้าหน้าที่กำลังเคลื่อนตัวมาเทียบท่าเพื่อพาตัวทั้งสองไปสอบสวน ทันใดนั้น เสียงเบรกเอี๊ยดอาร์ดของรถบรรทุกทหารคันใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ประตูรถฝั่งคนขับถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นนายทหารยศนายพันผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมและมีแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้ว ก้าวลงมาด้วยท่าทางองอาจ
"ท่านผู้กองหลี่!" เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้นั้นรีบทำความเคารพทันทีด้วยความตกใจ
นายพันหนุ่มผู้มาใหม่ปรายตามองเจ้าหน้าที่ ก่อนจะหันมามองหน้าลู่หานเจียงและจินหรง แววตาเคร่งขรึมเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย เขาคือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของหานเจียงผู้ได้รับคำสั่งเบื้องบนให้มาตรวจสอบ "สถานการณ์พิเศษ" เกี่ยวกับการกระจายสินค้าเกษตรพัฒนาใหม่ในเขตนี้
"ท่านครับ เกิดอะไรขึ้นหรือครับถึงต้องถึงมือสารวัตรทหารและตำรวจท้องที่พร้อมกันในเวลาวิกาลเช่นนี้" นายพันหนุ่มเอ่ยถามเสียงเข้ม
หลี่จินหรงไม่รอช้า นางก้าวเข้าไปด้านหน้าเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉานและรอยยิ้มที่งดงามไร้ที่ติ "เรียนท่านผู้พัน พวกเราถูกกล่าวหาว่าลักลอบค้าสินค้าต้องห้ามค่ะ... แต่ดิฉันเกรงว่า คนที่ควรถูกสอบสวนอย่างละเอียดในค่ำคืนนี้ อาจจะไม่ใช่พวกเราสองสามีภรรยาหรอกครับ แต่เป็น 'เครือข่ายลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีรายใหญ่' ที่ซ่อนตัวอยู่หลังตลาดแห่งนี้ต่างหากล่ะครับ"
พูดจบ นางก็หยิบสมุดบัญชีเล่มเล็กที่แอบคัดลอกข้อมูลมาจากระบบมิติออกมาส่งให้ผู้พันหนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มลึกล้ำ ภายในเล่มนั้นระบุเส้นทางการเงินและรายชื่อของหลี่เฉิงเฉียงกับพวกพ้องที่เชื่อมโยงกับพ่อค้าชาวต่างชาติอย่างชัดเจน
ดวงตาของผู้พันหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวเลขในสมุดบัญชี ก่อนที่รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมจะปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"จับตัวหลี่เฉิงเฉียงไว้! ตรวจค้นโกดังสินค้าของเขาเดี๋ยวนี้!"
หลี่เฉิงเฉียงหน้าซีดเผือดเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที แผนการกลั่นแกล้งพังทลายไม่เป็นท่า ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังชุลมุนกับการควบคุมตัวผู้กระทำความผิด ลู่หานเจียงกลับสังเกตเห็นเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนกำลังแอบหลบหนีไปทางตรอกมืดด้านหลังห้างสรรพสินค้าผิงอัน... เงาร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำสนิทและมีกลิ่นอายของ "ยาพิษโบราณ" ที่ไม่ควรจะมีอยู่ในยุคสมัยนี้
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 21 นี้นะครับ หวังว่าจะชื่นชอบความสะใจและความเข้มข้นที่นำมาฝากกันในตอนนี้นะครับ
ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80•ตอนที่ 21
ญาติผู้พี่จอมอิจฉาหาเรื่อง
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายสตรองกับฟาร์มเทพเจ้าในยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!